‘โรม’ ตามบี้ปม ‘ตัดไฟฟ้าชายแดน’ ฟาด ‘อนุทิน’ ลอยหน้าลอยตาให้ประชาชนรับความเสียหายหรือไม่?

4 ก.พ. 2568 - 13:17

  • ‘โรม’ ตามบี้ปม ‘กฟภ.’ ตัดไฟชายแดนไทย-เมียนมา โยง ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

  • ได้ทีฟาด ‘อนุทิน’ จะลอยหน้าลอยตาให้ประชาชนรับความเสียหายหรือไม่?

  • ถาม ‘นายกฯ’ จะปล่อย ‘มท.1’ ไปแบบนี้หรือ?

  • เตรียมเรียก ‘มหาดไทย-สมช.’ แจง ‘กมธ.มั่นคงฯ​’ ล็อกเป้าต้องเป็น ‘รมต.หนู’

  • แซะ ‘ผบ.ตร.’ ตอนอยากได้ ‘เก้าอี้’ กระสันใจจะขาด พอได้นั่งไม่เห็นปัดกวาดบ้านตัวเอง

Rangsiman_Rome_comments_on_cut_off_electric_supply_Thai_Myanmar_border_area_SPACEBAR_Hero_4eed328dd0.jpg

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้ความเห็นกรณีที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกมาระบุ จะสั่งระงับจ่ายไฟฟ้าชายแดนไทย-เมียนมา ที่เชื่อมโยงกระทบความมั่นคง ว่า ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะเป็นสิ่งที่พยายามยืนยันมาโดยตลอดว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ไม่ควรไปถึงระดับนโยบายด้วยซ้ำ

กฟภ.เกียร์ว่าง ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้น

รังสิมันต์ โรม

ซึ่งสิ่งที่ ภูมิธรรมพูด ฟังดูเหมือนจะตัดแค่พื้นที่ชเวโก๊กโก่และ KK Park หรือไม่ ซึ่งสองจุดนี้ถูกตัดไปนานแล้ว และอยากขอใช้โอกาสนี้บอกอีกครั้งว่า ถ้าจะตัดก็เห็นด้วย และควรที่จะทำทันที ซึ่งการที่ ภูมิธรรม ออกมาระบุว่า จะทำทันที ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เรื่องทั้งหมดนี้ ต้องดูว่าสุดท้ายการตัดไฟที่จะเกิดขึ้นจริง จะเกิดขึ้นที่จุดไหน

รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากฝั่งเมียนมา ทางท่าขี้เหล็กก็ยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ขณะที่ฝั่งเมียวดี และพญาตองซู มีปัญหาเรื่องแก็งคอลเซ็นเตอร์ จึงคิดว่า ต้องตัดทั้งหมด 3 จุดนี้ หากมีการละเว้นจุดในจุดหนึ่งไว้ ปัญหาก็ไม่จบ เพราะขบวนการเหล่านี้ คงย้ายไปอีกจุดที่ยังไม่ถูกตัดไฟ

ส่วนวิธีการแก้ปัญหาในระยะยาว หากเกิดมีการตัดไฟเพียงบางจุดนั้น นี่เป็นเพียงก้าวแรก ยังเหลืออีกจำนวนมาก ในการแก้ปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งขั้นตอนที่ควรจะพิจารณาต่อไป คือเรื่องของท่าข้ามแม่น้ำ เฉพาะแค่ที่จังหวัดตาก ก็มีการเปิด 59 ท่า บางท่าก็ตั้งอยู่กับแก๊งสแกมเมอร์

หากมีการตัดไฟ ก็แน่นอนว่าแก๊งเหล่านี้จะต้องไปหาเครื่องปั่นไฟ และรัฐบาลต้องดูตั้งแต่ต้น ว่ามีการจัดหาเครื่องปั่นไฟไปใช้หรือไม่ เพื่อรีบสกัดกั้นตั้งแต่ตอนนี้ นี่คือขั้นตอนแรกที่ควรจะทำ ภายหลังการตัดไฟ

รังสิมันต์ โรม

ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กล่าวว่า ขั้นตอนที่ 2 หากเกิดการกระทำความผิดใดๆ เราจะสามารถเอาผิดเจ้าของท่าข้าม ซึ่งเป็นเอกชนได้หรือไม่?

และขั้นตอนที่ 3 ต้องทบทวนถึงความจำเป็นต้องมีท่าข้ามมากมายขนาดนี้ ที่เป็นความอ่อนแอด้านความมั่นคงของประเทศอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการตรวจสิ่งของที่นำข้ามไป โดยเฉพาะของผิดกฎหมายหากจะเปิดท่าข้าม ควรคงมาตรฐานไม่น้อยไปกว่าด่านชายแดนถาวร ที่มีเจ้าหน้าที่รัดกุมตามจุดต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมายเกิดขี้น

ส่วนการมีวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งอนุญาตให้สามารถเดินทางได้ทั่วราชอาณาจักร โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตซ้ำนั้น ก็ควรมีการทบทวน เนื่องจากบางพื้นที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไป โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ด้านความมั่นคง หรือหากนักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้าพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐบาลจะต้องทบทวนให้มีกลไกในการขออนุญาตก่อน ซึ่งมองว่าวิธีการนี้ จะป้องกันกลุ่มที่แฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อข้ามไปยัง 3 จุดข้างต้น 

สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ คือ กลไกภายใน อย่างเรื่องบัญชีม้า ผมเห็นท่าทีของรัฐบาลเอาจริงเอาจังมากขึ้น ซึ่งก็เข้าใจว่าคงต้องรอการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีก่อน เพื่อให้ธนาคารและโอเปอเรเตอร์ต่างๆ ร่วมรับผิดชอบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังรอเงินคืน ซึ่งก็คงต้องมีกลไกรองรับและจัดการ 

รัฐบาลยังจะต้องหันไปมองฝั่งกัมพูชาด้วย เพราะเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่สำคัญไม่แพ้กับฝั่งเมียวดี และต้องดูว่ามีทรัพยากรของประเทศไทยใดบ้างที่อาจถูกส่งไปถึง ซึ่งเชื่อว่ามีเช่นเดียวกัน

เมื่อตั้งข้อสังเกตกรณี ภูมิธรรมสั่งระงับการจ่ายไฟ สวนทางกับท่าทีของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย สะท้อนเรื่องความสัมพันธ์ของ 2 รองนายกฯ หรือไม่? รังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องถึง ภูมิธรรม ไปไกลสุดจริงๆ แค่ที่ อนุทินแค่นั้น การที่ อนุทินไม่ดำเนินการ มีความเสียหายต่อประเทศชาติหรือไม่

ถ้ามีความเสียหาย คุณอนุทินจะลอยหน้าลอยตาต่อไปแบบนี้ใช่หรือไม่? รัฐบาล-นายกฯ จะไม่ทำอะไรเลยใช่หรือไม่? และหากปรากฎว่าไฟฟ้าที่ขายไป ไม่ใช่มีแค่ฝั่งพม่าแต่ไปเจอจุดอื่นอีก แล้วก่อให้เกิดการเสียหายอีก คุณอนุทินจะลอยหน้าลอยตา แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ประชาชนต้องรับความเสียหายต่อไปเองเรื่อยๆ ส่วนนายกฯ, ผมขอเรียกร้อง แม้จะชื่นชมว่าวันนี้มีการตัดไฟจริง แต่ขณะเดียวกันความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว คุณอนุทินก็ต้องรับผิดชอบในการไม่ใช้อำนาจหน้าที่ ที่รับผิดชอบของตัวเอง ผมต้องถามถึงนายกฯ ว่าเราจะปล่อยคุณอนุทิน ไปแบบนี้หรือไม่?

รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ต้องมีมาตรการอะไรออกมา จึงต้องเรียกร้องความเป็นผู้นำของนายกฯ โดยวันที่ 6 ก.พ. เราได้เชิญกระทรวงมหาดไทย, สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมประชุมกับ กมธ. โดยได้กำชับกับฝ่ายเลขาฯ ว่ากระทรวงมหาดไทย ให้กำหนดเป็น อนุทินโดยตรง รวมถึงเลขาฯ สมช.ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ สมช.ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เป็นหน่วยงานประสาน ไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง

แต่วันนี้ท่านเลขาฯ สมช.ยินดีที่จะรับเผือกร้อน และออกมาพูดตอนแถลง ผมก็เสียดายมากว่าควรจะพูดให้ชัดเจน ว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาความมั่นคง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผมฟังข้อมูลตอนเทคออฟ (Takeoff) ก็เหมือนจะดี แต่พอท่านแลนด์ดิ้ง (Landing) มันไปอีกทางหนึ่ง ผมก็งงกับท่านจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

รังสิมันต์ โรม

เมื่อถามถึงกรณีที่ที่เคยออกมาโพสต์กำชับให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ดูแลลูกน้องตัวเอง? รังสิมันต์ กล่าวว่า ผมเห็นข่าวว่า ‘พล.ต.ต.’ ชื่อย่อ ‘ต.เต่า’ ออกมายอมรับว่า เคยทำธุรกิจอยู่ฝั่งตรงข้ามคือที่เมียวดีคอมเพล็กซ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีหน้าที่ปกป้องและปฏิบัติตามกฏหมาย แต่ปล่อยให้บุคคลเดินทางไปเล่นกาสิโน ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเข้าออกประเทศไทยที่ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่? และรายได้ที่ได้มาที่อาจชอบด้วยกฎหมายเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินหรือไม่?

ผมกำลังจะบอกว่าวันนี้ ‘พล.ต.ต. ต.เต่า’ อาจเป็นคนที่มีเบื้องหลังบางอย่างอยู่ด้วย มีคนที่อาจเป็นระดับสูงเป็นเบื้องหลังเป็นลมใต้ปีกให้กับ ‘พล.ต.ต. ต.เต่า’ ส่วน ‘บิ๊กต่าย’ วันนี้ทำอะไร? ไม่เห็นทำอะไรเลย เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตอนอยากจะเป็น อยากจะเป็นใจจะขาด แต่ถึงเวลานี้ปัดกวาดบ้านตัวเองไม่เห็นทำอะไรเลย แล้วออกให้ข่าวมั่วซั่ว ว่าไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย วันนี้คนในองค์กรของท่านทำผิดกฎหมาย ท่านไม่เห็นจัดการอะไรเลย ปล่อยให้เขาเดิน เผลอๆ แหล่งรายได้เงินต่างๆ ยังคงไหลมาเทมาต่อไป หรือว่าเส้นเงินต่างๆ การซื้อขายตำแหน่งมันมากเสียจนทำให้คนคนนี้ไม่มีใครกล้าแตะต้องหรือไม่

รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ขอให้สื่อมวลชนจับตา เพราะไม่ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน, การทุจริตคอร์รัปชันเป็นแหล่งที่มาที่ทำร้ายประเทศไทยมากมายเหลือเกิน และความทุกข์ยากตกอยู่อยู่ที่ประชาชนคนไทย

แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะไม่มีทางเติบโตได้ขนาดนี้ ถ้าไม่ได้คนที่คอร์รัปชันที่อยู่ในวงการราชการ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์คงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ขณะนี้นี้คงไม่มีคนฆ่าตัวตาย คงไม่มีคนที่หมดตัวขนาดนี้ถ้าระบบกฎหมาย สามารถอำนวยความยุติธรรมได้อย่างแท้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์