รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาวิจารณ์การทำงานของ สส.พรรคประชาชนว่าเป็นการทำงานแบบบันเทิงธิปไตย หวังกระแสนิยม จนลืมแก่นสารของงาน
ซึ่งก่อนตอบคำถามนี้ รังสิมันต์ถึงกับถอนหายใจ พร้อมระบุว่า ปิยบุตรเป็นอาจารย์ของตัวเองเมื่อสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะนักการเมือง ก็ต้องน้อมรับและเอาข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นนี้มาสำรวจตัวเอง และถือว่าสิ่งที่ปิยบุตรพูด เป็นการพูดในฐานะกัลยาณมิตร หวังดีต่อ สส.พรรคประชาชน
“เรื่องนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ผมและเพื่อนๆ สส.พรรคประชาชน เราไม่ถือว่าการทำภารกิจแบบนี้ เป็นเรื่องความบันเทิงหรอก ผมถามกันตรงๆ ผมถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งความจะเท็จหรือไม่เท็จก็แล้วแต่ มันสนุกหรือครับ มันเป็นความบันเทิงหรือครับ? การที่เราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เอาชีวิต ทำหน้าที่ราวกับว่าทุกวันคือวันสุดท้าย มันคือความบันเทิงหรือครับ พวกผมซาดิสต์ ถึงขนาดที่จะทำเรื่องนี้เพื่อความสนุกหรือครับ?”
รังสิมันต์กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ตัวเองตระหนักก็คือ เป็นหนึ่งใน “44 สส.” ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร จึงจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่อยากให้ประชาชนมองย้อนกลับไปว่า ตัวเองทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน ไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกแบบนั้น อยากให้ลูกของตัวเองจดจำในฐานะนักการเมือง ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ
ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ตัวเองและเพื่อน สส.พรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่อยู่ จะทำให้ดีที่สุด และยอมเสี่ยงคดีความต่างๆ เพราะเชื่อมั่นว่า อย่างน้อยได้ทำให้ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้แล้ว ส่วนจะเปลี่ยนประเทศได้หรือไม่ ไม่ใช่ปัจจัยที่จะควบคุมได้ แต่อย่างน้อยภายใต้ความสามารถที่มี ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว จึงยืนยันได้ว่า สิ่งที่ทำ ไม่ใช่เรื่องความบันเทิงแต่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ
เมื่อถามว่า จะมีอะไรฝากถึง ปิยบุตร หรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องฝาก เพราะคิดว่า ปิยบุตรทำหน้าที่ของอาจารย์ ให้คำแนะนำ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ดี และคงต้องเอาคำแนะนำนั้นมาสำรวจตัวเอง
“ถ้าวันนี้ มันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นความบันเทิงเราก็ต้องสำรวจตัวเอง ว่าเราในฐานะนักการเมือง ไม่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิเสธ ความหวังดี แต่เชื่อว่า เจตนาของอาจารย์ปิยบุตร เป็นเจตนาที่ดี แต่ผมก็ต้องยืนยันว่า ความมุ่งหมายของผม คือทำหน้าที่เหมือนวันสุดท้าย ซึ่งก็น่าจะเป็นเจตจำนงเดียวกับที่ อาจารย์ปิยบุตรเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ก็ทำหน้าที่เหมือนวันสุดท้ายเช่นกัน”
รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า รู้จักกับปิยบุตร มานาน ไม่มีความจำเป็นต้องโทรศัพท์ไปคุยกันเรื่องนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าปิยบุตรหวังดีกับพวกตนจริงๆ และน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างตอนนี้ เป็นกรรมาธิการตรวจสอบรัฐบาลก็ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด




