รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยสั่งให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย (พท.) เลิกการกระทำที่เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพนำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดคำร้อง_“แต่ยืนยันหลักการที่เคยยืนยันมาตลอดที่จะใช้นิติสงคราม ทั้งนี้ แม้จะไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศหลายเรื่องของพรรคเพื่อไทย แต่คิดว่าการที่พรรคเพื่อไทย จะเสื่อมศรัทธาหรือไม่ได้รับการสนับสนุนควรเป็นเรื่องที่ประชาชนเป็นคนตัดสิน ขอย้ำว่าเราไม่เห็นด้วยกับการใช้นิติสงคราม”_
รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า “ขอใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย เพราะวันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องที่พรรคการเมืองถูกยุบ หรือพรรคการเมืองนั้นได้ประโยชน์ พรรคการเมืองนี้เสียประโยชน์ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าการที่พรรคการเมืองก่อตั้งกันมาด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนจำนวนมาก ไม่ควรตายกันง่ายๆ
และอยากเรียกร้องไปยังทุกพรรคการเมืองว่านี่คือความจำเป็นที่เราต้องปลดอาวุธนิติสงครามที่กำลังดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง หากคิดว่าเรื่องเหล่านี้ท่านไม่มีความกล้าหาญที่จะดำเนินการ ก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปลดอาวุธนิติสงคราม ก่อนหน้านี้เป็นพรรคก้าวไกลที่ถูกยุบ แต่หลังจากนี้จะเป็นพรรคการเมืองใด ก็ตอบไม่ได้ แต่เชื่อว่าคงจะมีพรรคการเมืองอื่นเรื่อยๆ ที่ถูกยุบ แล้วถามว่าการเมืองที่มีเสถียรภาพจะอยู่ตรงไหน”
เมื่อถามว่าการที่ยื่นคำร้องว่าพรรคเพื่อไทยล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เพราะก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยจับมือกับพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน หากพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ก็ต้องถามว่าวันนี้เราอยู่ในการปกครองที่ถูกล้มล้างแล้วหรือ วันนี้การปกครองก็อยู่ในลักษณะแบบเดิม อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าพฤติการณ์ของสภาฯ ชุดที่แล้ว ไม่น่าเอามาผูกโยงว่าเป็นการล้มล้างการปกครองได้
“บางครั้งวันนี้ก็มีบรรดานักร้องทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่รู้จบ เพราะมองว่าหากไม่ชอบพรรคการเมืองนี้ก็จะหาช่องทางในการร้อง และการเมืองแบบนี้เป็นการเมืองที่ไม่ดี แล้วอะไรคือความเป็นธรรมของคนที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง” รังสิมันต์ กล่าว




