วันนี้ (18 มี.ค.) ที่รัฐสภา ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการยกฟ้อง ‘ตุน มิน ลัต’ และ ‘ลูกเขย สว.อุปกิต’ ที่ถูกกล่าวว่ามีความผิดฐานสมคบค้ายาเสพติดและคดีฟอกเงิน ที่จะส่งผลต่อคดีของ ‘สว.อุปกิต ปาจรียางกูร’ ว่า คดีนี้อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะมีข้อมูลว่าอาจมีบุคคลที่คอยช่วยเหลือให้ สว.อุปกิต รอดพ้นจากความผิดได้
‘รังสิมันต์’ ยังพูดถึงประเด็นที่ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ สส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ดูปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่ จ.เชียงใหม่ ในช่วงเดียวกันกับที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แล้วต่อมาโฆษกรัฐบาลออกมาวิจารณ์พิธาว่าไร้มารยาททางการเมือง
โดย ‘รังสิมันต์’ โต้กลับว่า การที่พิธาจะไปไหนถือว่าเป็นสิทธิ์ และการลงพื้นที่ครั้งนี้ พิธามีเจตนาที่ดีที่ต้องการไปช่วยดับไฟป่า และตั้งใจที่จะแก้ปัญหาฝุ่นภาคเหนือ มองว่าไม่น่ามีความผิดอะไร
“สำหรับคนที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีดังกล่าวว่า มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ หรือการไม่มีมารยาท ผมว่าอย่าพูดแบบนี้ดีกว่า เข้าใจว่า สส. ที่พูดแบบนี้อยู่ฝั่งรัฐบาล แทนที่จะว่าฝ่ายค้าน เอาเวลาไปกระทุ้งรัฐบาลให้แก้ปัญหาให้จริงจังดีกว่า เพราะรัฐบาลไม่ใช่มือใหม่ บริหารงานมาหลายเดือนแล้ว ควรใช้โอกาสตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ดีกว่า หากคิดว่าเชียงใหม่ เป็นเมืองหลวงและฐานที่มั่นสำคัญของรัฐบาล ก็ช่วยดูแล อย่างน้อยสภาพอากาศต้องดีขึ้น”
— รังสิมันต์ กล่าว
ส่วนที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ของ พิธา เศรษฐา และ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่ผ่านมา เป็นการวัดความนิยมระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล
‘รังสิมันต์’ ตอบว่า ไม่แน่ใจว่าคนมองทักษิณอย่างไร แต่ส่วนตัวถูกสอนมาจากสถาบันการศึกษาว่า การโกหกเป็นเรื่องไม่สมควรทำ ถ้าในทางพุทธก็ต้องบอกว่าผิดศีล และเชื่อว่าทุกศาสนาก็กำหนดในลักษณะนี้ด้วย จึงไม่แน่ใจว่าสังคมไทยจะยอมรับได้แค่ไหน เมื่อเห็นทักษิณ บางวันก็มีเฝือกดามคอ บางวันก็ไม่มี บางวันก็ถอดเฝือกคอออกให้เห็น สรุปแล้วทักษิณเป็นบุคคลที่ป่วยร้ายแรงหรือไม่ หรือป่วยมากกว่านักโทษคดีการเมืองคนอื่นหรือไม่ ต้องยอมรับว่าเราไม่เห็นเอกสารทางการแพทย์ที่จะออกมายืนยันได้จึงสงสัย
เมื่อถามว่าการชี้แจงของหน่วยงานราชการเกี่ยวกับอาการป่วยของทักษิณ ไม่สามารถทำให้สังคมสิ้นข้อสงสัยได้ ‘รังสิมันต์’ ขอยกตัวอย่างที่โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงอาการของทักษิณว่าเป็นเส้นเอ็นเปื่อยยุ้ย เช่นเดียวกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มาระบุว่าทักษิณต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน แต่สุดท้ายทักษิณก็ดูแข็งแรงดีในการลงพื้นที่ สามารถนั่งยองคุยกับประชาชนที่มารอรับได้
ดังนั้นสังคมไทยต้องถามตัวเอง ไม่ใช่ถามทักษิณว่าเรายอมรับได้แค่ไหนที่จะเห็นนักการเมืองพูดมุสา พร้อมเรียกร้องให้นำเอกสารทางการแพทย์มายืนยันอาการป่วย ไม่ต้องไปอ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้ทักษิณมายืนยันด้วยตัวเอง และอย่ามาบอกว่าทักษิณไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว เพราะการลงพื้นที่เชียงใหม่ในครั้งนี้คึกคักกว่าของ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี เสียอีก จึงต้องยอมรับว่าทักษิณมีความไม่ธรรมดาอยู่แล้ว สังคมไทยก็ต้องตอบตัวเองว่าจะยอมรับได้แค่ไหน เกี่ยวกับการโกหก




