‘รังสิมันต์’ สวน ‘ชัยวุฒิ’ พูดแต่วาทกรรมสะกดจิตตัวเอง ชี้ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารไม่เกี่ยวชังชาติ แต่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่างหากคือการทำร้ายเพื่อนร่วมชาติ ยัน ‘ก้าวไกล’ สู้สุดตัวระบบทหารสมัครใจ-ลดขนาดกองทัพ-เพิ่มสวัสดิการ
17 เม.ย. 66 ‘รังสิมันต์ โรม’ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล ระหว่างการแถลงข่าว ได้ฝากไปถึงน้อง ‘ม่อนภู’ เด็กชายที่ส่งข้อความมาถึงเขาและพรรค ให้ช่วยผลักดันยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยน้องม่อนภูได้พบกับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน’ หัวหน้าพรรค ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
“น้องม่อนภูอยากเห็นทหารอาชีพใช้ระบบสมัครใจ ผมเองต้องบอกกับน้องม่อนภูว่า วันนี้ผมได้รับข้อความนี้แล้ว และผมก็ยืนยันว่า ผมก็เชื่อแบบเดียวกับที่น้องม่อนภูเชื่อ ผมอยากเห็นในสิ่งที่น้องม่อนภูอยากเห็น และสิ่งนั้นก็เป็นไปได้” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ชี้ว่า นอกจากพรรคก้าวไกลแล้ว ยังมีอีกหลายพรรคการเมืองที่ผลักดันนโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ดังนั้นโอกาสที่จะผลักดันการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารร่วมกันจึงเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม การผลักดันเรื่องดังกล่าวในปี 2566-2567 ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของรัฐบาลในเวลานั้น ซึ่งหากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลจะสู้สุดตัวเพื่อผลักดันให้การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารสำเร็จ แล้วเปลี่ยนให้เป็นการเกณฑ์ทหารระบบสมัครใจเพื่อสร้างฐานอาชีพที่แม้จะเล็กลง แต่ก็เป็นขนาด ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’
ส่วนกรณีที่ ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วิจารณ์นโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ว่าเป็นการรณรงค์ให้เกิดความชังชาติ ลืมรากเหง้าความเป็นไทย ส่วนตัวมองคนพูดเป็นคนที่ไม่ค่อยดูในรายละเอียด พร้อมอธิบาย ว่าไม่ใช่การยกเลิกเกณฑ์ทหารทั้งหมด หากไทยตกอยู่ในสภาวะสงคราม ก็สามารถอนุญาตให้เกณฑ์ทหารได้ แต่ไม่ใช่เกณฑ์กันทุกชั่วโมงในเวลาปกติ ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายแล้วจะไม่ได้คุณภาพ
แต่หากปรับเปลี่ยนให้ลดกำลังพล ซึ่งตั้งเป้าว่าจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง และสร้างสวัสดิการ แรงจูงใจให้ดีขึ้น ทำให้การฝึกทหารมีความเป็นมืออาชีพ แม้ขนาดกองทัพจะลด แต่ได้คุณภาพเพิ่ม การเปลี่ยนเป็นระบบเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความรักชาติมากขึ้นหรือน้อยลง
“ตรงกันข้าม การเอาทหารไปเกณฑ์แบบนี้แล้วบอกว่านี่คือน้องเล็กของกองทัพ แต่สิ่งที่คุณปฏิบัติกับทหารเกณฑ์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนตั้งเยอะ มีการทุจริตคอรัปชั่นตั้งเยอะ นี่คือความรักชาติหรือ การทำแบบนี้เป็นอันตรายเพื่อนร่วมชาติ เป็นการปู้ยี่ปู้ยำชาติ เพราะชาติคือประชาชน คุณชัยวุฒิไม่ค่อยเข้าใจอะไร ดีแต่ฟังวาทกรรมมา เป็นการสะกดจิตตัวเอง ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีอีกรอบ ก็ไม่ควรสะกดจิตตัวเอง” โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าว
รังสิมันต์ ยังทิ้งท้ายว่า หากต้องการเสนอตัวมาเป็นผู้แทนของประชาชนแล้ว ก็อยากให้มีหัวใจกับประชาชน ถ้ายังแยกไม่ออกระหว่างการถูกบังคับ และความชังชาติ ก็ไม่ควรมาเป็นตัวแทนของประชาชน
17 เม.ย. 66 ‘รังสิมันต์ โรม’ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล ระหว่างการแถลงข่าว ได้ฝากไปถึงน้อง ‘ม่อนภู’ เด็กชายที่ส่งข้อความมาถึงเขาและพรรค ให้ช่วยผลักดันยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยน้องม่อนภูได้พบกับ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน’ หัวหน้าพรรค ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา
“น้องม่อนภูอยากเห็นทหารอาชีพใช้ระบบสมัครใจ ผมเองต้องบอกกับน้องม่อนภูว่า วันนี้ผมได้รับข้อความนี้แล้ว และผมก็ยืนยันว่า ผมก็เชื่อแบบเดียวกับที่น้องม่อนภูเชื่อ ผมอยากเห็นในสิ่งที่น้องม่อนภูอยากเห็น และสิ่งนั้นก็เป็นไปได้” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ชี้ว่า นอกจากพรรคก้าวไกลแล้ว ยังมีอีกหลายพรรคการเมืองที่ผลักดันนโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ดังนั้นโอกาสที่จะผลักดันการยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารร่วมกันจึงเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม การผลักดันเรื่องดังกล่าวในปี 2566-2567 ขึ้นอยู่กับเจตจำนงของรัฐบาลในเวลานั้น ซึ่งหากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลจะสู้สุดตัวเพื่อผลักดันให้การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารสำเร็จ แล้วเปลี่ยนให้เป็นการเกณฑ์ทหารระบบสมัครใจเพื่อสร้างฐานอาชีพที่แม้จะเล็กลง แต่ก็เป็นขนาด ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’
ส่วนกรณีที่ ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วิจารณ์นโยบายยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร ว่าเป็นการรณรงค์ให้เกิดความชังชาติ ลืมรากเหง้าความเป็นไทย ส่วนตัวมองคนพูดเป็นคนที่ไม่ค่อยดูในรายละเอียด พร้อมอธิบาย ว่าไม่ใช่การยกเลิกเกณฑ์ทหารทั้งหมด หากไทยตกอยู่ในสภาวะสงคราม ก็สามารถอนุญาตให้เกณฑ์ทหารได้ แต่ไม่ใช่เกณฑ์กันทุกชั่วโมงในเวลาปกติ ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายแล้วจะไม่ได้คุณภาพ
แต่หากปรับเปลี่ยนให้ลดกำลังพล ซึ่งตั้งเป้าว่าจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง และสร้างสวัสดิการ แรงจูงใจให้ดีขึ้น ทำให้การฝึกทหารมีความเป็นมืออาชีพ แม้ขนาดกองทัพจะลด แต่ได้คุณภาพเพิ่ม การเปลี่ยนเป็นระบบเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความรักชาติมากขึ้นหรือน้อยลง
“ตรงกันข้าม การเอาทหารไปเกณฑ์แบบนี้แล้วบอกว่านี่คือน้องเล็กของกองทัพ แต่สิ่งที่คุณปฏิบัติกับทหารเกณฑ์ ละเมิดสิทธิมนุษยชนตั้งเยอะ มีการทุจริตคอรัปชั่นตั้งเยอะ นี่คือความรักชาติหรือ การทำแบบนี้เป็นอันตรายเพื่อนร่วมชาติ เป็นการปู้ยี่ปู้ยำชาติ เพราะชาติคือประชาชน คุณชัยวุฒิไม่ค่อยเข้าใจอะไร ดีแต่ฟังวาทกรรมมา เป็นการสะกดจิตตัวเอง ถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีอีกรอบ ก็ไม่ควรสะกดจิตตัวเอง” โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าว
รังสิมันต์ ยังทิ้งท้ายว่า หากต้องการเสนอตัวมาเป็นผู้แทนของประชาชนแล้ว ก็อยากให้มีหัวใจกับประชาชน ถ้ายังแยกไม่ออกระหว่างการถูกบังคับ และความชังชาติ ก็ไม่ควรมาเป็นตัวแทนของประชาชน




