‘โรม’ ลุยปฏิรูปตำรวจ ทันทีที่เปิดสภาฯ

17 มิ.ย. 2566 - 14:36

  • ‘รังสิมันต์ โรม’ ลั่น เตรียมปฏิรูปตำรวจทันทีที่เปิดสภาฯ

  • ชงยุบ ก.ต.ช.เหลือเฉพาะ ก.ตร. ดูแลทั้งระบบ เพราะประหยัดงบประมาณ แก้งานซ้ำซ้อน

Rangsiman_Rome_Said_In_Case_Police_was_arrested_Because_SPACEBAR_Hero_929db879f9.jpeg
รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมพวกเรียกเงินผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งมีข่าวไม่ดีเยอะ และที่ผ่านมาปัญหาของตำรวจยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งพรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับเรื่องตำรวจ และเป็นหนึ่งในกฎหมายที่พรรคฯ จะยื่นเข้าสู่สภาฯ ใน 4-5 ฉบับ ดังนั้นยืนยันว่าพรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปตำรวจ ที่ผ่านมาไม่อยากจะพูดให้ตำรวจดีๆเสียใจ แต่ต้องยอมรับว่าตำรวจมีข่าวฉาวรายวัน แต่ละเรื่องไม่เคยเรียบร้อยและมีเรื่องใหม่มาตลอด เช่น เรื่องรีดไถ่ เป็นเรื่องที่พรรคยอมรับไม่ได้ ต้องตรวจสอบ ขณะนี้พรรคก้าวไกล เข้าไปสั่ง หรือ แทรกแซงไม่ได้ 

รังสิมันต์ ยืนยันว่า หากพรรคมีโอกาส และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสตช. อยู่ภายใต้กำกับของนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล จะเข้ามาชำระล้างคนไม่ดีที่อยู่ในองค์กรออกไป และปฏิรูปปรับปรุงโครงสร้างแน่นอน เพื่อให้องค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่มีคุณภาพมากสุด และคนที่มีความรู้ความสามารถ มีผลงาน สามารถเติบโตได้ ดังนั้นเรื่องตั๋วและเส้นสาย เชื่อว่าจะได้ตำรวจที่พร้อมทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ใช่จับคนร้ายแล้วรีดไถ ดังนั้นปฏิรูปตำรวจเพื่อให้ตำรวจได้ทำหน้าที่เพื่อประขาชนที่แท้จริง และทำให้ตำรวจเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ 

รังสิมันต์ กล่าวว่า องค์กรตำรวจมีหน่วยงานซ้ำซ้อน ทั้ง ก.ตร. และ ก.ต.ช. ซึ่ง ก.ต.ช.เป็นการออกแบบทำเรื่องนโยบาย ส่วน ก.ตร. เป็นการบริหารบุคคล หากรวมกันก็ประหยัดงบประมาณมากกว่า อาจจะมี ก.ตร.ที่ทำเรื่องนโยบายและบริหารบุคคล ส่วนจะยกเลิกระบบอาสุโสในการแต่งตั้งหรือไม่ ยังสรุปไม่ได้ แต่ต้องหาจุดที่ทุกฝ่ายรับได้หากใช้ระบบอาวุโส 100% อาจเป็นผลร้ายกับประชาชน แต่ถ้าไม่มีระบบอาวุโสเลย ตำรวจจะยอมรับหรือไม่ ทั้งนี้จะต้องดึงตำรวจทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบระบบให้ดีที่สุด ส่วนเหตุการณ์รีดไถที่ชลบุรี ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด ทางพรรคฯ ยังไม่มีข้อมูลอะไร 

ส่วนกรณี ‘หยก’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง รังสิมันต์ ระบุว่า เป็นการตัดสินใจส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล ไม่เคยอยู่เบื้องหลัง แต่เห็นว่า เด็กไม่ควรถูกผลักออกจากระบบการศึกษาและทุกฝ่ายต้องพูดคุยหารือเจรจาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ทางทีมการศึกษาของพรรคก้าวไกลยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือติดตามในเรื่องนี้ 

รังสิมันต์ ยังยืนยันว่า ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล แม้ยังไม่ได้เจรจากับพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน เพราะยังมีหลายภารกิจที่ทางพรรคต้องผลักดัน หากตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นของพรรคก้าวไกลก็สามารถผลักดันเรื่องต่างๆได้ ส่วนความกังวลเกี่ยวกับรอยร้าว ระหว่าง 2 พรรคที่อาจขึ้น มองว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นปัญหา และคิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างต้องพูดคุยกัน มันไม่มีทางเห็นตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่จุดไหนที่พรรคเพื่อไทยขอหรือพรรคก้าวไกลขอ ก็ต้องหาทางพูดคุยเจรจากันให้ได้ เชื่อว่าทั้งสองพรรคเห็นเป้าหมายใหญ่ที่จะเดินไปด้วยกัน ฉะนั้นจึงไม่กังวล 

ส่วนการรวบรวมเสียงสมาชิกวุฒิสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรี รังสิมันต์ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบก็เป็นไปด้วยดี มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันมีความเป็นไปได้ที่จะโหวตปิดสวิตซ์ ส.ว. สูง โดยขณะนี้กำลังพยายามคุยกับทุกฝ่ายให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหานี้ และยืนยันว่ามาตรา 272 เป็นกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งจะหมดอายุปีหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นไม่รู้ว่า จะต้องให้มาตรา 272 แผลงฤทธิ์ทำไม ตนคิดว่าเราควรเดินหน้าตามความต้องการของประชาชน จากวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา และการที่ชี้แจงแบบนี้ เป็นการชี้แจงด้วยเหตุและผล เชื่อว่า ทุกฝ่ายรับฟัง 

ส่วนการเตรียมความพร้อมจัดอบรมว่าที่ ส.ส. หลัง กกต. รับรอง รังสิมันต์ กล่าวว่าพรรคก้าวไกลจะจัดอบรมแน่นอน แต่จะเป็นการภายใน เพราะมี ส.ส.ใหม่ค่อนข้างเยอะ ต้องทำให้ทุกคนมีความพร้อมมากที่สุด ทั้งการติวเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เพื่อทำให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ได้ตั้งแต่วันแรก ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า ว่าที่ ส.ส.ของพรรคจะรวมตัวกันไปรับใบรับรองที่ กกต. ในวันที่ 23 มิถุนายนนั้น ยอมรับว่าก็มีบางส่วนที่คุยกัน ไม่ใช่ทุกคน เพราะบางคนก็อยู่พื้นที่ไม่สะดวกเดินทาง ส่วนจะเป็นวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือไม่นั้น ขอรอกำหนดการให้ชัดเจนก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบ 

สำหรับกำหนดการเปิดประชุมสภา รังสิมันต์ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าจะเป็นวันไหน แต่ยืนยันว่า มีความพร้อมทำหน้าที่ อยากให้กระบวนการเป็นไปโดยเร็ว เพราะจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน วันเวลาที่ผ่านมาที่ยังไม่รับรอง ประชาชนเสียประโยชน์ ทุกอย่างมีต้นทุน มีค่าใช้จ่าย ทำงานเร็วที่สุด ส่งผลดีต่อประชาชนมากที่สุด 

รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเข้าชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นญัตติเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปด้วยเหตุเพราะความสงสัยคุณสมบัติของพิธาว่า ไม่ทราบว่ามีการคุยกันในเรื่องแบบนี้ พร้อมกับตั้งคำถามว่า จะเสนอเลื่อนโหวตจริงๆหรือ และจะเลื่อนโหวตไปเพื่ออะไร ย้ำความมั่นใจว่า ทุกข้อกล่าวหาไม่มีทางที่จะดำเนินการอะไรกับพิธาได้ ทั้งเรื่องหุ้นไอทีวี ซึ่งเมื่อวันเวลาผ่านไป สุดท้ายอุปสรรคเหล่านี้ เป็นความพยายามที่จะกลั่นแกล้ง ในขณะที่ประชาชนคาดหวังและต้องการเห็นพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี และเห็นรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคก้าวไกล ก่อนจะทิ้งท้ายว่า ขออย่าใช้วิชาอะไรทำลายความหวังของประชาชน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์