โผคณะรัฐมนตรี ‘เศรษฐา1’ ที่ตอนนี้เริ่มนิ่งแล้ว เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการดำเนินงานของ ‘รัฐบาลชุดใหม่’ ที่นำโดย ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของไทยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่ารัฐบาลชุดนี้จะผลักดันนโยบายต่างๆ ให้สำเร็จได้อย่างได้เคยหาเสียงไว้หรือไม่
หนึ่งในนั้นคือ ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ที่ยอมรับว่าตัวเองมีคำถามในใจเป็นล้านคำ ที่อยากจะถามไปยังรัฐบาลของเศรษฐา แต่คงต้องรอดูวันที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมอย่างไร ภายใต้หน้าตารัฐบาลที่เป็นแบบนี้
พร้อมยกตัวอย่างเรื่อง‘การยกเลิกเกณฑ์ทหาร’ ที่เดิมพรรคเพื่อไทยนโยบายที่สอดคล้องกับการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่พอ ‘เศรษฐา’ ใช้คำพูดว่าเรื่องนี้ให้เป็นการพัฒนาร่วมกัน จึงมองว่า ‘เศรษฐา’ ไม่ควรใช้คำพูดที่สวยหรู แต่ควรสร้างความชัดเจนให้สังคมว่าจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือไม่ หรือหากยังเกณฑ์ทหารเหมือนเดิม จะมีแนวทางเรื่องการป้องกันการทำร่ายร่างกายทหารเกณฑ์อย่างไร
“วันนี้เขายอมรับกลายๆ ว่าเขาตระบัดสัตย์ เขาจับมือกับลุง คำถามคือนโยบายต่างๆ ต่อไปนี้จะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีการตระบัดสัตย์อีก ผิดคำพูดอีก ผมคิดว่าความเป็นผู้นำ ความเป็นนายกรัฐมนตรี การเข้ามาเป็นรัฐบาล ถ้าคำพูดมันเชื่อถือไม่ได้ ผมคิดว่าความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจจะกระทบหมด”
‘รังสิมันต์’ ยังมองว่าหน้าตาของรัฐบาลชุดนี้ หลายคนมีมลทินมัวหมอง บางคนมีประวัติเรื่องยาเสพติด ถ้าคนที่มีประวัติเรื่องยาเสพติดสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ แล้วที่พรรคเพื่อไทยเคยบอกว่ายาเสพติดจะหมดไป มันจะหมดไปหรือเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนตัวยังไม่เชื่อมั่นกับรัฐบาลชุดนี้ พร้อมว่าหวังว่ารัฐบาลเศรษฐา จะไม่มีพฤติกรรมเหมือนรัฐบาลของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
“อย่าให้การตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องการตอบแทนบุญคุณ อย่าเอาผลประโยชน์ของประชาชนไปเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนบุญคุณของเครือข่ายของตัวเอง ผมคิดว่าทำแบบนั้นไปผู้ที่ต้องจ่ายบุญคุณไม่ใช่เขา แต่สุดท้ายคือประชาชน”
ส่วนความชัดเจนเรื่องผู้นำฝ่ายค้าน ‘รังสิมันต์’ บอกว่าในการประชุม สส.พรรค ช่วงบ่ายนี้จะมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปอีกครั้ง
หนึ่งในนั้นคือ ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ที่ยอมรับว่าตัวเองมีคำถามในใจเป็นล้านคำ ที่อยากจะถามไปยังรัฐบาลของเศรษฐา แต่คงต้องรอดูวันที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนว่าจะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมอย่างไร ภายใต้หน้าตารัฐบาลที่เป็นแบบนี้
พร้อมยกตัวอย่างเรื่อง‘การยกเลิกเกณฑ์ทหาร’ ที่เดิมพรรคเพื่อไทยนโยบายที่สอดคล้องกับการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่พอ ‘เศรษฐา’ ใช้คำพูดว่าเรื่องนี้ให้เป็นการพัฒนาร่วมกัน จึงมองว่า ‘เศรษฐา’ ไม่ควรใช้คำพูดที่สวยหรู แต่ควรสร้างความชัดเจนให้สังคมว่าจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือไม่ หรือหากยังเกณฑ์ทหารเหมือนเดิม จะมีแนวทางเรื่องการป้องกันการทำร่ายร่างกายทหารเกณฑ์อย่างไร
“วันนี้เขายอมรับกลายๆ ว่าเขาตระบัดสัตย์ เขาจับมือกับลุง คำถามคือนโยบายต่างๆ ต่อไปนี้จะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีการตระบัดสัตย์อีก ผิดคำพูดอีก ผมคิดว่าความเป็นผู้นำ ความเป็นนายกรัฐมนตรี การเข้ามาเป็นรัฐบาล ถ้าคำพูดมันเชื่อถือไม่ได้ ผมคิดว่าความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจจะกระทบหมด”
‘รังสิมันต์’ ยังมองว่าหน้าตาของรัฐบาลชุดนี้ หลายคนมีมลทินมัวหมอง บางคนมีประวัติเรื่องยาเสพติด ถ้าคนที่มีประวัติเรื่องยาเสพติดสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ แล้วที่พรรคเพื่อไทยเคยบอกว่ายาเสพติดจะหมดไป มันจะหมดไปหรือเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนตัวยังไม่เชื่อมั่นกับรัฐบาลชุดนี้ พร้อมว่าหวังว่ารัฐบาลเศรษฐา จะไม่มีพฤติกรรมเหมือนรัฐบาลของ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
“อย่าให้การตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องการตอบแทนบุญคุณ อย่าเอาผลประโยชน์ของประชาชนไปเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนบุญคุณของเครือข่ายของตัวเอง ผมคิดว่าทำแบบนั้นไปผู้ที่ต้องจ่ายบุญคุณไม่ใช่เขา แต่สุดท้ายคือประชาชน”
ส่วนความชัดเจนเรื่องผู้นำฝ่ายค้าน ‘รังสิมันต์’ บอกว่าในการประชุม สส.พรรค ช่วงบ่ายนี้จะมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปอีกครั้ง




