‘ก้าวไกล’ ข้องใจใครเป็นนายกฯ เตือน นายกฯ 2 คนมีปัญหาแน่

16 ก.ค. 2567 - 12:45

  • พร้อมตรวจสอบหากนอกลู่! ‘ก้าวไกล’ ดักคอ ‘ทักษิณ’ หวนคืนการเมืองต้องอยู่ใต้กติกา ข้องใจใครเป็น ‘นายกฯ’ กันแน่

rangsiman_rome_warning_two_prime_minister_will_definitely_have_problems_SPACEBAR_Hero_e4fefb049a.jpg

บทบาทของ ทักษิณ ชินวัตร ในเส้นทางการเมือง หลังกำลังจะพ้นโทษในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เป็นที่น่าสนใจของหลายฝ่าย  

หนึ่งในผู้ที่ออกมาให้ความเห็นวันนี้ (16 ก.ค.) คือ รังสิมันต์​ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ว่า เป็นสิทธิของทักษิณที่ทำได้ หากเป็นไปตามมกฎหมาย แตหมอบหมายให้ทำงานให้ตำแหน่งใด ต้องไม่ขัดกับกฎหมาย ส่วนทำได้มากน้อยแค่ไหนต้องไปดูในรายละเอียด 

แต่ในทางการเมืองมีฝ่ายที่คัดค้านบทบาทของทักษิณอยู่ แต่หากทักษิณมีความรับผิดชอบบางอย่าง อย่างเป็นทางการและตามกฎหมาย พรรคก้าวไกลในฐานะฝ่ายตรวจสอบพร้อมตรวจสอบอำนาจการใช้งบประมาณว่าถูกต้องหรือไม่

รังสิมันต์ ยังมองว่า บทบาทของทักษิณที่ลงพื้นที่และมีรัฐมนตรีเดินตาม ทำให้เกิดคำถามว่า ใครคือนายกฯ ตัวจริง เพราะเมื่อมีรัฐมนตรีเดินตามทักษิณ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แน่นอน

ส่วนการเดินสายของทักษิณมองว่ามีการส่งสัญญาณใดๆ ในทางการเมืองหรือไม่ รังสิมันต์ มองว่า คนที่เฝ้ามองการเมืองยอมรับว่าคงคิดมาก และคงปฏิเสธวาระเชื่อมโยงทางการเมืองไม่ได้ และส่วนตัวในฐานะที่เป็น สส. ทำงานในสภาก็ไม่รู้ว่าหากต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือดำเนินนโบายบางอย่างเพื่อประโยชน์ประเทศ ประชาชน ต้องคุยกับใคร

“เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ หากมีลักษณะ ที่มีนายกฯสองคน จะมีปัญหาต่อการบริหารราชการแน่นอน เช่น สมัยก่อนที่เมียนมา พบว่ามีอองซาน ซูจี เป็นผู้ที่มีบทบาท แต่เป็นนายกฯไม่ได้ ซึ่งเป็นภาวะที่ดูไม่ปกติ ผมไม่รู้ว่า คุณทักษิณคิดโมเดลแบบนี้หรือไม่ แต่หากไม่ว่าจะใช้โมเดลไหน ประเทศมีปัญหาแน่นอน”

รังสิมันต์​ กล่าว

ส่วนการเคลื่อนไหวของทักษิณจะส่งผลถึงพรรคก้าวไกลหรือไม่ ทั้งในการเมืองท้องถิ่นหรือระดับชาติ  รังสิมันต์ มองว่า การเมืองท้องถิ่นหรือระดับชาติ ต้องว่าตามมกติกา ในยุคนี้ประชาชนอยากเห็นการเมืองมีสถียรภาพ การเมืองที่ไม่ได้เล่นละคร ต้องตรงไปตรงมา ซึ่งจุดขายของพรรคก้าวไกล คือ ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา และได้รับการตอบสนองที่ดีจากประชาชน คนอยากเห็นการเมืองลักษณะแบบนี้ หากเป็นผู้ใช้อำนาจต้องใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมา หากเป็นการเมืองแบบชักใย มีคนที่ใช้อำนาจ แต่อีกคนที่รับผิดชอบทำให้การบริหารราชการมีปัญหา

“ผมเชื่อว่าประชาชนไม่อยากเห็นการเมืองแบบนี้ หากนายทักษิณมีตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่แน่ใจว่าแบบไหน นายทักษิณต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบ ผมมองว่าวันนี้สังคมรู้สึกว่า ระหว่างนายเศรษฐา กับ นายทักษิณ ใครมีอำนาจมากกว่ากัน”

รังสิมันต์​ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่ามีคนมองว่าการเดินสายของทักษิณคือการช่วงชิงมวลชนจากก้าวไกล รังสิมันต์ ระบุว่า การแข่งขันเพื่อชิงมวลชน หรือ นโยบายเป็นเรื่องต้องแข่งกันทั้งสองพรรค และเป็นธรรมดาของการเมือง อย่างไรก็ดีการทำแบบนั้นต้องว่าไปตามกติกา ยืนยันว่าในมมุมมองของตัวเองต้องการเห็นประเทศเดินหน้า พัฒนา ในฐานะฝ่ายค้าน มีบทบาทตรวจสอบ เสนอแนะ รัฐบาลจะทำหรือไม่ บังคับไม่ได้ อยู่ที่รัฐบาลพิจารณา และสังคมส่งเสียง หากทักษิณประสงค์ใช้อำนาจ ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์