จับตา ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ สร้างแรงกระเพื่อมการเมืองท้องถิ่น

14 มี.ค. 2567 - 14:00

  • ‘โรม’ รับ ‘ทักษิณ’ กลับเชียงใหม่ สร้างแรงกระเพื่อมลามลงการเมืองท้องถิ่น

  • ดักคอรัฐบาลต้องรับผิดชอบ หากหลอกประชาชนปม ‘ปัญหาสุขภาพ’

  • ลั่น ‘ซักฟอก ม.152’ รอบนี้ครั้งสำคัญ ไม่ใช่หมัดแย็บ

  • ปัดดอดพบ ‘ลุงป้อม’ เย้ย สส.พลังประชารัฐ เข้าบ้าน ‘หัวหน้าพรรค’ ครบหรือไม่

  • สับพวก ‘งูเห่า’ มีราคาที่ต้องจ่าย ให้ดูบทเรียนสอบตกยกแข่ง

Rangsiman_said_Thaksin_return_to_Chiang_Mai_may_affect_local_politics_SPACEBAR_Hero_cc7ec42624.jpg

ถูกจับตามองไปพร้อมๆ กับการตั้งข้อสังเกตถึงความเคลื่อนไหวสื่อนัยยะทางการเมือง สำหรับการเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’  

หนึ่งในผู้ที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งยอมรับว่า ทักษิณเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง และการเดินทางกลับในครั้งนี้ อาจส่งผลต่อการเมืองระดับท้องถิ่น อย่างการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เร็วๆ นี้ รวมถึงการเลือกตั้งระดับชาติ ที่เรียกว่าการทวงคืนพื้นที่ทางการเมืองคืน ดังนั้น ต้องจับตาดูกลยุทธ์ทางการเมือง หรือเป็นเพียงต้องการกลับบ้านเกิด ซึ่งก็เป็นไปได้หมด

ส่วนข้อสงสัยของสังคมเรื่องปัญหาสุขภาพนั้น เนื่องจากได้รับข้อมูลจากทางรัฐบาลมาโดยตลอดว่า ทักษิณมีสุขภาพที่แย่ แต่เมื่อผ่านไม่กี่วัน ออกจากโรงพยาบาลไปอยู่บ้าน และเดินทางกลับไปเชียงใหม่ จึงทำให้เกิดความคาใจว่า รัฐบาลหลอกประชาชนหรือไม่

ถ้ารัฐบาลหลอกเรา ถ้ารัฐบาลไม่ตรงไปตรงมากับประชาชน ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ เป็นรัฐบาลที่ใช้ไม่ได้เท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้าเกิดว่านายทักษิณ ไม่ได้ป่วยจริง ผมคิดว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ส่วนในเรื่องผลลัพธ์ของทางการเมือง ก็ยอมรับว่า นายทักษิณมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เราอภิปรายถึงคุณทักษิณ อภิปรายถึงคุณเศรษฐา จะเห็นปฏิกิริยาของคนเพื่อไทยต่างกันคนละเรื่องจนเริ่มไม่แน่ใจว่า ใครคือนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของทักษิณ ต้องรอฝ่ายค้านสรุปว่า จะมีการอภิปรายประเด็นอะไรบ้าง และไม่ใช่หมายถึงการอภิปรายที่จะไม่แตะหรือพาดพิงไม่ไปถึงทักษิณ แต่การอภิปรายเน้นที่กระบวนการ ซึ่งหยิบยกเรื่องของกระบวนการประเทศไทยของทักษิณ ว่าเป็นระบบอภิสิทธิ์ชนที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย และการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่ได้นำไปสู่การลงมติถอดถอนนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี แต่จะมีภาระทางการเมืองที่รัฐบาลจะต้องตอบชี้แจง หากชี้แจงไม่ได้ ก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลมากขึ้น

รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงการอภิปรายของฝ่ายค้านครั้งนี้ โดยหากเปรียบเป็นมวยจะไม่ใช่ ‘หมัดแย็บ’ แน่นอน พร้อมย้ำว่าเป็นการอภิปรายครั้งสำคัญ ที่เป็นรองจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

อย่าดูเบาเรื่องผลลัพธ์ทางการเมือง เพราะว่าในท้ายที่สุด พรรคการเมืองที่ดูเบาในเรื่องนี้จะได้รับผลลัพธ์ที่มากขึ้น ไม่ต้องระบุว่าพรรคการเมืองไหน แต่พรรคการเมืองที่เคยใหญ่ก็เล็กได้นี่คือสิ่งที่ต้องจับตาดู

Rangsiman_said_Thaksin_return_to_Chiang_Mai_may_affect_local_politics_SPACEBAR_Photo01_e70827e049.jpg

ปัดดอดพบ ‘ลุงป้อม’ บ้านมีนบุรี เย้ย สส.พลังประชารัฐ เข้าบ้าน ‘หัวหน้าพรรค’ ครบหรือไม่

สำหรับกรณีที่มีข่าว สส.พรรคก้าวไกล เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่บ้านมีนบุรี

รังสิมันต์ ก็ยืนยันว่า ไม่มีทางเป็นตนเองแน่นอน และไม่ทราบว่ามีคนของพรรคก้าวไกลไปหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบก่อน แต่เบื้องต้น ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรว่ามีการไปพบ พล.อ.ประวิตร และเชื่อว่าคงไม่มีใครไป พร้อมระบุว่า ตอนนี้ไม่แน่ใจว่า สส.พรรคพลังประชารัฐ ไปบ้านพล.อ.ประวิตร ครบหรือไม่ด้วยซ้ำ

ก่อนที่จะไปพูดถึงว่า สส.พรรคไหนไปบ้านลุงป้อม ต้องบอกมาก่อนว่า สส.พรรคพลังประชารัฐ อยู่ครบที่จะไปบ้านลุงป้อมหรือเปล่า ยืนยันว่า ผมยังไม่ได้ยินและยังไม่เห็นเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มีการถามเพื่อน สส.พรรคก้าวไกลหรือไม่ ว่ามีใครแตกแถวไปบ้าง รังสิมันต์ บอกว่า _“เห็นข่าวแล้ว ก็มีการพูดคุยกันบ้าง แต่ก็ยังไม่ทราบคนที่ไป” _   

เมื่อถามย้ำถึงกรณีมีคนที่คิดว่าตัวเองจะเป็น สส.สมัยเดียว รอบนี้ได้มาเพราะกระแส อาจไปพบ พล.อ.ประวิตรได้ รังสิมันต์ ก็ย้ำว่า ไม่มี พร้อมระบุว่า ตอนหาเสียง เราเหนื่อยกันมาก ดังนั้น คงไม่คิดแค่ว่าจะเอาความสบายเข้ามา หลายคนที่หาเสียง ก็เชื่อจริงๆ ว่าต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง และเราก็พยายามคัดผู้สมัครอย่างดีที่สุด พยายามมีการทอดสอบในทุกรูปแบบ มีการใช้ระยะเวลากับผู้สมัครมากที่สุด ว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์จริงๆ

ผมเชื่อว่าเพื่อนร่วมพรรค ร่วมการต่อสู้ ก็ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่ทำให้ตัวเองทำก่อนที่มาอยู่จุดนี้ได้ แต่เมื่อมีกระแสข่าวออกมา ผมก็พยายามถามและตรวจสอบเหมือนกัน ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่ามี สส.ของพรรคก้าวไกล ไปบ้านของ พล.อ.ประวิตร

สับพวก ‘งูเห่า’ มีราคาที่ต้องจ่าย ให้ดูบทเรียนสอบตกยกแข่ง

สำหรับกระแสข่าว สส.ที่ไปบ้านพล.อ.ประวิตร ประมาณ 10 คน รังสิมันต์ มองว่า ถ้าเป็นหลัก 10 คน ตนน่าจะรู้ ถ้าเป็นจริงก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ดังนั้น เบื้องต้นจะสรุปว่ามี สส.ไปบ้าน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้ เพราะมีแค่กระแสข่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามี สส.พรรคก้าวไกลไปจริงๆ ก็คงต้องคุยกัน เพราะ พล.อ.ประวิตร ก็ไม่ใช่รัฐมนตรี อยู่ๆ จะไปหา ก็ต้องชี้แจงว่าไปด้วยสาเหตุอะไร ปัญหาตอนนี้อย่าเพิ่งไปสรุปว่ามีเลย เพราะยังไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

ส่วนกรณีที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลมีปัญหาเรื่อง ‘งูเห่า’ ครั้งนี้ถ้าต้องเจอปัญหางูเห่าอีก จะตอบประชาชนอย่างไร รังสิมันต์ ระบุว่า ตั้งแต่การเมืองรอบที่แล้ว ไม่ใช่แค่พรรคก้าวไกลที่เจอปัญหาเรื่องนี้ หลายพรรคก็เจอปัญหาคล้ายๆกัน แม้แต่พรรคเพื่อไทย ดังนั้น เรื่องงูเห่าเป็นสิ่งที่เราไม่อยากเห็น เราไม่ต้องการเห็นคนที่ทรยศต่อประชาชน และคิดว่าบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เราจะพบว่าคนที่เป็นงูเห่า สอบตกทั้งหมด

เป็นบทเรียนแล้วว่า งูเห่าจะไม่มีทางมีพื้นที่ในสังคมไทยได้ การเป็นงูเห่า เท่ากับว่าคุณได้ตัดอนาคตของตัวเอง และทำให้ไม่สามารถเจริญเติบโตทางการเมืองได้อีกแล้ว ประชาชนจะไม่มีทางไว้ใจคุณอย่างเด็ดขาด นี่คือราคาที่คนที่เป็นงูเห่าต้องจ่าย และทุกครั้งที่มีเรื่องการยุบพรรค ก็จะมีข่าวเรื่องการซื้อตัวเข้ามาอยู่แล้ว ก็เป็นธรรมชาติของข่าว ผมจึงยังฟังหูไว้หู มองบนพื้นฐานข้อเท็จจริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์