รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กรณีมีการพาดพิง สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และซาง ไท่หยาง สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลียของสุชาดา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์
รังสิมันต์เปิดเผยว่า วันที่ 7 ตุลาคมนี้ จะออกหนังสือเชิญสุชาดาและไท่หยาง รวมถึงผู้แทนจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้ามาชี้แจงด้วย
ชี้ข้อมูลโยงคริปโทฯ-การลงทุน เตรียมไล่ตรวจเส้นเงิน
รังสิมันต์ระบุว่า ขณะนี้ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีและการลงทุน ซึ่งน่ากังวลว่าจะมีการฉ้อโกงกันครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ขอสรุปหรือฟันธง เนื่องจากต้องยึดหลักการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน
ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบและไล่เส้นเงินทั้งหมด รวมถึงแหล่งที่มาของรายได้ทั้งหมด ก่อนดำเนินการต่อและเอาผิดทั้งทางกฎหมายและทางการเมือง
ยังไม่เปิดหลักฐาน อ้างต้องใช้ในวาระอื่น
เมื่อถามถึงกรณีมีการเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐาน รังสิมันต์กล่าวว่า ยังขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่สามารถพูดทั้งหมดได้ เพราะจะต้องนำไปใช้ในวาระอื่น แต่ยืนยันว่า “ไม่ช้า ทุกคนจะได้รับรู้และรับทราบกัน”
รังสิมันต์กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับทรัพย์สินของไท่หยาง ซึ่งมีราว 1.9 พันล้าน และมีการปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งถึง 80% ก่อนที่บริษัทหรือกองทุนดังกล่าวจะล้มละลาย และนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนในโลกคริปโทเคอร์เรนซี
โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนถูกจับและถูกดำเนินคดี ทั้งในสิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายคนให้การเชื่อมโยงมาถึงไท่หยาง
ตั้งข้อสังเกตบัญชีทรัพย์สิน-ตัวเลขเงิน เตรียมตรวจเส้นทางการเงิน
รังสิมันต์กล่าวต่อว่า ขอตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุใดไท่หยางซึ่งมาพำนักในไทยและยังมีทรัพย์สินจำนวนมาก รวมถึงยังมีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัทหรือกองทุนที่ล้มละลายไปแล้ว แต่ในบัญชีทรัพย์สินของสุชาดากลับยังระบุถึงผลต่างของตัวเลขเงินที่แตกต่างไป
“ดังนั้น ข้อมูลเหล่านี้ จึงทำให้เกิดสมมติฐานบางว่า และต้องตรวจสอบว่า เส้นทางทางการเงินที่เชื่อมโยงจะถูกนำไปใช้เพื่อเอาผิดได้มากน้อยเพียงใด”




