ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยในช่วงกระทู้ถามสด รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในเรื่องการดำเนินการ ‘คดีตากใบ’ ที่ใกล้จะหมดอายุความในวันที่ 25 ต.ค. 2567
รังสิมันต์ ระบุว่า คดีตากใบ ใกล้จะหมดในอีก 22 วัน จะส่งผลต่อการดำเนินคดีใดๆ กับผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไป ตราบใดที่คดีนี้ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย ทุกรัฐบาลล้วนต้องรับผิดชอบในการสะสาง จนกว่าสันติภาพชายแดนใต้จะเกิดขึ้น
เหตุการณ์ตากใบ เกิดขึ้นเมื่อ 25 ต.ค. 47 ในเวลานั้นผู้นำรัฐบาลคือ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นประวัติศาสตร์บาดแผลของคนในพื้นที่ที่อยู่คู่กับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกฯ มาโดยตลอด
— รังสิมันต์ โรม
รัฐบาลขณะนั้น ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น 1 ชุด ผลการสอบสวนชี้ชัดว่า เกิดจากความบกร่องของเจ้าหน้าที่รัฐที่ควบคุมเหตุการณ์ อันนำมาสู่โศกนาฏกรรม ซึ่งสุดท้าย ผู้มีอำนาจทางการเมืองลืมเลือนเหตุการณ์ตากใบ จนเกือบหมดอายุความ แต่ผู้เสียหายในคดีนี้ลุกขึ้นมาฟ้องเอาผิด เพื่อทำความจริงให้ปรากฏด้วยตนเอง
คดีนี้ ประชาชนร้องเอง ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลเหมือนที่รัฐมนตรีบางคนพูดไว้ว่า มีความคืบหน้ามากที่สุดในรัฐบาลนี้
— รังสิมันต์ โรม
รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์นี้ได้ทำลายความไว้วางใจประชาชนต่อรัฐอย่างสิ้นเชิง จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งเป็นห่วงจริงๆ 25 ต.ค. 2547 ภายใต้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เป็นการฝังกลบความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐจนยากที่จะฟื้นคืน จะทำให้สันติภาพเป็นเพียงภาพฝันที่ไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ มีอดีตนายกฯ 2 คน ที่ออกมาขอโทษในเรื่องนี้ คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และอีกคนหนึ่งคือ ทักษิณ ขอโทษเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2565 ซึ่งครบรอบ 18 ปีเหตุการณ์ตากใบ ไม่น่าเชื่อต้องรอถึง 18 ปี จึงมีท่าทีเสียใจของอดีตนายกฯ
ดังนั้น จึงอยากถามว่า จะทำอย่างไรเพื่อฟื้นความไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่ และจะสร้างความรู้สึกของประชาชนให้กลับมาดี สมกับที่อดีตนายกฯ เคยขอโทษอย่างไร
เหลือเวลาอีก 22 วัน กระบวนการที่ทางตำรวจจะต้องไปแจ้งข้อกล่าวหาใหม่กับเวลาแค่นี้ แล้วตำรวจอยู่กับใคร? ท่าน (ภูมิธรรม) เป็นคนดู ท่านจะบอกว่าให้มองอย่างสร้างสรรค์ มองแบบไม่รู้สึกอะไรหรือ ประทานโทษ...ท่านยังมีหัวใจหรือเปล่า? นึกไม่ออกว่า ‘สหายใหญ่’ ซึ่งเคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว ถามว่าจะทำให้เหตุการณ์ตากใบ เกิดขึ้นแบบ ‘6 ตุลาฯ’ หรือ? ท่านส่องกระจกแล้วยังจำตัวเองได้หรือเปล่า สั้นๆ ง่ายๆ นิดเดียว ว่าวันนี้มีการเป่าคดี มีความพยายามช่วยกัน หนึ่งในการช่วยกันคือ ‘ตำรวจ’ ถามว่าท่านในฐานะที่ดูแลตำรวจ จะทำอย่างไร?
— รังสิมันต์ โรม
รังสิมัน ทิ้งท้ายด้วยว่า มี สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ถูกดำเนินคดีด้วย และยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อตามตัวใครก็ตาม มาดำเนินการทางกฎหมาย
วันนี้ ประชาชนเริ่มคิดว่า ภูมิธรรม และรัฐบาลต้องการให้เรื่องจบแบบขาดอายุความ ซึ่งก็จะทำให้ไม่มีการสืบพยาน ไม่มีคำให้การ ซึ่งผมสนใจว่า ถ้ามีการให้การหรือสืบพยาน สุดท้ายจะชี้ไปที่บุคคลที่ใหญ่กว่านั้นหรือไม่
— รังสิมันต์ โรม
ด้าน ภูมิธรรม ชี้แจงว่า ปัญหาชายแดนใต้ ต้องเริ่มต้นแก้ไขด้วยเหตุผลและดูให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่เริ่มจากความดุเดือด หรือมองแต่ด้านลบเพียงด้านเดียว ไม่ใช่มองเพียงว่า “เจ้าหน้าที่ทำแบบโน้น ตรงนั้นตายแบบนี้” แต่เรื่องดังกล่าว มีองค์ประกอบเกี่ยวข้องหลายอย่าง
และขอยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับคดีนี้ ทุกเรื่องมีความสำคัญ แต่รัฐบาลต้องทำเรื่องเร่งด่วนในขณะนั้นคือน้ำท่วม และโปรดเข้าใจว่า ไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำถามสื่อมวลชนที่ถามเรื่องคดีตากใบ
ทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ตากใบ และสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องตากใบเกิดเมื่อปี 47 มีความจริงหลายมิติ รายงานสรุปว่า เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจเป็นหลัก เป็นเรื่องกระบวนการลำเลียงคน ขณะเกิดเหตุ มีสื่อฯ รายงานว่า มีนายทหารเตือนว่าการนำคนขึ้นไปจำนวนมากไม่ได้ ต้องเอาลงมา
ดังนั้น การสรุปว่ามีเจตนาหวังจะเอาคนไปทับให้ตาย ถือว่าไม่ใช่ ขณะนั้นมีการสับสนอลวน เป็นเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เหตุการณ์นี้ควรให้ความเป็นธรรม ไม่ใช่ตั้งใจจะฆ่ากัน แต่เป็นเรื่องความสับสนอลหม่าน
ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เยียวยาแล้วถึงรายละ 7 ล้านบาท และสัดส่วนที่ลดหลั่นลงไปตามความบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ทั้งหมดพยายามให้เห็นว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น และใช้เป็นอุทธาหรณ์มากกว่าทำให้เป็นเครื่องมืออธิบายว่า รัฐบาลตั้งใจจะฆ่าเขาหรือรัฐบาลไม่ใส่ใจ โดยไม่เห็นคุ้มค่าของเขา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเสียใจ และไม่อยากเห็นเกิดขึ้น ไม่ใช่ความตั้งใจแต่เกิดจากความสับสนอลหม่าน
— ภูมิธรรม เวชยชัย
ภูมิธรรม กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังหาตัวผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ ซึ่งฝ่ายรัฐต้องดำเนินการไป และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้ารู้ก็ต้องจับอยู่แล้ว พูดชัดเจนตลอดว่า อยากให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ เพราะผู้ถูกกล่าวหาถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ คดีไปถึงจุดของมัน เกือบ 20 ปีแล้ว เพิ่งมารื้อฟื้นและเพิ่มคดีในตอนนี้
ตอนนั้นเคยมีการถามในการตัดสินว่าไม่ฟ้องคดีต่อ มีเวลา 15 วัน ที่จะให้ฟ้อง ตอนนั้นก็ไม่มีใครฟ้อง เราก็นึกว่าเรื่องนี้ยุติไปแล้ว เราก็ไม่อยากทำให้เป็นประเด็นแตกแยก เพียงแต่อยากใช้เป็นประสบการณ์และหาทางออก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอยู่ ขอให้ใจเย็น แล้วมาดูว่าเรื่องนี้จะให้ความเป็นธรรมทั้งญาติผู้เสียชีวิตและคนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งไม่แน่ใจว่าเขาต้องมีส่วนในการรับผิดชอบหรือไม่ ทั้งหมดจะยุติได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการยุติธรรมเดินถึงที่สุด ฉะนั้น อย่าด่วนเอาตัวเองเป็นคนตัดสิน
หากมีหลักฐานว่า ตำรวจดึงคดีก็ว่ามา จะตรวจสอบให้ แต่อย่าคิดเองว่าศาล ตำรวจ อัยการ ผม และพรรคการเมืองเป็นแบบนั้น แบบนี้ไม่ควรพูด แต่ควรจะนำข้อเท็จจริงมาคุยกัน ผมไม่อยากคุยเรื่องอารมณ์และการกล่าวหาโดยไม่มีเหตุผล
— ภูมิธรรม เวชยชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการถามของ รังสิมันต์ ทางด้าน ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงสลับกับ ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อยู่เป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายการตอบกระทู้ของ ภูมิธรรม ทางด้าน รังสิมันต์ ได้ขอชี้แจง แต่ประธานในที่ประชุมไม่อนุญาต เนื่องจากได้ใช้เวลาหมดแล้ว และ รังสิมันต์ เป็นฝ่ายพาดพิงก่อน




