‘โรม’ จี้สอบ ‘เพื่อไทย’ ซื้อเสียง ป้าโยนถุงขึ้นเวทีปราศรัย

28 ม.ค. 2568 - 14:41

  • ยอมรับไม่ได้ ! ‘โรม’ ปูดหลักฐานซื้อเสียง ‘อบจ.’ จี้ ‘กกต.’ สอบปม ป้าโยนถุงขึ้นเวทีปราศรัย ‘เพื่อไทย’

  • ฝาก ‘แสวง’ ทำหน้าที่ให้สมเงินเดือน

  • มอง ‘ทักษิณ’ ทำให้รัฐบาลดูแย่ ขอหยุดใช้นโยบายเงินหมื่นหวังผลเลือกตั้ง

Rangsimant_Rome_a_critic_of_political_parties_buys_votes_SPACEBAR_Hero_bc8f1fca4b.jpg

‘รังสิมันต์ โรม’ สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าประชาชน กล่าวถึงการเลือกตั้ง อบจ. ว่า การเลือกตั้ง อบจ. ครั้งนี้ อาจจะแตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. นี้ ซึ่งจะไม่สะดวกกับการเลือกตั้งในวันอาทิตย์  โดยการเลือกตั้งท้องถิ่นมีการขับเคี่ยวกันโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายซึ่งถือว่ามีความสำคัญ และอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ไปใช้สิทธิ์เพื่อให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าท้องถิ่นเป็นส่วนที่ใกล้ชิดกับประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นอยากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อบจ.ให้ได้มากที่สุด 

รังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามีข่าวหนาหู เรื่องการพยายามที่จะจ่ายเงินให้กับประชาชน ทำให้เจตจำนงของประชาชนถูกบิดผันไป บางพื้นที่อาจจะจ่าย 500 บาท บางพื้นที่ 1,000 บาท บางพื้นที่มีสัญญาแบ่งกันเป็นรายงวด ซึ่งได้รับรับทราบจากประชาชนเป็นระยะ  ขณะที่เมื่อวานนี้ เดินทางกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มีประชาชนเข้ามาแจ้งเบาะแส ว่ามีการจ่ายเงินซื้อเสียงไปแล้ว โดยหวังว่าคงจะไม่ใช่จังหวัดเชียงใหม่  หลายพื้นที่ไม่ควรจะยอมกับเรื่องแบบนี้ และไม่ใช่เรื่องที่สมควรจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย  

การซื้อเสียงการจ่ายเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผ่านหัวคะแนน หรือให้หัวคะแนนไปกระจายต่อ วิธีการเหล่านี้เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตยที่เป็นของทุกคน  ดังนั้นวิธีการที่จะป้องกันกระบวนการเหล่านี้ เราต้องช่วยกันให้ประชาชนเป็นตาสับปะรด โดยการจับตาทำได้หลายวิธีทั้งโทรศัพท์มือถือแอบอัดเสียง ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ต้องช่วยกันปกป้องบ้านเมือง ต้องทำให้การแข่งขันในระดับท้องถิ่น เป็นการแข่งขัน การทำงานในระดับนโยบาย เพราะหากยังมีการซื้อเสียงสิ่งที่ตามมานั้นก็คือการคอรัปชัน ซึ่งไม่อยากให้เกิด เพราะเงินภาษีของประชาชนจะต้องเสียไป จะทำให้บ้านเมืองและท้องถิ่นไม่พัฒนาไปในทางที่ควร 

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ยังจับตาไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ต้องไม่เป็นมือเป็นไม้ให้กับการซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยต้องต่อต้านกับเรื่องเหล่านี้ ตำรวจในโรงพักก็ทราบ ว่ามีการซื้อเสียงกันที่ไหน และจ่ายเงินดันอย่างไร ดังนั้นอย่าให้เกิดความอับอายในองค์กรของท่านอีกประเภท คือการซื้อเสียงยกหน่วย ขออย่าให้มันเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้  จึงอยากให้ทุกคนไปร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน ที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นวิธีการหนึ่ง ในการป้องกันการซื้อยกหน่วย และอย่าให้นำเอาภาษีของประชาชนมาใช้ประโยชน์ส่วนตัว 

ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนเปิดเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนทุจริตการเลือกตั้ง อบจ. เพราะไม่ไว้ใจการทำงานของ กกต.ใช่หรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า  การเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเฉพาะ อบจ. เขตเลือกตั้งเยอะ และวิธีการที่เชื่อว่าดีที่สุดคือการพึ่งประชาชน

“ต้องบอกตรงๆ ว่าหาก กกต. ทำหน้าที่ ให้เกิดความไว้วางใจ เราก็สามารถที่จะฝากความหวังไว้กับ กกต.ได้ แต่ในช่วงเวลาที่ที่ผ่านมา ในการเลือกตั้ง เราก็รู้ว่ามีการจ่ายเงินเพื่อซื้อเสียง และคำถามคือ กกต. สามารถจับได้กี่คน จัดการปัญหานี้ และนำไปสู่การป้องกันอย่างไร ดังนั้น จึงคิดว่าหวังพึ่งกกต. ไม่ได้ ซึ่งเราต้องช่วยกันจับตา และจริงๆเรื่องนี้จะได้ 2 เด้ง คือ ปกป้องคะแนนเสียง และ  การชี้ว่ากกต. ทำหน้าที่บกพร่องหรือไม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ ได้ทำหน้าที่ของตนเองที่ควรจะทำมานานแล้ว“

รังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่ามีขณะนี้มีหลักฐาน ชัดเจนเรื่องการซื้อเสียงแล้วใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีเบาะแสแจ้งมาเรื่อยๆ ‘เงินออกแล้ว มีจ่ายกันแล้ว’ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวม และยืนยันว่าครั้งนี้อาจริงจะมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิด หากมีหลักฐานเพียงพอเราก็จะยื่นร้องต่อไป รวมถึงต้องจับตาเจ้าหน้าที่ว่าเข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตเลือกตั้งครั้งนี้ 

ส่วนกรณีที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง อบจ. พรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่จังหวัดมหาสารคาม มีประชาชนโยนถุงขึ้นไปบนเวที เพราะไม่พอใจเรื่องเงิน 200 บาท นั้น รังสิมันต์ กล่าวว่ากรณีนี้ชัดเจนมาก และก็ได้ติดตามเหมือนกับหลายคน เรื่องเงิน 200 บาทที่บอกว่าจะได้ แต่เหมือนมีความพยายามจากเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะให้คุณป้าคนดังกล่าวไม่พูดหรือขยายความในเรื่องเงิน คำถามคือวันนี้เห็นความคืบหน้าของหน่วยงานรัฐมากน้อยแค่ไหน และคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่าคิดว่าจะให้คุณให้โทษ กับคนอื่นเพียงอย่างเดียว  หากมีหลักฐานเพียงพอเราก็พร้อมที่จะใช้ทุกช่องทางดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้อง

“อย่าลืมว่าการใช้เงินซื้อเสียงแบบนี้เป็นการทำลายระบบประชาธิปไตย ซึ่งผมจะไม่อยู่เฉย และติดตามอยู่ตอนนี้มีกรณีที่ชัดเจนแล้วว่ามีการส่อ ในการใช้เงินซื้อสิทธิ์ขายเสียง คำถามคือกกต. ซึ่งมีหน้าที่ทำอะไรมากน้อยแค่ไหน ฝากถึงนายแสวง บุญมี เลขากกต. ให้ทำหน้าที่ให้สมกับเงินเดือนที่ได้รับจากประชาชน ทำหน้าที่ให้สมกับการเป็น  กกต. ตนทราบดีว่าประวัติราชการของท่านเป็นมาอย่างไร ท่านได้ตอบแทนบุญคุณไปหมดแล้ว ก็ขอให้ทำหน้าที่ของ กกต. เพื่อประโยชน์ของประชาชน ” รังสิมันต์ ระบุ

เมื่อถามถึงการแจกเงิน 10,000 บาท ในช่วงการเลือกตั้ง อบจ. จะทำให้พรรคประชาชนเสียเปรียบหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่าเงิน 10,000 บาทนี้ เป็นเงินของประชาชนอยู่แล้ว เป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน ไม่ใช่เป็นหนี้บุญคุณใคร เป็นสิ่งที่ประชาชนควรจะได้รับ แต่จะมาในรูปแบบอื่น เช่น โครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพชีวิตที่ดี แต่รัฐบาลนี้ตัดสินใจที่จะแจกเป็นตัวเงิน ตนไม่รู้ว่าวัตถุประสงค์ของรัฐบาลคืออะไร ไม่อยากคาดเดา แต่ยืนยันว่า ประชาชนไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร  มีแต่รัฐบาลและฝ่ายค้านที่เข้ามาทำหน้าที่ในสภาที่เป็นหนี้บุญคุณประชาชน 

เมื่อถามอีกว่าการที่ทักษิณปราศรัยพูดเรื่องเงิน 10,000 บาทจะมีผลกับคะแนน เลือกตั้ง อบจ. หรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวย้ำว่า ไม่อยากคาดเดาจุดประสงค์คืออะไร แต่ถ้าจุดประสงค์คือให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณ ก็ขอให้หยุด  จึงไม่อยากให้ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ ไปหาเสียงด้วยเงินหมื่น เป็นการให้เงินกับประชาชน เพื่อหวังผลการเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าทักษิณจะรู้นโยบายของรัฐบาลเยอะกว่ารัฐบาล หลายเรื่องที่พูดออกมาเหมือนทำนายอนาคตรัฐบาลแม่นมาก และคิดว่าทักษิณกำลังทำให้รัฐบาลนี้ดูแย่มากขึ้นเรื่อย ดูเหมือนว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีวิสัยทัศน์ เพราะวิสัยทัศน์ไปแสดงผ่านนายทักษิณ และกลายเป็นว่านโยบายต่างๆ รวมถึงการหาเสียง ซึ่งดูแปลกดีว่าทำไมรัฐบาลนี้ดูแย่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์