สส.ประชาชน ชี้ รบ.ไทย พลาด ลงนาม MOU แรร์เอิร์ธ เสียเปรียบสหรัฐฯ

27 ต.ค. 2568 - 17:53

  • สส.ประชาชน ชี้รัฐบาลพลาด ‘อนุทิน’ เซ็น MOU ไทย-สหรัฐฯ กรณี ‘แรร์เอิร์ธ’ เสียเปรียบสหรัฐฯ ทำโดนล็อคทุกทาง ไม่ระบุเรื่องสิ่งแวดล้อม แนะดูกรณีสารพิษ ‘แม่น้ำกก’ แถม ‘รัฐไทย’ ยังไม่มีความรู้เรื่องนี้ ชี้ ‘ไทย’ กลายเป็นหมากในสงครามแรร์เอิร์ธระหว่างจีน-สหรัฐฯ แนะทำกฎหมายลูกเข้มช้น แก้ พ.ร.บ.แร่ฯ รองรับ

สส.ประชาชน ชี้ รบ.ไทย พลาด ลงนาม MOU แรร์เอิร์ธ เสียเปรียบสหรัฐฯ

ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านถึงเรื่องการเซ็นเอ็มโอยูของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับ สหรัฐฯ ความว่า MOU แรร์เอิร์ธ ไทยได้อะไร อนุทิน เซ็น MOU ที่ทำให้ไทยเสียเปรียบสหรัฐฯมากขนาดนี้ได้อย่างไร โดนล็อคทุกทาง หนักกว่านั้นคือ ไม่มีแม้แต่การระบุเรื่องสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการแรร์เอิร์ธ ทั้งที่ภาคเหนือกำลังเผชิญปัญหาน้ำเป็นพิษอย่างหนักจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน​ ปัญหาในประเทศยังไม่แก้ แต่กลับไปสร้างปัญหาใหม่เพิ่ม

จาก MOU ที่นายกรัฐมนตรีลงนามร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ (26ต.ค.) สิ่งที่ผมตั้งคำถามอย่างแรกคือ

-“เราไปลงนามด้านสันติภาพ แล้วแรร์เอิร์ธ เกี่ยวอะไรด้วย?” เพราะมันไม่มีความจำเป็นใดๆ ในการเซ็น MOU นี้เลย คำถามต่อมาคือ

-“นายกฯบอกว่าได้มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมาแล้ว โดยกรมเหมืองแร่ฯ” ผมรีบกลับไปย้อนดูสรุปผลการประชุม ครม.ทันที เพราะไม่เคยเห็นประเด็นนี้เลย สุดท้ายก็ไม่มีเรื่องนี้ระบุในสรุปผลประชุม ครม. เลยจริงๆ

อีกทั้งกรมเหมืองแร่ฯ เองยังไม่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นแรร์เอิร์ธเลย ในที่ประชุมอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน กรมฯยังไม่สามารถอธิบายได้เลยว่า การทำเหมืองแรร์เอิร์ธในประเทศเพื่อนบ้านทำด้วยวิธีอะไร

ผมต้องไล่อธิบายวิธีทำแบบ In-situ leeching ที่เจาะรูแล้วฉีดสารเคมีลงดินให้กรมฯฟัง ในเมื่อรัฐไทยยังไม่มีความพร้อม แล้วรัฐบาลยอมเซ็นให้ประเทศเสียเปรียบขนาดนี้ได้อย่างไร และใน MOU ฉบับนี้ก็ยังไม่มีการระบุเรื่องการทำเหมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยซ้ำ

ทั้งๆ ที่เรากำลังเจอปัญหาน้ำเป็นพิษที่เชียงใหม่และเชียงรายกันอย่างหนัก รัฐบาลทำให้ไทยกลายเป็นแค่หมากในสงครามแรร์เอิร์ธระหว่างจีน-สหรัฐฯ ไปแล้ว

ที่แย่ขึ้นไปอีก คือ แม้แต่กฎหมายภายในประเทศของเราเองทุกวันนี้ เรายังไม่มีการตรวจสอบ Supply chain ของแร่ที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาในประเทศเรา ผู้นำเข้าไม่ต้องระบุว่าเอามาจากเหมืองไหน มีการจัดการด้านมลพิษในเหมืองนั้นอย่างไร

บอกแค่ว่ามาจากประเทศไหนแค่นั้น นำเข้าได้แล้ว ชัดเจนว่า ภายในประเทศเรายังไม่จัดการ ทางแก้ปัญหาเดิมยังไม่มี แต่รัฐบาลกลับเลือกสร้างปัญหาใหม่

MOU ฉบับนี้ถูกบีบเอาไว้หลายประการด้วยกันครับ

1.ให้สิทธิสหรัฐฯ มาวิเคราะห์การขยายพื้นที่และพิกัดของแร่หายากในประเทศไทย

2. หากเจอพื้นที่แร่หายาก สหรัฐฯ รู้ก่อนนะ โดยระบุไว้เลยว่า ต้องบอกสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และสหรัฐฯ คาดหวังว่าจะได้โอกาสในการลงทุนก่อนเจ้าอื่นด้วย

3. กระบวนการอนุญาตต่างๆ จากผู้ลงทุนของสหรัฐฯ ทั้งจากกฎหมายระดับชาติ หรือ ท้องถิ่น ต้องถูกทำให้รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้นด้วย

4. แม้การยกเลิก MOU ฉบับนี้ถูกระบุให้สามารถทำได้ทุกเมื่อ แต่ก็ระบุแนบท้ายไว้ด้วยเช่นกันว่า โครงการใด ๆ ที่ตกลงกันแล้วก่อนยกเลิก ให้ยึดถือการดำเนินการตาม MOU ฉบับนี้ต่อ แม้ MOU จะถูกยกเลิกไปแล้ว

นี่ทรัพยากรของประเทศนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาไปต่อรองเพื่อผลประโยชน์แอบแฝงอะไรแบบนี้ ผมไม่สามารถเชื่อได้เลยว่า รัฐบาลจะยอมเซ็น MOU ที่ประเทศไทยเสียเปรียบทุกทางแบบนี้ โดยไม่มีผลประโยชน์ใดๆ เลย และการยกเลิก MOU กับประเทศใหญ่ที่มีช่องทางบีบเราได้หลายทางแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยนะครับ

รัฐบาลทำพลาดมาก​ หากรัฐบาลจะอ้างว่า​ MOU ผูกพันทั้งสองฝ่ายเท่า​ๆ กันในลักษณะที่ไม่ใช่สนธิสัญญา แต่อ่านถ้อยคำที่ระบุล้วนแต่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายสหรัฐฯ เพราะฝ่ายไทยไม่สามารถไปลงทุนแรร์เอิร์ธในสหรัฐฯ แน่นอน​ เพราะการทำแรร์เอิร์ธในทวีปอเมริกาต้องใช้ต้นทุนสูงกว่าฝั่งประเทศเราหลายเท่า​ เนื่องจากต้องเจาะผ่านชั้นหินแข็ง​ และโอกาสที่จะเจอ​ Heavy rare earth ที่มีราคาตลาดสูงมาก​ ๆ​ ก็น้อย​ ส่วนมากจะเป็น​ Light rare earth ที่มีราคาตลาดต่ำกว่ามาก​

มาถึงตรงนี้ ชัดเจนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการลงนาม MOU ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจาก MOU ฉบับนี้ ในระหว่างที่รัฐบาลเป็นรัฐบาลชั่วคราวก่อนยุบสภา

รัฐบาลต้องไม่พิจารณาการทำเหมืองแรร์เอิร์ทในประเทศ และห้ามเปิดช่องให้สหรัฐฯใช้ MOU ฉบับนี้มาบีบให้ไทยต้องเปิดทางการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธภายในประเทศให้กับสหรัฐอเมริกา และเร่งการทำ domestic law ตาม MOU ให้เข้มขึ้นจากการออกกฎหมายลูกต่าง ๆ ตามพ.ร.บ.แร่ ให้เข้มงวด ในระหว่างที่รอการแก้ พ.ร.บ.แร่ เพื่อเพิ่มความรัดกุมรอบด้าน​ ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมของชาติ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์