หมากสำคัญ ‘เลือกตั้ง กทม.’ ครม.ตั้ง ‘รัชดา’ เป็นผู้ช่วย ‘ภราดร’

4 พ.ย. 2568 - 16:34

  • ‘ครม.’ ตั้ง ‘รัชดา ธนาดิเรก’ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ‘ภราดร’

  • เผยสมัครเป็นสมาชิก ‘ภท.’ แล้ว เตรียมให้ดูเลือกตั้ง กทม

  • ชง สภา เปิดวิสามัญ 8-10 ธ.ค. พิจารณาแก้ รธน. หวังโหวตวาระ 3 เสร็จก่อนปีใหม่

หมากสำคัญ ‘เลือกตั้ง กทม.’ ครม.ตั้ง ‘รัชดา’ เป็นผู้ช่วย ‘ภราดร’

‘อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์’ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง ‘รัชดา ธนาดิเรก’ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ‘รัชดา’ เป็นอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และอดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งนี้ ‘ภราดร’  ได้กล่าวถึง การที่ครม. แต่งตั้ง ‘รัชดา’ มาดำรงตำแหน่ง ว่า พรุ่งนี้เจ้าตัวมาที่ทำเนียบฯ ขอก็ให้สอบถามดู ซึ่งตอนนี้ก็ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว จึงชวนมาช่วยงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี  

เมื่อถามว่า เป็นการปูทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่จะส่งผู้สมัคร สส.กทม. หรือไม่ ภราดร กล่าวว่า ต้องสอบถามที่หัวหน้าพรรค ส่วนจะให้มาช่วยดูพื้นที่ กทม. หรือไม่นั้น ก็เป็นไปได้ เพราะรัชดา เป็นคนกรุงเทพฯ 

“ผมคิดว่าพรรคภูมิใจไทย คงเห็นว่าคุณรัชดา เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้มาก เป็นผู้แทนสมัยเดียวกันกับผม ตั้งแต่ปี 2550 และเป็นผู้แทนถึง 2 สมัย เพราะฉะนั้นประสบการณ์ทางการเมืองมีมากพอสมควร นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นอาจารย์ ก็มีความรู้มากพอสมควร จึงเชื่อว่าจะสามารถเข้ามาทำประโยชน์ให้กับพรรคได้ ทั้งในเรื่องของนโยบาย และแนวทาง รวมถึงแนวคิดต่อไปได้”

ภราดร กล่าว 

ชง 'สภา' เปิดวิสามัญ 8-10 ธ.ค. พิจารณาแก้ 'รธน.' หวังโหวตวาระ 3 เสร็จก่อนปีใหม่ มีเวลาให้ 'กกต.' ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง

ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้น กมธ. โดยเฉพาะความเห็นต่างเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ว่า คิดว่าไม่มีปัญหา สำหรับเรื่อง ส.ส.ร. วันนี้ทุกคนเห็นตรงกันหมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี 35 คน ยืนยันว่ามีแน่นอน ส่วนเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันเพียงนิดเดียว บางส่วนบอกว่ายังต้องมีอยู่บ้าง บางฝ่ายก็บอกว่าไม่ต้องมี เพราะมีกรรมการยกร่างอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงเจรจาเหตุเจรจาผล  

เมื่อถามว่า เรื่องที่มา ส.ส.ร.ที่มีข้อกังวลว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างไร ภราดร กล่าวว่า พูดง่ายๆ ตามความต้องการของพรรคประชาชน คือต้องเข้าคูหาเลือกตั้ง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก็มีการพูดคุยมากพอสมควร แม้ยังไม่เป็นมติ แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า เพื่อไม่ให้ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และนำไปสู่การตีความ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เข้าคูหาเลือกตั้ง แต่ให้มาทางอื่น เช่นตามร่างของพรรคภูมิใจไทย คือใครผู้ที่ประสงค์ที่จะร่างรัฐธรรมนูญ ไปสมัครเข้ามาเอง และให้สมาชิกรัฐสภา 20 คน รวมตัวกันเลือก 1 คน ซึ่งเป็นวิธีตามร่างของพรรคประชาชน ถือเป็นการผสมกันระหว่างร่างของพรรคภูมิใจไทย และร่างของพรรคประชาชน แต่ก็ยังมีผู้ที่เห็นว่า ยังควรมีคูหาเลือกตั้งอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าท้ายสุดก็จะพูดคุยกันได้ 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสามารถทำทันพร้อมกับการทำประชามติเลือกตั้งหรือไม่นั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่าขอเวลาก่อนทำประชามติ 75 วัน หรือช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 ซึ่ง กมธ.และรัฐสภา ยังพอมีเวลาทำงานได้อยู่ แม้จะไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญ แต่ความเห็นส่วนตัว หากจะเปิดสมัยวิสามัญ ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่เดือนพฤศจิกายน คงเป็นช่วงเดือนธันวาคม ก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12 ธันวาคม ซึ่งอาจจะเป็นวันที่ 8-10 ธันวาคม เพื่อลงมติในวาระสาม หลังจากเสร็จสิ้นวาระ 15 วัน เพราะหากไม่เปิดสมัยวิสามัญ จะทำให้การลงมติวาระสาม เป็นช่วงหลังปีใหม่ แต่เราต้องการให้กันลงมติวาระสามก่อนปีใหม่  

เมื่อถามว่า มีข้อกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจไม่ผ่านเสียง สว.ในวาระสาม ภราดร กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันแล้ว ซึ่ง ส.ว.ห่วงประเด็นเรื่องห้ามแตะหมวด 1-2 รวมถึงการขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการห้ามเลือกตั้งทางตรง ซึ่งในชั้น กมธ. เข้าใจในสิ่งที่ ส.ว.เป็นห่วง และอะไรที่เป็นปัญหา ก็เชื่อว่า กมธ.จะถอยกันคนละก้าว เพราะไม่เช่นนั้น เสียง ส.ว.อาจไม่ถึง 67 เสียง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์