รัฐสภา (4 ธันวาคม 2567) นิกร จำนง เลขานุการกรรมาธิการร่วมกัน (กมธ.ร่วมฯ) เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แถลงว่า ที่ประชุม กมธ.ได้ประชุมนัดสุดท้าย โดยสรุปรายงาน กมธ.ร่วมฯ เห็นชอบกับร่างกฎหมายประชามติของวุฒิสภาที่ให้ใช้เสียงข้างมากสองชั้นทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ คือ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง และมีคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง
โดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. ในฐานะประธานกมธ.ลงนามในรายงานฉบับนี้แล้ว จะเสนอไปยังสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในวันที่ 4 ธันวาคม เบื้องต้นทราบว่า สว.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 17 ธันวาคม ขณะที่ สส.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 18 ธันวาคม หลังจากนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นของทั้งสองสภา เชื่อว่า สส.และ สว.จะยืนยันจุดยืนตัวเอง ส่งผลให้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ จะถูกแขวน 180 วัน จากนั้น หาก สส.ยังยืนยันในหลักการของตัวเองจึงประกาศบังคับใช้ได้
เมื่อถามว่า การพักร่างกฎหมายฉบับนี้ 6 เดือน จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ทันในรัฐบาลหรือไม่ นิกร กล่าวว่า หากแก้ทั้งฉบับไม่ทันสภาฯ ชุดนี้แน่ นอกจากต้องรอ 180 วัน แล้ว ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ออกอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องอีก 1 เดือน จึงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต้องเชิญ กกต.และสำนักงบประมาณมาหารือ จะใช้งบประมาณทำประชามติเท่าใด เพื่อส่งให้ ครม.ลงมติ จึงเข้าสู่ขั้นตอนทำประชามติ
“รวมแล้วใช้เวลาเกือบปี คาดว่าจะทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญได้ ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นเดือนมกราคม 2569 จึงได้แก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 จึงไม่น่าจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ทันรัฐบาลชุดนี้”
นิกร กล่าวต่อว่า ส่วนการทำประชามติมองว่า ต้องทำ 3 ครั้งในการแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็มีเวลาไม่เยอะ อาจต้องขอเวลาคุยกับ สว.ให้การแก้ไขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงอยากให้รัฐบาลมีร่างหลักในการแก้รัฐธรรมนูญในนามพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปในทางเดียวกัน
ด้านวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะโฆษก กมธ.ฯ กล่าวว่า สว.ไม่ได้เหนื่อยฟรีในการแก้ไขกฎหมายประชามติ ต่างคนต่างเคารพความเห็นกันและกัน หากแก้ไม่ทันก็ต้องมาพิจารณาแก้รายมาตรา สว.ไม่ได้ยึดหลักเสียงข้างมากสองชั้นทั้งหมด หากจะแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ต้องดูจะแก้เรื่องใด ประชาชนมีส่วนร่วมมากแค่ไหน กรณีแก้มาตรา 256 สว.ยังไม่มีความเห็น แต่ สว.ไม่มีธงพร้อมรับฟังความคิดเห็น
ขณะที่ กฤช เอื้อวงศ์ โฆษก กมธ.ฯ กล่าวว่า หากทำประชามติ 3 ครั้ง เคยประมาณคร่าวๆ จะใช้เวลา 2 ปี จะพ้นระยะเวลาสภาฯ ชุดนี้ แต่อย่างน้อยที่สุดช่วงเวลานี้จะมี สสร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่หากทำประชามติ 2 ครั้งเวลาจะสั้นลงอย่างน้อย 180 วัน อาจทันอายุสภาฯ ชุดนี้
“แต่ขณะนี้ยังไม่ได้คำตอบสุดท้ายต้องทำประชามติกี่ครั้ง ส่วนการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา256 จะต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วย หากไม่ได้รับความเห็นชอบจะไปสู่ทางตัน”




