‘ร่างกฎหมายประชามติ’ ผ่านฉลุย! เพิ่มสิทธิ ‘งดออกเสียง’

21 ส.ค. 2567 - 16:08

  • ‘สภาฯ’ ผ่านฉลุย! ‘ร่างกฎหมายประชามติ’

  • ปรับเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น เพิ่มสิทธิให้ประชาชน ‘งดออกเสียง’

referendum_law_Increase_rights_for_citizens_abstained_from_voting_SPACEBAR_Hero_dda7344a2b.jpg

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้มีไฮไลท์อยู่ที่วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่...) พ.ศ....  ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี วุฒิสาร ตันไชย เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณแล้วเสร็จ ในวาระ 2 และวาระ 4

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการพิจารณาของสภาฯ วาระสอง พบว่า มติเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยกับร่างแก้ไขที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอต่อสภาฯ ได้แก่ ร่างมาตรา 3 ซึ่งแก้ไขมาตรา 10 ที่ กมธ.เสียงข้างมาก การกำหนดเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการทำประชามติที่เป็นวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป หรือการเลือกตั้งท้องถิ่นเนื่องจากครบวาระ ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน นับจากวันที่รับแจ้งจากประธานรัฐสภา

ร่างมาตรา 4 แก้ไขมาตรา 11 ซึ่งยกเลิกวรรคสองและวรรคสาม และใช้ข้อความใหม่ ที่มีสาระสำคัญคือ กรณีที่ประชาชน 5 หมื่นชื่อ จะยื่นเรื่องต่อ ครม.ให้พิจารณาทำประชามติ  สามารถทำผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้

ส่วนประเด็นที่สภาฯ อภิปรายถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง คือ ร่างมาตรา 6 แก้ไขมาตรา 13 ว่าด้วยเกณฑ์ออกเสียงที่เป็นข้อยุติ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ประชามติฉบับเดิม กำหนดให้ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง 2 ชั้น คือ ผู้มาออกเสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ โดย กมธ.เสียงข้างมาก แก้ไขให้ใช้เสียงข้างมากเพียงชั้นเดียว คือ เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง

ทั้งนี้ พบว่า กมธ.ได้เพิ่มหลักเกณฑ์ คือ ต้องเป็นคะแนนที่สูงกว่าคะแนนที่ไม่แสดงความคิดในเรื่องที่ทำประชามตินั้นด้วย ซึ่ง วุฒิสาร ชี้แจงว่า การออกมาทำประชามติ ถือเป็นหน้าที่ ดังนั้น จึงต้องมีช่องให้ ‘งดออกเสียง’ เพื่อเป็นทางออกให้กับผู้มาใช้สิทธิออกสียง

ขณะที่ฟากฝั่งพรรคภูมิใจไทย นำโดย กรวีร์ ปริศนานันทกุล, ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย สงวนความเห็นให้เพิ่มหลักเกณฑ์ต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิ 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิด้วย เพื่อเป็นเกณฑ์ที่ใช้สะท้อนเสียงส่วนใหญญ่ของมวลมหาประชาชน แต่ สส.พรรคเพื่อไทย และ สส.พรรคประชาชน ลุกขึ้นทักท้วงและสนับสนุนการแก้ไขตาม กมธ.เสียงข้างมาก

ด้าน ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายแสดงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ตอนหนึ่งว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นต้นตอวิกฤตของปัญหา โดย 1 ทศวรรษที่ผ่านมา พบประจักษ์พยานเหตุการณ์สำคัญ คือ ยุบพรรคก้าวไกล-ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค, สั่งให้ เศรฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และคำถามที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผชิญคือความกังวลว่า จะซ้ำรอยการหลุดจากตำแหน่งหรือไม่

โดยเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่า การเมืองไทยไร้เสถียรภาพ บริหารประเทศไม่ต่อเนื่อง ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นวิกฤตที่มีต้นตอจากรัฐธรรมนูญ 2560 ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ให้เป็นจริงใน 4 ปี  

หลังจากที่ประชุมอภิปรายในวาระ 2 เรียงลำดับมาตราแล้วเสร็จ ได้ลงมติเห็นชอบร่างแก้ไขทั้งฉบับตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอ ด้วยมติเอกฉันท์ 409 เสียง จากนั้น จะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาในลำดับต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์