หลัง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งให้ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายความของครอบครัวชินวัตร เจ้าของฉายา ‘ทนายถุงขนม’ นั่งตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม เนื่องจาก ‘พิชิต ชื่นบาน’ เคยถูกตั้งคำถามเรื่องความซื่อสัตย์ กรณีหิ้วถุงขนมใส่เงินสด จำนวน 2 ล้านบาท ไปให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่มี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เป็นจำเลย โดยศาลมีคำสั่งจำคุก ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นเวลา 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล
ล่าสุดวันนี้ (19 ก.ย.) ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ รักษาการเลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว โดยเตือน ‘นายกรัฐมนตรี’ ว่าควรระวังเรื่องการนำคนที่อาจมีประวัติและเคยถูกตั้งคำถามเรื่องความสุจริตมาเป็นทีมงาน เพราะการมีทีมงานที่มีประวัติไม่ดีก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวนายกฯ ได้
หากมองว่าคดีความดังกล่าวของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ สิ้นสุดลงไปแล้ว ‘ชัยธวัช’ มองว่าก็แล้วแต่ความคิด แต่ในทางการเมือง ความคิด และความรูึสึกของประชาชนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนประเด็นที่ ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ เลขาธิการนายกฯ ออกมาระบุว่ารัฐบาลชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่หลายเรื่องต้องใช้เวลา พร้อมตำหนิฝ่ายค้านว่าจะรีดเค้นให้ได้ทันทีเลยหรือ ‘ชัยธวัช’ มองว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความชัดเจน 2 เรื่อง 1.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะเป็นแกนนำรัฐบาลมีความชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ว่าภารกิจของรัฐบาลคือเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ และยังมีพูดถึงว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกจะมีวาระเรื่องการลงประชามติ แต่ผลที่ออกมาปรากฏว่าเป็นแค่คำสั่งให้ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปตั้งคณะกรรมการศึกษา แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่เหมือนกับที่เคยว่าไว้
ส่วนข้อที่ 2 มีคำถามว่า การตั้งคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติจะเป็นการเตะถ่วงเวลา หรือเปิดช่องเพื่อไม่ให้เกิดการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ และคณะกรรมการชุดนี้มีความจำเป็นหรือไม่ เพราะสภาสมัยที่แล้ว มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้นจึงแทบจะไม่มีอะไรให้ศึกษาใหม่แล้ว เพราะมีผลการศึกษาที่ชัดเจนอยู่แล้ว รัฐบาลคงต้องเข้าใจว่าทำไมสังคมถึงมีคำถาม ในความไม่ชัดเจน




