อรพิน อาชีวะสุข ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภูเก็ต (ผอ.กกต.ภูเก็ต) เปิดเผยว่า วันนี้ศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ถอนชื่อ ชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม เนื่องจากเข้าลักษณะต้องห้ามมาตรา 42 (3) กรณี “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อ เป็นไปตามคำร้องของ กกต.ภูเก็ต หลังตรวจพบว่า ชลสิทธิ เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ภายหลังประกาศรับรองผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569
ผอ.กกต.ภูเก็ต กล่าวว่า “ตอนนี้ถือว่าผู้สมัครเขต 2 หมายเลข 1 ได้สิ้นสภาพการเป็นผู้สมัครเรียบร้อยแล้ว และทางผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเขต 2 จะมีประกาศถอนชื่อเป็นทางการอีกครั้งหนึ่งสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 2 เนื่องจากหมายเลข 1 ถูกถอนชื่อแล้ว ถ้ากากบาทหมายเลข 1 ก็จะกลายเป็นบัตรเสีย ดังนั้นท่านก็ไปเลือกหมายเลขอื่นที่ท่านชื่นชอบ เพราะหมายเลข 1 ถูกถอนชื่อแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้ง สส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.ภูเก็ต จะเหลือผู้สมัครเพียง 5 คน ได้แก่ อินทร์ เพชรหิน พรรคเศรษฐกิจ, ษณกร กี่สิ้น พรรคภูมิใจไทย, ณัฐพร ผาณิตพิเชฐวงศ์ พรรคเพื่อไทย, สมชาติ สมนาม พรรคประชาธิปัตย์ และเฉลิมพงศ์ แสงดี พรรคประชาชน
วันเดียวกันนี้ (22 ม.ค.) มีรายงานว่า สำนักงาน กกต. ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า กกต.ได้พิจารณาเรื่องการวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.จ.นครศรีธรรมราช เขต 7 โดยสั่งให้ถอนชื่อ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จากพรรคกล้าธรรม ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครศรีธรรมราชดำเนินการแจ้งผู้เกี่ยวข้องตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติมทราบโดยเร็ว และให้แจ้งสิทธิในการอุทธรณ์แก่ผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อ
สำหรับ ก้องเกียรติ ถูกร้องว่าไม่มีคุณสมบัติในการลงสมัคร เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามในการสมัคร เพราะเคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 16 ธ.ค. 2542 จำคุก 1 ปี ปรับ 3,000 บาท ในคดีลักต้นไม้ 4 ต้น โดยโทษจำคุกให้รอการลงอาญา 2 ปี ซึ่งขณะนี้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำลังดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อสั่งถอนชื่อ ก้องเกียรติ ออกจากบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ขณะที่ ก้องเกียรติ ได้โพสต์คลิปวิดีโอชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “บิ๊กโอ สจ.ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ” โดยเนื้อหาคำชี้แจงระบุในทำนองว่า “กรณีดังกล่าวไม่เหนือความคาดหมายของตนเองและผู้ใหญ่ในพรรคกล้าธรรม และมองว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นขบวนการภายหลังการเจรจาย้ายพรรคไม่ประสบผลสำเร็จ และมีความพยายามตัดสิทธิคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. รอบล่าสุด ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่ของพรรค ฝ่ายกฎหมาย และทีมทนายความ ได้เตรียมข้อมูลและพยานหลักฐานไว้พร้อมแล้ว หากถูกถอดถอนรายชื่อการเป็นผู้สมัคร โดยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายกำหนดกรอบเวลาไว้ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ กกต.มีมติ โดยศาลจะพิจารณาคดีโดยเร็ว”




