‘สถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทย’ ยังเป็นประเด็นสำคัญในวงประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นอกจากนี้ ได้มีการพิจารณางบประมาณในส่วนของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ กมธ.ฯ ได้อภิปรายสอบถามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยว่า อยู่ในภาวะวิกฤตหรือไม่ หลังเลขาธิการนายกฯ ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหลายครั้งว่า เศรษฐกิจประเทศอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโตช้า
นพ.พรหมินทร์ จึงชี้แจงว่า เศรษฐกิจขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับ ‘กบที่ถูกต้ม’ หมายความว่า จะค่อยๆ ซึมยาวจนไม่รู้สึก แต่พอเมื่อรู้สึกตัวแล้วก็จะมีปัญหา สถานการณ์ตอนนี้ขอแบ่งออกเป็นสามช่วง ได้แก่
- ตั้งแต่ปี 2550 ก่อนมาถึงเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด จะพบว่าตัวเลขการส่งออกของประเทศเริ่มมีปัญหาแล้ว
- ช่วงโควิด เศรษฐกิจของไทยตกลึกที่สุดในภูมิภาคนี้ และเติบโตช้าที่สุด
- ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นชัดจากอัตราเงินเฟ้อที่ตกลง แต่ดอกเบี้ยยังสูงขึ้น ประเทศไทยโตแบบไม่เท่ากัน จำนวนหนี้ครัวเรือนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในรอบ10 ปี จาก 70% ต่อจีดีพี เป็น 91.6 %ต่อจีดีพี แสดงว่าคนจนกำลังยากจนลงเรื่อยๆ
เวลาเอาตัวเลขภาพรวม อาจจะดูไม่ชัด แต่คนที่เดือดร้อน ถ้าลองถามประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศแล้ว เดือดร้อนแล้วเขาถือว่าวิกฤติ เพราะฉะนั้น อัตราการเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงขอตอบว่าภาวะของประเทศอยู่ในวิกฤติซึมยาว จำเป็นต้องมีมาตรการในการแก้ไข
— นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช




