รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงภายหลัง โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธข้อเสนอตั้งคณะกรรมการติดตามคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ประธานสภาฯ ได้สนทนากับผมเล็กน้อย
โดยบอกว่าข้อเสนอที่ให้ใช้อำนาจในฐานะประธานสภาฯ ตั้งกลไกติดตามตรวจสอบถ่วงดุลในคดีดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจได้ว่าการดำเนินคดีนี้ของพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ประธานสภาฯ กลับบอกว่ายังไม่เห็นอุปสรรค และปล่อยให้หน่วยงานดำเนินการ ทั้งที่ตอนนี้เรามีอุปสรรคอยู่พอสมควร มีข้อกังขาในการรวบรวมพยานหลักฐานและความคืบหน้าของคดี มีข้อกังวล
ขณะนี้ กมลศักดิ์ จำเป็นจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์เอง ล่าสุดเพิ่งแจ้งความนาวิกโยธิน 2 นาย ในคดีพยายามฆ่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รอความชัดเจนในเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีที่ตำรวจภูธรภาค 9 ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จะสามารถสอบปากคำผู้ที่ถูกร้องและผู้ที่ถูกแจ้งความหรือไม่ วันนี้ครบกำหนดที่จะต้องสอบปากคำ แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
— รอมฎอน ปันจอร์
รอมฎอน กล่าวอีกว่า ประชาชนกังวลแม้จะจับกุมชุดสังหารได้ 5 คนแล้ว แต่ กมลศักดิ์ ก็ไปแจ้งความร้องทุกข์เพิ่ม คดีจะถูกแยกเป็นสองคดีหรือไม่ จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อน สส. จากเขตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือผมจะต้องระวังตัว ซึ่งถือเป็นผลกระทบโดยตรง สัมพันธ์กับการทำงานในฐานะ สส.
ทั้งนี้ กมลศักดิ์ ลาประชุมเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว เพราะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่
การลอบยิงไม่ใช่โจมตีต่อ สส. คนใดคนหนึ่ง แต่กำลังท้าทายต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีมาตรการป้องกัน ในฐานะที่เป็น สส. จะติดตามคดีนี้ และจะสื่อสารกับประธานสภาฯ อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ในความรู้สึกของประชาชนคดีนี้ไม่ใช่เป็นคดีส่วนตัว เพราะเกี่ยวโยงไปที่บางหน่วยงาน ไม่ใช่คดีสังคมเหมือนที่บางหน่วยงานกำลังจะบอก แต่เป็นคดีความมั่นคงที่กระทบต่อสถาบันทางการเมือง เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับแรงจูงใจทางการเมืองบางอย่าง ประชาชนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่ามีความพยายามในการตัดตอนหรือเบี่ยงเบนประเด็นหรือไม่ ต้องจับตาว่าพนักงานสอบสวนจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานหรือไม่
— รอมฎอน ปันจอร์
รอมฎอน เผยด้วยว่า มีข้อเสนอแนะไปถึงรัฐบาล “ขอให้ยกระดับคดีลอบยิง กมลศักดิ์ เป็นคดีพิเศษ” เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นกลาง เป็นมืออาชีพจริง ๆ เพราะคาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อาจจะไม่เพียงพอแล้ว จึงอยากฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลได้พิจารณา หลักประกันเรื่องความโปร่งใส ถูกต้อง เที่ยงธรรม และความเป็นมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญในคดีนี้
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบี่ยงเบนประเด็น มีความพยายามทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ (Information Operations:IO) เพื่อด้อยค่าแพร่มลทินไปยังนักการเมือง ผู้สื่อข่าว นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมที่โดนโจมตีอย่างหนัก
เราตีความว่ามันเกิดเป็นระลอกและมีแบบแผน จึงขอให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะกระทบต่อสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ปลอดภัยในการส่งเสียงของประชาชน ไม่เช่นนั้นเราจะแก้ปัญหาของภาคใต้ด้วยแนวทางสันติได้อย่างยากลำบาก
— รอมฎอน ปันจอร์
รอมฎอน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการยังตั้งไข่ อยู่ในช่วงของการจัดตั้ง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจน กลไกคณะกรรมาธิการจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการติดตาม โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ถือเป็นกลไกถ่วงดุล แต่ช่วงเวลาที่เป็นช่องว่างนี้ จากข่าวพนักงานสอบสวนจะเร่งสรุปสำนวนคดีในสัปดาห์หน้า ประธานสภาฯ มีอำนาจตั้งคณะกรรมการหรือกลไกภายในสภาฯ เท่าที่มีอยู่ในการติดตาม น่าเสียดายที่ประธานสภาฯ บอกปัด
จากนี้คงต้องใช้กลไกคณะกรรมาธิการ การตั้งญัตติอภิปรายเรื่องนี้ในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญอย่างจริงจัง ให้คำมั่นว่าสภาฯ จะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และทำให้คดีนี้มีความโปร่งใส มืออาชีพ เป็นวิทยาศาสตร์ ผลักดันให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ DSI

ขณะที่ ชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีทรัพยากรของราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อมีคนติดตามเรียกร้องข้อเท็จจริง จะใช้กลยุทธ์การสร้างภาพจำเพื่อเบี่ยงประเด็นกลบข่าว กรณี สส. ถูกลอบสังหารโดยมีทรัพยากรของหน่วยงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง
มีความพยายามไม่สืบหาความจริง พยายามปล่อยเรื่องเงียบ ปล่อยเบลอ สร้างข่าวบนฐานของความโกรธความเกลียดเพื่อให้คนไปสนใจเรื่องอื่นมากกว่า นำมาสู่การสร้างความชอบธรรมในการโจมตี คุกคาม ใช้กำลังจนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตจากการทำหน้าที่อย่างถูกต้อง
— ชยพล สท้อนดี

ทางด้าน น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงเรื่อง “ไอโอ” ว่า ในสมัยสภาฯ ชุดที่แล้วก็ได้มีการสอบถามถึงเรื่องนี้กับกองทัพ ซึ่งได้มีการชี้แจงว่ากองทัพไม่ได้มีการทำไอโอ มีแต่การประชาสัมพันธ์เชิงบวก แต่ศาลปกครองเคยให้คำวินิจฉัยไว้ว่า กองทัพทำไอโอ
ผมในฐานะอดีตข้าราชการทหาร เคยได้รับการอบรมเรื่องการทำไอโอจริง บอกได้เลยว่าโต๊ะตัวไหน เก้าอี้ตัวไหนทำปฏิบัติการไอโอ เรื่องนี้กองทัพไม่ควรปฏิเสธ ซึ่งการปฏิบัติการไอโอสามารถทำได้ แต่ไม่ควรทำกับประชาชนในประเทศ นักการเมืองภายในประเทศ หรือสื่อมวลชนภายในประเทศ ควรกระทำกับอริราชศัตรู อย่าใช้เงินภาษีของประชาชน ทรัพยากรของรัฐมาปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ตัวเองบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง
— น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ
น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวอีกว่า ไอโอที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็น “ไอโอเทา” ยังมีความจริงผสมอยู่บ้างกับข้อมูลเท็จ ด้อยค่าแพร่มลทินไปสู่เป้าหมาย ก่อนหน้านี้กลุ่มไอโอมีการเผยแพร่โจมตีบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่กองทัพภาคสอง แต่ปัจจุบันมาเผยแพร่ข้อมูลที่ชายแดนใต้
ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังนายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และแม่ทัพภาคที่สี่ ออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารกับบุคคลภายในประเทศ เพื่อห้ามกำลังพลของตัวเองปฏิบัติการไอโอ หากตรวจพบว่ามีทหารนายใดทำไอโอ ให้ส่งข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกคำสั่งลงโทษทางวินัย ซึ่งถือว่าผิดวินัยร้ายแรง นี่คือความจริงใจที่จะแก้ปัญหา

ขณะที่ เอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน แถลงด้วยว่า ภายหลังจากที่สภามีการตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จเรียบร้อย ก็จะนำเรื่องสันติภาพชายแดนใต้เข้าสู่ที่ประชุม เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการจัดการของ กอ.รมน. และกฎหมายต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาชายแดนใต้ และการใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือในการสอบหาความจริง เบื้องต้นเพื่อหาหลักฐานในคดีทางนิติวิทยาศาสตร์ได้อย่างแม่นยำและรอบคอบ
หากคดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ย่อมเป็นประโยชน์มากกว่า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้ความเป็นธรรมกับในพื้นที่
— เอกราช อุดมอำนวย




