‘กมธ.มั่นคงฯ’ เชิญ ‘รัฐบาล-กองทัพ’ หารือแนวทางใช้ ICC

21 ส.ค. 2568 - 11:26

  • ‘กมธ.มั่นคงฯ’ เชิญ ‘รัฐบาล-กองทัพ’ หารือแนวทางใช้ ICC สร้างสันติภาพระยะยาว ‘โรม’ ชี้ ชายแดนยังตึงเครียด มองยื้อกันไปมาทำปัญหาถูกแช่แข็ง ย้ำ สุดท้ายทุกอย่างจบที่โต๊ะเจรจา

  • หนุน ตั้งกมธ.วิสามัญศึกษายกเลิก MOU 43-44 ชี้ ต้องพิจารณาศึกษารอบด้าน โดยเร็ว เหตุ มีการแบ่งสรรปันส่วนให้ภาคเอกชนแล้ว

‘กมธ.มั่นคงฯ’ เชิญ ‘รัฐบาล-กองทัพ’ หารือแนวทางใช้ ICC

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน มีวาระการประชุมเรื่องติดตามความคืบหน้า การคลี่คลายความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยเชิญ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม พล.ต.ณัฎฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 และ รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศมาเข้าให้ข้อมูล

โดยรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่าเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์อาจดูนิ่งขึ้น แต่ยังมีปัญหาอยู่ และยังมีการปะทะคารมในบรรยากาศที่ตึงเครียด ระหว่างไทย - กัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี และมีข้อมูลว่าช่องอานม้าเป็นพื้นที่ที่มีความล้มเหลวในการบริหารจัดการชายแดนมานาน เป็นผลให้ช่องอานม้ายังคงมีชุมชนชาวกัมพูชามาตั้งอยู่เต็มพื้นที่ โดยบรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้น จึงต้องมีแนวทางในการพูดคุยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อาจรวมไปถึงพื้นที่อื่นๆ ที่มีการรุกล้ำผ่านการสร้างกาสิโน และอาจมีการรุกล้ำพื้นที่อื่นๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ หากไม่มีการเตรียมการ

ทั้งนี้ จะต้องมีการพูดคุยกันในที่ประชุมโดยหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหารือต่อ พล.อ.ณัฐพล เช่นเดียวกัน และอาจได้พูดคุยกันในแง่ของการทูตการต่างประเทศว่าจะมีแนวทางต่อไปอย่างไร ต้องไม่ลืมว่าสุดท้ายเรื่องนี้ก็ต้องจบลงที่การเจรจา

ส่วนประเด็นที่มีการพูดถึงใช้กลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) รังสิมันต์ กล่าวว่า จะมีการหารือเรื่องนี้เช่นเดียวกันว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เราเคยหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยแล้วแต่ได้รับการตอบรับที่น้อยอยู่ และเรื่องนี้ยังไม่มีการขยับแต่อย่างใดซึ่งก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว

เมื่อถามว่า การเชิญ พล.อ.ณัฐพล มาร่วมประชุมในวันนี้ต้องการให้ได้คำตอบแบบใด กรณีชายแดนไทยกัมพูชา รังสิมันต์ ระบุว่า คิดว่าเรื่องหลักเป็นการหาแนวทางว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ตอนนี้ทุกฝ่ายเห็นว่ามีความตึงเครียดบริเวณชายแดน ชาวบ้านบางส่วนที่เป็นกังวลก็กลับไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงก็มีประมาณ 500 คน ขณะที่ภาคธุรกิจก็ไม่มีความมั่นใจ ดังนั้นต้องหาความชัดเจนจากเรื่องนี้ได้แล้วว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

“เราก็อยากจะฟังรัฐมนตรีช่วยเช่นกัน กลายเป็นว่าเรื่องนี้ยังคงยื้อกันไปมา และถูกแช่แข็งไว้อย่างนั้นโดยไม่รู้จะไปอย่างไรต่อ ผมคิดว่าก็ไม่ส่งผลดีต่อฝ่ายเราเช่นกัน ส่วนตัวผมต้องพูดคุยกับรัฐมนตรีและตัวแทนจากรัฐบาลว่ากลไกการใช้ ICC จะเป็นการสร้างสันติภาพระยะยาวตามแนวชายแดนและให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจาเพื่อสันติภาพต่อไป”

รังสิมันต์ กล่าว

รังสิมันต์ ยังกล่าวถึงข้อเสนอการยกเลิก MOU 43 และ 44 ในส่วนของพรรคประชาชนมองอย่างไร ว่า เราทราบข้อกังวลและความเป็นห่วงของพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่คิดว่า MOU 43 และ 44 อาจสร้างความเสียหายกับประเทศไทยได้ เราเข้าใจในความกังวลนั้นและอยากทำให้กลไกในการเจรจา ตั้งอยู่บนพื้นฐานเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและคนไทยเป็นสำคัญ ดังนั้น การตัดสินใจในเรื่องนี้ หนทางที่ดีที่สุดเพื่อการตัดสินใจที่รอบคอบคือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีทั้งนักการทูต นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ได้ศึกษาเรื่องนี้ และมีการตัดสินใจออกมา โดยที่เราคาดหวังว่าผลการตัดสินใจที่ออกมาจะเป็นไปด้วยความรอบคอบ พรรคประชาชนจึงเชื่อว่าสำหรับเรื่องนี้กลไกที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด คือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ

“คิดว่าเบื้องต้นต้องมีการตัดสินใจออกมา สาระสำคัญคือต้องมีการตัดสินใจโดยพูดกันทุกฝ่าย และเอาข้อมูลออกมากาง เพราะขณะนี้ MOU 44 ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา (OCA) มีเรื่องของก๊าซธรรมชาติและมีการแบ่งสรรปันส่วนให้ภาคเอกชนแล้ว สมมติ ถ้ามีการยกเลิก ภาคเอกชนเหล่านี้ เขาจะไปใช้วิธีการบางอย่างที่ทำร้ายประเทศไทยหรือไม่ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาเขาอาจจะมีรัฐบาลต่างชาติที่อยู่เบื้องหลัง ดังนั้น เวลาที่เราจะดำเนินการอะไร ต้องเตรียมความพร้อมถึงผลกระทบในทุกรูปแบบ ข้อเสนอที่จะพิจารณาเรื่อง MOU 43 และ 44 ทางออกที่ดีที่สุดและคาดหวังว่า จะไม่ล่าช้า คือต้องพิจารณาในรอบด้าน ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ”

รังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีข้ออ้างจากฝั่งรัฐบาลในลักษณะที่บอกว่ายกเลิกไม่ได้ เพราะไทยใช้กรอบของ MOU เพื่อบอกว่ากัมพูชามีการละเมิด MOU อยู่ รังสิมันต์ กล่าวว่า  ขณะนี้มี 2 MOU ซึ่งเป็นคนละส่วนและคนละแนวทาง MOU 44 เป็นการนำเรื่องของเส้นแบ่งทางทะเลไปผูกโยงกับเรื่องของผลประโยชน์ทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน และมีเรื่องที่ต้องพิจารณาคือกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้าเราจะยกเลิกฝ่ายเดียวทำได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา จึงคิดว่าจะเป็นข้ออ้างของรัฐบาลหรืออย่างไรก็แล้วแต่ก็เป็นเรื่องของรัฐบาล แต่ในส่วนของสภาฯ มีสิทธิ์ที่จะรู้และตัดสินใจเรื่องนี้ ดังนั้น การจะบอกว่าได้หรือไม่ได้คงไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นสำคัญคือการตัดสินใจเรื่องนี้จะต้องเป็นการตัดสินใจที่เราได้วางไว้ทั้งหมดและคิดว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะมาศึกษาเรื่องนี้โดยไม่ชักช้า ต้องหาข้อสรุปออกมาอย่างรอบด้านจริงๆ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์