‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ’ เตรียมล้วงขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติ ส่อมีโยงทุจริต

30 ม.ค. 2568 - 12:00

  • ‘กมธ.มั่นคงแห่งรัฐ’ เตรียมล้วงขั้นตอนพิสูจน์สัญชาติ ‘แรงงานข้ามชาติ’ ส่อมีโยงทุจริต

  • ข้องใจหนัก ‘กฟภ.’ ไม่ตัดไฟ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ สักที กังขาเจอตอ-ขัดประโยชน์หรือไม่

  • หยันนโยบาย ‘ซีลชายแดน 2 ชั้น’ ใช้เทคโนโลยี-เงินเยอะ ถ้ายังทำเดิมๆ ก็ไม่ต่างอะไร

rome_30_Jan2025_SPACEBAR_Hero_7012806f46.jpg

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงประชุมกรรมาธิการฯ ในวันนี้ว่า จะหารือเรื่องแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากเห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ อย่างที่เห็นกันว่า คนเมียนมาอยู่ในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก มีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ส่วนคนเมียนมาในประเภทที่ดีอยู่แล้ว ก็ดีในเรื่องของการจัดการที่จะต้องมาเสียภาษี และการจัดการในเรื่องของระบบสุขภาพต่างๆ ขณะนี้ เราพบว่า อาจมีการทุจริตในแรงงานข้ามชาติที่ถูกกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งหวังว่าจะไม่มีการทุจริตตามที่เป็นกระแส ส่วนช่องทางที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต คือขั้นตอนของการพิสูจน์สัญชาติ โดยขั้นตอนดังกล่าวเป็นขั้นตอนที่แต่ละส่วนไม่มีความจำเป็น เพราะแรงงานเหล่านี้อยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว ซึ่งประมาณการว่า มีถึง 2,000,000 คน

“ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มขั้นตอน หรือมีขั้นตอนที่นำไปสู่การเสียเงินมากมาย เพราะสุดท้ายหากเสียเงินมากมาย จะกลับไปสู่ที่นายจ้างที่จะต้องแบกรับในส่วนนี้ ฉะนั้นต้องไปดูในรายละเอียดว่า ขั้นตอนที่จะมีหนังสือสำคัญประจำตัว หรือ ซีไอ ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เนื่องจากมีข่าวหนาหูว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้”

รังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่นำชื่อประเทศไทยไปแอบอ้าง มองว่าเป็นการกระทบกับประเทศไทยหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า มันกระทบอยู่แล้ว คนไทยจำนวนมากต้องยอมรับว่าเราสูญเสียเม็ดเงินที่ไหลออกจากประเทศเยอะแยะมากมาย หลายครอบครัวฆ่าตัวตาย และหลายคนต้องสูญเสียทรัพย์สินที่สะสมมา แทบจะหมดตัว แม้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่า เกือบเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้น คิดว่าวันนี้ภัยจะแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นภัยที่ร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อประเทศทั่วโลก 

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้เศรษฐกิจไทย ภาคส่วนที่สำคัญคือการท่องเที่ยว หากการที่ชาวต่างชาติมองว่า การมาเที่ยวประเทศไทยไม่ปลอดภัย เพราะอาจจะเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ เรื่องนี้ทำร้ายประเทศไทยอย่างมาก สิ่งที่พูดมานั้น ไม่ได้คิดไปเอง แต่มันเกิดขึ้นแล้ว ผ่านการยกเลิกของทัวร์จีนต่างๆ ที่จะมาเที่ยวในประเทศไทย ฉะนั้นจึงมีความชัดเจนว่า ปัญหาการคอลเซ็นเตอร์เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย และสามารถดำเนินการแก้ไขให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ่อนแอลงได้ ทั้งการตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เน็ต แล้วตัดสาธารณูปโภคต่างๆ โดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งการ ‘สามารถดำเนินการได้ทันที’

รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีคู่สัญญา ที่มีข้อหนึ่งระบุว่า หากมีการกระทบกับความมั่นคง กฟภ. สามารถดำเนินการตัดไฟได้ทันที แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไม อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ออกมาระบุให้กฟภ. ส่งหนังสือมาให้ 1 ฉบับ เดี๋ยวอนุทินจะตัดไฟให้ แต่ในความเป็นจริงกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในกระทรวงด้านความมั่นคง เรื่องดังกล่าวมีการพูดคุยกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีการพูดคุยกันอย่างเป็นกิจจะลักษณะอยู่แล้ว ทั้งนี้ กฟภ. ตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย ที่มาประชุมรวมกับคณะกมธ.ความมั่นคงฯ เป็นระยะๆ นั้น ก็เห็นและรับทราบว่า ข้อมูลหลายหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ประเทศไทยเป็นแบตเตอรี่ให้กับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“ผมขอตั้งคำถามว่า ทำไมต้องให้หน่วยงานอื่น มาสั่งงานก่อน ผมมองว่า ไม่สมเหตุสมผล หากมีกฎหมายกำหนดให้กระทำเช่นนั้น ผมก็เข้าใจ แต่กลับกันไม่มีกฎหมายใดที่กำหนดว่ากระทรวงมหาดไทยจะต้องไปฟังหน่วยงานอื่นก่อนย้ำว่า วันนี้กระทรวงมหาดไทยสามารถสั่งให้ กฟภ. ดำเนินการตัดไฟได้ทันที ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ทำไมยังไม่ดำเนินการ”

รังสิมันต์ กล่าว

ทั้งนี้ มีข้อห่วงใยหรือไม่ หลังจากที่มีการใช้ทรัพยากรของประเทศไทย รังสิมันต์ กล่าวว่า มี และมันใช้ทรัพยากรของประเทศไทยแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้หลายเมืองตามแนวชายแดน มีทุนเทาที่ประกอบด้วย จีนเทาและไทยเทาผสมกัน โดยการที่ทุนเทาทั้งสองชนชาติมารวมตัวกัน และสร้างปัญหาให้กับประเทศไทยอย่างมหาศาล และการที่ไม่สามารถตัดไฟได้นั้น เป็นเพราะว่าเมื่อตัดไฟไปแล้วจะกระทบต่อผู้มีอำนาจในประเทศไทยใช่หรือไม่ สุดท้ายที่ตัดไฟไม่ได้เพราะเจอตอใช่หรือไม่ และเป็นการทำลายผลประโยชน์ของบุคคลอื่นใช่หรือไม่

รังสิมันต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานมาว่า ชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้ใช้ไฟอะไรมากมาย แต่ความเป็นจริงที่มีการใช้ไฟเป็นจำนวนมากคือ คาสิโนเมียวดี คอมเพล็กซ์ ที่เป็นของตำรวจนายหนึ่ง โดยเป็นยศพลตำรวจตรี ดังนั้น ไม่สามารถเข้าใจได้ว่า การทำงานของกฟภ. ในเรื่องของการขายไฟ อาจมีโอกาสในการสนับสนุนในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการกระทำความผิดที่เป็นยาเสพติด ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย และรัฐมนตรีจะมาบอกว่า ไม่ทราบไม่ได้ จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และทำตัวไม่ต่างกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และแก๊งยาเสพติด 

เมื่อถามต่อว่า เรื่องดังกล่าวมีการพัวพันกับนายตำรวจใหญ่จะมีการดำเนินการอย่างไร  รังสิมันต์ กล่าวว่า ทางกมธ.ทำได้ในเรื่องของการหาข้อมูลและการศึกษา ซึ่งให้เวลากับรัฐบาล ในการจัดการ และอีกนิดเดียว ตัวเองก็จะเป็น ครม. หรือผู้สั่งการอยู่แล้ว ซึ่งมันไม่ควรเป็นเช่นนั้น ปัจจุบันเรารวบรวมข้อมูล และให้เวลารัฐบาลในการทำงาน แต่คำชี้แจงของรัฐบาลหลายอย่างที่ไม่ดำเนินการนั้น มันไม่สมเหตุสมผล ยืนยันว่า ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และพยายามรวบรวมหลักฐาน และเอกสารทั้งหมดเอาไว้

ส่วนจะใช้กลไกของสภาฯ ได้หรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า กลไกของสภาฯ ปัจจุบันก็ยังดำเนินการอยู่ ส่วนจะมีกลไกอื่นเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ก็ขอให้รอติดตาม ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงการที่รัฐบาลประกาศศึกษานโยบายซีลชายแดนสองชั้น มองว่าเป็นเพียงการประกาศออกไป จะเป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันการซีลชายแดน ต้องอาศัยอำนาจใช้คนเทคโนโลยีและต้องใช้เงินหากมีแต่คำสั่งและเงินเท่าเดิม คนเท่าเดิมเทคโนโลยีเหมือนเดิมอำนาจเหมือนเดิมก็ไม่ต่างอะไรจากเดิม ขณะนี้ยังไม่รู้ และยังไม่อยากไปว่า รัฐบาลเยอะ เพราะเขาจะต้องทราบมาตรการการซีลชายแดน

รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า เคยลงไปสำรวจชายแดน ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ตามชายแดนโดยไปสำรวจเกี่ยวกับเรื่องกองกำลังสหรัฐว้า หรือกองกำลังว้าแดง (ยูดับบิ้วเอสเอ) ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจากรัฐบาล ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการจะซีลชายแดน ต้องมีเงินมีทรัพยากร อำนาจ และคน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การซีลชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์