‘โรม’ แนะรัฐบาลสกัด ‘คอลเซ็นเตอร์’ ขยายผล ‘คนมีสี - ทุนเทา’ อย่าให้ได้โต

6 ก.พ. 2568 - 13:29

  • ‘โรม' แท้งกิ้ว ‘รัฐบาล’ ตัดไฟ5จุด ‘เมียนมา’ โยง 'แก๊งคอลเซ็นเตอร์' แค่ก้าวแรกต้องครอบคลุมจุดอื่นๆ

  • โชว์หล่อ ‘เปิดประเด็น-ศึกษามาอย่างรอบคอบ’ ไม่ใช่คิดเร็วๆ

  • แนะเพิ่มมาตรการอื่น-ขยายผลถึง ‘ตัวใหญ่-คนมีสี-ลมใต้ปีก’ เบื้องหลังหนุน ‘ทุนเทา’ ลั่นต้องทลายทั้งโครงสร้าง อย่าให้กลับมาโต

  • เผยเตรียมให้ข้อมูล 'ตำรวจไซเบอร์' ลามเอี่ยวโยง 'เว็บพนัน'

Rome_recommends_the_government_to_manage_call_centers_SPACEBAR_Hero_1_97ee874f4b.jpg

การประชุมคณะ(กมธ.)กรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ.ฯ เป็นประธานการประชุมพิจารณาและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน การใช้บัญชีม้าในขบวนการยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายไฟบริเวณชายแดนของไทยกับประเทศเมียนมา โดยมีการเชิญ หน่วยงานต่างๆ อาทิกระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) เข้าร่วมประชุม   

รังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า ปัจจุบันทางรัฐบาลไทย ได้ตัดสินใจมีคำสั่งตัดไฟตัดอินเตอร์เน็ต และน้ำมัน ซึ่งวันนี้ตนก็เชิญหลายงานเข้าร่วมประชุม เพื่อพูดคุยกันว่า ตกลงแล้ว มีความคืบหน้าอย่างไร รวมถึงเรื่องข้อสัญญาต่างๆ โดยสิ่งที่เราจะต้องติดตามต่อไป ต้องยอมรับความจริงก่อนว่า การตัดไฟอินเตอร์เน็ต น้ำมัน อาจจะไม่เพียงพอทั้งหมด แต่เป็นก้าวแรก ก็ต้องมีก้าวที่สองและสามต่อไป เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตนยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนัน รวมถึงตัวบุคคลผู้เกี่ยวข้อง และนายตำรวจยศไม่ได้เยอะมาก ซึ่งตนจะมอบให้ตำรวจไซเบอร์ต่อไป แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ในขณะนี้ เนื่องจากเครือข่ายจะรู้ตัว ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า ก็จะมีการพิจารณา กรณีท่าข้ามด้วย เนื่องจากในแง่ความมั่นคง เอื้อต่อการนำสิ่งของผิดกฎหมายข้ามไป  

รังสิมันต์ ขอข้อสังเกตว่า จุดจ่ายไฟของเมียนมาไม่ได้มีแค่ 5 จุด ยังมีอีกหนึ่งจุดที่ไม่ได้ตัด ซึ่งคงต้องถามหน่วยงานที่เข้ามา ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ได้ รวมถึงจะมีการขยายผลไปพื้นที่อื่นๆ ด้วยหรือไม่ เนื่องจากทั้งฝั่งของกัมพูชา และ สปป.ลาว ก็มีไฟฟ้าที่ขายให้ถึง 18 จุด ซึ่งก็ต้องดูต่อไปว่า จะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดมากแค่ไหน  

ถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลและประชาชนให้ความสนใจในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่การจะทำอย่างไรให้หมดไป นี่คือความท้าทาย - มีความเป็นไปได้ที่จะมีกาสิโนและเว็บพนันในพื้นที่ปอยเปต เนื่องจากมีข้อบ่งชี้บางอย่างไปในทางนั้น แต่การจัดการในพื้นที่ปอยเปต หรือเมียนมา อาจจะไม่เหมือนกัน ซึ่งก็คงต้องติดตามดูต่อไปว่า จะมีวิธีการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกัน เรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นเรื่องที่ชาวไทยเจอปัญหาค่อนข้างมาก วันนี้เราจะต้องทำอย่างไร ให้เกิดความรวดเร็วที่สุด เจ็บแต่จบ นี่คือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นให้ได้  

เมื่อถามถึงกรณีที่เมียนมาซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาวมาแทน รังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อมูลที่มีค่อนข้างแปลกประหลาดเพราะ สปป.ลาว มีการซื้อไฟจากเราเช่นเดียวกันถึง 3 จุด ซึ่งต้องติดตามต่อว่า มีความเชื่อมโยงของไทยด้วยหรือไม่ส่วนกระแสข่าว สปป.ลาว อาจนำไฟที่ซื้อจากไทย ไปขายต่อให้เมียนมานั้น ยังตอบไม่ได้ว่าจะเป็นแบบนั้นหรือไม่แต่คำถามนี้ ก็จะเป็นคำถามที่จะนำไปถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่ามีความเป็นไปได้เช่นนั้นหรือไม่ เพราะเป็นจุดที่ใกล้กัน

“ยังไม่จบหน้าที่ของรัฐบาล เนื่องจากจัดการเพียงแค่ฝั่งเดียว แต่อาชญากรข้ามชาติมีอยู่หลายที่ ดังนั้น ภารกิจจะยังไม่จบ เนื่องจาก หากจะคิดว่าแค่ตัดไฟ อินเทอร์เน็ต น้ำมัน อาจจะไม่พอ เพราะยังมีอีกหลายกระบวนการที่ต้องทำ สิ่งที่เราอยากจะจัดการคือระบุเป็น Pin Point เพื่อระบุพิกัดที่ชัดเจน เนื่องจากเรารู้อยู่แล้วว่า อาคารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่ไหน รวมถึงต้องมีการตัดสินใจที่จะให้มีการเปิดหรือปิดท่าข้าม ซึ่งก็เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย และต้องดูว่ามีแนวทางจัดการอย่างไร เพราะหากไม่มีมาตรการที่ดีพอ ผมมองว่าควรลดจำนวนท่าข้ามเท่าที่จำเป็น เนื่องจากมีบางท่าข้ามตั้งอยู่ตรงข้ามกาสิโน หรือคอลเซ็นเตอร์ด้วย”

รังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามถึงผลกระทบจากการตัดไฟต่อประชาชนในพื้นที่ รังสิมันต์ กล่าวว่า เราพยายามจัดการผู้กระทำความผิดซึ่งก็ต้องยอมรับว่า ผู้กระทำผิดเหล่านี้ เขาเอาประชาชนในพื้นที่เป็นตัวประกัน ซึ่งก็ต้องระวังไม่ให้นโยบายของเรากระทบหรือละเมิดสิทธิ์ใครแน่นอน แต่ปัญหาคือเรามีทางเลือกนโยบายอะไรบ้าง เพราะเมื่อพิจารณาแล้ว ก็มีความยากอยู่เหมือนกัน และไม่มีนโยบายไหน ที่อาจไม่มีผลกระทบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องชั่งน้ำหนักกัน ส่วนตัวมองว่ามีความจำเป็นอยู่ จากคำตอบที่ กฟภ.ชี้แจงว่า ไฟที่ขายนั้นเทียบเท่ากับปริมาณห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใช้ ซึ่งบริเวณนั้น ก็มีทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกาสิโน จึงสงสัยว่าไฟฟ้าที่จะตกถึงประชาชนจริงๆ คือเท่าไหร่

"หากอยากแก้ปัญหานี้ สิ่งที่ต้องทำ คือจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้เร็วที่สุด ถ้าเราทำได้เมื่อไหร่ การที่จะกลับมาพูดคุยในเรื่องไฟฟ้ากันอีกครั้ง ก็ยังไม่ขาดความเป็นไปได้ ดังนั้น จึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้เร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายให้ได้มากที่สุด"

รังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเริ่มกักตุนน้ำมัน รังสิมันต์ กล่าวว่า อย่างที่บอกไปว่า ทำแค่นั้นไม่พอ แต่เราต้องมีมาตรการอื่น ที่ต้องจัดการสลายโครงสร้างทั้งหมด ความสำเร็จที่พอเป็นไปได้ในตอนนี้ คือการทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่โตไปกว่านี้ ขณะที่เรื่องน้ำมัน ก็ต้องดูว่าเขาจะพึ่งพาน้ำมันได้นานขนาดไหน หรือเครื่องปั่นไฟเอง ก็ใช้งานไม่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยืนยันว่า มาตรการนี้ยังมีความจำเป็น แต่ต้องเพิ่มมาตรการอื่นด้วย ตลอดจนการร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ เพื่อทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคิดว่าเป็นทางเลือกที่จำเป็นต้องทำเหมือนกัน รวมไปถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้นในประเทศ ผ่านคนมือสีต่างๆ เพราะอย่าลืมว่า ถ้าไม่มีคนพวกนี้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะไม่โตขนาดนี้ ถ้าเราจัดการคนพวกนี้ และขยายผลไปถึงข้าราชการ นักธุรกิจ ที่เป็นลมใต้ปีกให้ทุนสีเทาได้ โอกาสที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์พวกนี้ จะกลับมา ยิ่งใหญ่ ก็จะมีน้อยมาก 

เมื่อถามถึงความปลอดภัยของตัวเอง รังสิมันต์ กล่าวว่า จะพยายามดูแลตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบต่อผลประโยชน์ของกลุ่มสีเทา สีดำเยอะ แต่คิดว่าเมื่อเป็น สส. หน้าที่คือทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะที่ผ่านมาได้การร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบเยอะมาก จึงถึงเวลาที่ต้องเอาจริง เพราะทำเรื่องนี้เองไม่ได้ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่อย่างน้อยที่สุด ก็เริ่มก้าวแรก และต้องขอบคุณ ทั้งนักวิชาการ หรือฝ่ายต่างๆ ที่ช่วยกันในเรื่องนี้ ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า การที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ทั้งเรื่องไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต น้ำมัน มีความสำคัญ ก็ชัดเจนว่า สิ่งที่พยายามนำเสนอมาโดยตลอด ไม่ได้เป็นการคิดเร็วๆ แต่ผ่านการศึกษามาอย่างรอบคอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์