รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ อุปกิต ปาจรียางกูร สามาชิก ส.ว. ที่แถลงข่าวครั้ง 2 ซึ่งนำเอาข้อมูลว่าบัญชีม้าในคดีฟอกเงินยาเสพติดนั้น มีการโอนเงินไปยังบัญชีอื่นๆ ของทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอีกถึง 86 บัญชี ว่า ทราบว่าทาง อุปกิตได้ยื่นข้อมูลให้กับทางอัยการด้วยเช่นกัน หากท่านต้องการช่วยชี้เบาะแสเผื่อว่าจะมีใครกระทำผิดฟอกเงินค้ายาอีกหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นสิทธิของท่านที่จะกระทำได้ แต่หากว่าทำไปเพียงเพื่อจะซัดตนว่าปฏิบัติต่อท่านอย่างไม่เป็นธรรมนั้น การที่ตนมาพูดอภิปรายเรื่องฟอกเงินค้ายาเสพติดได้นั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานสนับสนุนหลายๆ อย่างมาประกอบกัน และความเชื่อมโยงทางการเงินก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ถ้าลำพังมีแค่หลักฐานนี้อย่างเดียว เช่น ที่ท่านอ้างถึง 86 บุคคล / บริษัทนั้น ก็คงยังไม่เพียงพอที่จะอภิปรายได้ ท่านก็เคยพูดเองมิใช่หรือว่าคนที่ค้ายาเขาไปซื้อขายอะไรใดๆ ไม่ได้หมายความว่าร้านค้าเหล่านั้นจะต้องเป็นผู้ฟอกเงินทั้งหมดเสมอไป (แต่จะต้องพิจารณาเป็นกรณีไป)
รังสิมันต์ กล่าวว่า ในกรณีของ อุปกิต หากว่าหลักฐานมีแค่เรื่องเส้นทางการเงินระหว่างผู้ค้ายากับเครือบริษัทอัลลัวร์ เพียงแค่นี้เท่านั้น ตนคงไม่เอามาอภิปรายตั้งแต่แรก แต่ที่ตัดสินใจเอามาอภิปรายเพราะมีหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ข้อความแชท หรือคำให้การของทุนมินลัตและคนอื่นๆ ที่โดนจับไปก่อนหน้านี้ ที่ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าหนักแน่นเพียงพอที่จะต้องพูดออกมาให้สังคมได้ตระหนักและช่วยการติดตามกระบวนการคดีไม่ให้เตลิดออกนอกลู่นอกทางได้
รังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องข้อความแชท อุปกิตก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าแปลผิดแปลมั่ว ตนก็เคยบอกไปแล้วว่าข้อความที่คุยกันมันเป็นศัพท์ขั้นพื้นฐานมากๆ ไม่ได้เกินความเข้าใจของคนเคยเรียนภาษาอังกฤษมา ยังอ้างว่าคุยกันเรื่องโรงปูนบ้าง เรื่องทองบ้าง ตนก็เคยบอกไปแล้วว่านั่นแค่ส่วนนอกเรื่องน้อยนิดที่ปะปนมา แชทส่วนใหญ่คุยเรื่องการคุมงานบริษัทอัลลัวร์ทั้งนั้น พอมารอบนี้มีอ้างเพิ่มเติมด้วยว่าตำรวจไปตัดต่อแชทเก่าๆ ของตนเพื่อมาใส่ร้าย ตนก็รอติดตามในคดีต่อไปแล้วกันว่ามันจะใช่อย่างที่ท่านอ้างไหม
รังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่กล่าวหาว่าเอาเรื่องหลายเดือนก่อนมาพูดตอนนี้เพราะเป็นขบวนการหวังผลการเมือง พยายามโยงมาถึงพรรคที่ตนสังกัด ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าตนตั้งใจเอาเรื่องนี้มาพูดในวาระอภิปรายทั่วไปเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนไม่มีอำนาจอะไรเลยที่จะไปกำหนดได้ว่าจะอภิปรายกันเมื่อไหร่ ทีแรกยังเคยนึกว่าจะมีในช่วงเดือนธันวาคม 2565 ด้วยซ้ำ อีกอย่างคือเรื่องนี้ก็ต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูลด้วย ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุ 2-3 แล้วจะให้รีบพูดเลยได้ และตนเชื่อว่าสังคมมีวิจารณญาณพอที่จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นแค่การป้ายสีเลื่อนลอย หรือเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือกันแน่
รังสิมันต์ กล่าวว่า อุปกิตก็ยังยืนยันว่าไม่รู้เรื่องว่า ที่ดินและตึกที่ตอนนี้เป็นที่ตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น จะเอาไปทำพรรคการเมือง ไม่ได้สนับสนุนอะไรต่อพรรคนี้ ตนว่าไหนๆ แล้วท่านก็เอาสัญญาเช่ามากางให้ดูเสียเลยจะเป็นไร ส่วนหนึ่งที่ท่านพลอยติดร่างแหเรื่องนี้ไปด้วยก็เพราะฝั่งพรรค รทสช. ไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้เองด้วย แต่ถ้าอุปกิตไม่ได้มีนอกมีในอะไรอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ นอกจากนี้ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าผู้เช่าเอาไปทำพรรคการเมือง อุปกิตควรพิจารณาไม่ต่อสัญญาเช่าเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาสืบต่อไปอีกด้วย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ถึงที่สุดแล้วในเรื่องนี้ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่จริงๆ มากไปกว่าที่เป็นกระบอกเสียงให้ในช่วงที่ผ่านมา ก็คือบรรดาหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย ที่ตนเคยได้กล่าวถึงและร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ ทั้งตำรวจ, อัยการ, ป.ป.ช., ปปง., ป.ป.ส. และ ก.ต. ที่จะต้องเดินหน้าการสอบสวนไต่สวนและพิจารณาทั้งคดีและความไม่ชอบมาพากลที่แวดล้อมต่อไป ถึงตอนนี้ยังมีหลายประเด็นที่ค้างคา อุปกิตยังไม่ถูกแจ้งข้อหายาเสพติดทั้งที่พยานหลักฐานชุดเดียวกับทุนมินลัตและพวก แล้วจะแจ้งเมื่อไหร่, การยึดอายัดทรัพย์สินไม่ให้ถูกยักย้ายหนีได้ดำเนินการหรือยัง, เรื่องผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องกับการถอนหมายจับคืบหน้าถึงไหนแล้ว, เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้น ตนหวังว่าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เสียแรงที่ข้าราชการชั้นผู้น้อยเขาทำงานกันอย่างแข็งขันและซื่อตรง
ส่วนที่ อุปกิตบอกว่าจะมี ‘ของขวัญ’ เตรียมไว้ให้กับตน หากนั่นเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายที่ท่านมี เช่น ที่เคยฟ้องหมิ่นประมาทตนไปนั้น ก็แล้วแต่ท่าน ตนยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและพร้อมต่อสู้คดีถึงที่สุด แค่อย่าเล่นนอกกติกาก็แล้วกัน
รังสิมันต์ กล่าวว่า ในกรณีของ อุปกิต หากว่าหลักฐานมีแค่เรื่องเส้นทางการเงินระหว่างผู้ค้ายากับเครือบริษัทอัลลัวร์ เพียงแค่นี้เท่านั้น ตนคงไม่เอามาอภิปรายตั้งแต่แรก แต่ที่ตัดสินใจเอามาอภิปรายเพราะมีหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น ข้อความแชท หรือคำให้การของทุนมินลัตและคนอื่นๆ ที่โดนจับไปก่อนหน้านี้ ที่ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าหนักแน่นเพียงพอที่จะต้องพูดออกมาให้สังคมได้ตระหนักและช่วยการติดตามกระบวนการคดีไม่ให้เตลิดออกนอกลู่นอกทางได้
รังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องข้อความแชท อุปกิตก็ยังพูดเหมือนเดิมว่าแปลผิดแปลมั่ว ตนก็เคยบอกไปแล้วว่าข้อความที่คุยกันมันเป็นศัพท์ขั้นพื้นฐานมากๆ ไม่ได้เกินความเข้าใจของคนเคยเรียนภาษาอังกฤษมา ยังอ้างว่าคุยกันเรื่องโรงปูนบ้าง เรื่องทองบ้าง ตนก็เคยบอกไปแล้วว่านั่นแค่ส่วนนอกเรื่องน้อยนิดที่ปะปนมา แชทส่วนใหญ่คุยเรื่องการคุมงานบริษัทอัลลัวร์ทั้งนั้น พอมารอบนี้มีอ้างเพิ่มเติมด้วยว่าตำรวจไปตัดต่อแชทเก่าๆ ของตนเพื่อมาใส่ร้าย ตนก็รอติดตามในคดีต่อไปแล้วกันว่ามันจะใช่อย่างที่ท่านอ้างไหม
รังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่กล่าวหาว่าเอาเรื่องหลายเดือนก่อนมาพูดตอนนี้เพราะเป็นขบวนการหวังผลการเมือง พยายามโยงมาถึงพรรคที่ตนสังกัด ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าตนตั้งใจเอาเรื่องนี้มาพูดในวาระอภิปรายทั่วไปเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนไม่มีอำนาจอะไรเลยที่จะไปกำหนดได้ว่าจะอภิปรายกันเมื่อไหร่ ทีแรกยังเคยนึกว่าจะมีในช่วงเดือนธันวาคม 2565 ด้วยซ้ำ อีกอย่างคือเรื่องนี้ก็ต้องใช้เวลาเตรียมข้อมูลด้วย ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุ 2-3 แล้วจะให้รีบพูดเลยได้ และตนเชื่อว่าสังคมมีวิจารณญาณพอที่จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นแค่การป้ายสีเลื่อนลอย หรือเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือกันแน่
รังสิมันต์ กล่าวว่า อุปกิตก็ยังยืนยันว่าไม่รู้เรื่องว่า ที่ดินและตึกที่ตอนนี้เป็นที่ตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น จะเอาไปทำพรรคการเมือง ไม่ได้สนับสนุนอะไรต่อพรรคนี้ ตนว่าไหนๆ แล้วท่านก็เอาสัญญาเช่ามากางให้ดูเสียเลยจะเป็นไร ส่วนหนึ่งที่ท่านพลอยติดร่างแหเรื่องนี้ไปด้วยก็เพราะฝั่งพรรค รทสช. ไม่มีความชัดเจนเรื่องนี้เองด้วย แต่ถ้าอุปกิตไม่ได้มีนอกมีในอะไรอยู่แล้ว ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ นอกจากนี้ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าผู้เช่าเอาไปทำพรรคการเมือง อุปกิตควรพิจารณาไม่ต่อสัญญาเช่าเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาสืบต่อไปอีกด้วย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ถึงที่สุดแล้วในเรื่องนี้ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่จริงๆ มากไปกว่าที่เป็นกระบอกเสียงให้ในช่วงที่ผ่านมา ก็คือบรรดาหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลาย ที่ตนเคยได้กล่าวถึงและร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ ทั้งตำรวจ, อัยการ, ป.ป.ช., ปปง., ป.ป.ส. และ ก.ต. ที่จะต้องเดินหน้าการสอบสวนไต่สวนและพิจารณาทั้งคดีและความไม่ชอบมาพากลที่แวดล้อมต่อไป ถึงตอนนี้ยังมีหลายประเด็นที่ค้างคา อุปกิตยังไม่ถูกแจ้งข้อหายาเสพติดทั้งที่พยานหลักฐานชุดเดียวกับทุนมินลัตและพวก แล้วจะแจ้งเมื่อไหร่, การยึดอายัดทรัพย์สินไม่ให้ถูกยักย้ายหนีได้ดำเนินการหรือยัง, เรื่องผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องกับการถอนหมายจับคืบหน้าถึงไหนแล้ว, เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้น ตนหวังว่าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เสียแรงที่ข้าราชการชั้นผู้น้อยเขาทำงานกันอย่างแข็งขันและซื่อตรง
ส่วนที่ อุปกิตบอกว่าจะมี ‘ของขวัญ’ เตรียมไว้ให้กับตน หากนั่นเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายที่ท่านมี เช่น ที่เคยฟ้องหมิ่นประมาทตนไปนั้น ก็แล้วแต่ท่าน ตนยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและพร้อมต่อสู้คดีถึงที่สุด แค่อย่าเล่นนอกกติกาก็แล้วกัน



