‘เรืองไกร’ ร้องตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง

30 ม.ค. 2569 - 14:58

  • ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’ ร้อง กกต. เร่งตรวจสอบ “นโยบายหาเสียง 51 พรรคการเมือง”

  • หลังพบข้อมูลนโยบายที่แจ้งต่อ กกต. อาจไม่ครบถ้วน ไม่ตรงกับการปราศรัยและการให้ข่าว

  • ชี้หากเข้าข่ายหลอกลวงหรือจูงใจประชาชนผิด กกต. ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที

‘เรืองไกร’ ร้องตรวจสอบนโยบาย 51 พรรคการเมือง

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า “วันนี้ต้องไปให้ถ้อยคำต่อสำนักสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชั้น 4 เรื่องกล่าวหาพรรคการเมืองหนึ่ง กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92(2) หรือไม่”

แต่ก่อนให้ถ้อยคำ จะไปยื่นหนังสือเพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบนโยบายการหาเสียงของ 51 พรรคการเมือง ว่าได้แจ้งต่อ กกต. โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 หรือไม่

เรืองไกร กล่าวว่า “ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของ กกต. วันที่ 26 ม.ค. ปัจจุบันมี 51 พรรคการเมืองที่จัดส่งนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินในการประกาศโฆษณาให้ กกต. พิจารณา และอยู่ระหว่างตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา แต่เพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นในการพิจารณานโยบายต่าง ๆ ของแต่ละพรรค สำนักงาน กกต. จึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อน เมื่อตรวจสอบเสร็จก็จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้ง เพื่อประชาชนจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งต่อไป” พร้อมระบุว่า “ให้ดูรายละเอียดโดยสแกน QR Code” นั้น แต่ปรากฏว่าเมื่อสแกน QR Code มาตรวจสอบ พบว่านโยบายของพรรคการเมืองที่แจ้งต่อ กกต. อาจไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามที่ปราศรัยหรือให้ข่าวต่อสื่อมวลชน

ตัวอย่างเช่น พรรคทางเลือกใหม่ เบอร์ 10 ได้แจ้งต่อ กกต. ไว้รวม 5 นโยบาย แต่ในข้อมูลการหาเสียงมีการแจ้งหรือแถลงต่อสื่อมวลชนไว้มากกว่าสิบนโยบาย ทำให้วงเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาอาจมีมากกว่าที่แจ้งไว้ต่อ กกต. ทั้งนี้ ตามรายละเอียดจากเว็บไซต์ thethaiger เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 หัวข้อ รวมนโยบายสุดล้ำ “เต้ มงคลกิตติ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคทางเลือกใหม่

หรือพรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 ได้แจ้งต่อ กกต. ไว้รวม 4 นโยบาย แต่ในข้อมูลการหาเสียงพบว่า มีการแจ้งหรือแถลงต่อสื่อมวลชนถึงนโยบายที่ 5 ไว้เพิ่มเติม ทำให้วงเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาอาจมีมากกว่าที่แจ้งไว้ต่อ กกต. ทั้งนี้ ตามรายละเอียดจากเว็บไซต์ siamrath เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 หัวข้อ “พล.อ.รังษี” ชูนโยบายพรรคเศรษฐกิจ ลดค่าไฟเหลือ 2.80 บาท ควบรวม 3 การไฟฟ้า-ฟันคอร์รัปชัน

เรืองไกร กล่าวต่อไปว่า “จากกรณีตัวอย่างข้างต้น จึงมีเหตุอันควรขอให้ กกต. รีบตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองทั้ง 51 พรรค ว่าได้แจ้งต่อ กกต. โดยเป็นไปตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และประกาศ กกต. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้งต่อไป”

หาก กกต. ตรวจแล้วพบว่า “นโยบายใดของพรรคการเมืองใดเข้าข่ายหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง อันอาจฝ่าฝืน พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) ขอให้ กกต. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปด้วย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์