ตามถึงที่สุด! ‘เรืองไกร’ ให้ถ้อยคำ กกต. ปม ‘พิธา’ ถือหุ้นสื่อ

29 พ.ค. 2566 - 13:37

  • ‘เรืองไกร’ เข้าให้ถ้อยคำ กกต. ปม ‘พิธา’ ถือหุ้นไอทีวี 

  • ลั่นจะตามถึงที่สุดแม้เป็นนายกฯ จะร้องให้พ้นทั้ง ครม.

Ruangkrai_gave_a_statement_to_the_ECT_Pita_held_media_shares_SPACEBAR_Hero_6f5d029fa3.jpeg
ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อ กกต. กรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อ ไอทีวี จำนวน 42,000 หุ้น ของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ว่าเป็นการกระทำผิดขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมขอให้ตรวจสอบนายพิธา ว่าเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) มาตั้งแต่การสมัครรับเลือกตั้งปี 2562 หรือไม่  

โดยเรืองไกร ได้นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 20/2563 ที่วินิจฉัยให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด และบริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่นจำกัด มีความผิดตามมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และคำวินิจฉัย กกต.ครั้งที่ 1/2564, 2/2564, 3/2564 และ 9/2564 มายื่นประกอบด้วย 

ทั้งนี้ เรืองไกร ยืนยันว่า ไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เป็นผู้ตรวจสอบนักกฎหมายอีกชั้นหนึ่ง ตนเองจำเป็นต้องขอให้ กกต.ย้อนตรวจสอบพิธา ว่าสิ้นสมาชิกภาพหรือไม่ โดยอ้างอิงแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. 

ส่วนกรณีที่ระบุว่า หากพิธาขายหุ้นทั้งหมดก็พ้นผิด เป็นกรณีที่อาจทำให้สังคมเข้าใจผิด หากมีความผิดก็ต้องผิดตั้งแต่วันที่สมัคร จะแก้ด้วยการโอนหุ้นเพื่อพ้นผิดไม่ได้ เป็นการวินิจฉัยแบบไม่เข้าใจกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ครอบคลุมถึงบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีด้วย แม้จะได้ถึง 376 เสียง ก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ ต่อให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็จะร้อง ซึ่งอาจจะพ้นทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)  

เรืองไกร กล่าวว่า กกต.จำเป็นต้องเร่งรัดตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนที่หลายคนมองว่าประเทศกำลังเดินหน้า เหตุใดจึงถึงมาร้องเช่นนี้ เรืองไกร กล่าวว่า ประเทศก็เดินหน้าไป คนกระทำความผิดหรือเข้าข่ายถูกตรวจสอบ ก็ต้องทำ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์