เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประชาชนที่มีส่วนร่วมในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 106 วรรคหนึ่ง เปิดเผยว่า ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ของ ประภาศรี สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) เพิ่มเติม พบข้อมูลที่ควรขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตรวจสอบ ดังต่อไปนี้
1. จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอื่นของประภาศรี กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเมื่อวันที่ 24พ.ค. 2562 พบว่า ประภาศรี แจ้งรายการทรัพย์สินอื่นของตนเอง รวมมูลค่า 23,020,000 บาท และของคู่สมรส รวมมูลค่า 0 บาท
2. ทรัพย์สินอื่นของประภาศรี ประกอบด้วยยอดรวม 2 รายการ คือ เงินโบราณ 1 ชุด มูลค่า 5,000,000 บาท เครื่องประดับ มูลค่า 18,020,000 บาท
3. เครื่องประดับ มูลค่า 18,020,000 บาท มีทั้งหมด 14 รายการ โดยรายการที่ 8 ระบุว่า มุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท
4. รายการมุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท ไม่ได้ระบุจำนวนหน่วยไว้ ซึ่ง ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบได้เองจากรายละเอียดที่ยื่นไว้ แต่จากการตรวจสอบหาข้อมูลใน google พบรูปของประภาศรี สวนใส่สร้อยมุก หลายรายการที่อาจแตกต่างกัน กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบรายการ มุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่า มีทั้งสิ้นกี่รายการ สอดคล้องต้องกันกับรูปภาพที่พบใน google หรือไม่ หากไม่สอดคล้องต้องกัน รายการที่แตกต่าง เป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา หรือระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ถ้าได้มาก่อน จะเป็นการแจ้งรายการครบถ้วน หรือไม่ หากได้มาระหว่างดำรงตำแหน่ง มีหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
5. ประภาศรี ยังได้แจ้งรายการเงินให้กู้ยืม มูลค่า 5,000,000 บาท ไว้ด้วย โดยเป็นการให้กู้ยืมแก่บุคคลธรรมดา 2 ราย เมื่อ 13/8/2560 และ 25/01/2562 มีโฉนดค้ำประกันด้วย ซึ่งเป็นการให้กู้ก่อนรับตำแหน่ง ส.ว. เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 แต่กลับไม่มีการแจ้งรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมทั้งสองรายการไว้แต่อย่างใด กรณี มีเหตุอันควรตรวจสอบว่า การให้กู้ยืมทั้งสองรายดังกล่าว มีการคิดดอกเบี้ย หรือไม่ (ถ้ามี) ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละปี มีจำนวนเท่าใด และได้นำดอกเบี้ยรับไปเสียภาษีให้กรมสรรพากร หรือไม่
“วันนี้จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอื่นของประภาศรีว่า มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบว่า การให้กู้ยืมทั้งสองรายดังกล่าว 5,000,000 บาท มีการคิดดอกเบี้ย หรือไม่ ถ้ามี ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละปี มีจำนวนเท่าใด และได้นำดอกเบี้ยรับไปเสียภาษีให้กรมสรรพากร หรือไม่” งเรืองไกร กล่าว
ทั้งนี้ ประภาศรีเป็น 1 ใน 13 สว.ที่ลงมติสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และจ่อจะฟ้องกลับเรืองไกร ที่ไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สิน 6 สว. ที่โหวตหนุนพิธา เพราะทำให้เสียชื่อเสียง
1. จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอื่นของประภาศรี กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเมื่อวันที่ 24พ.ค. 2562 พบว่า ประภาศรี แจ้งรายการทรัพย์สินอื่นของตนเอง รวมมูลค่า 23,020,000 บาท และของคู่สมรส รวมมูลค่า 0 บาท
2. ทรัพย์สินอื่นของประภาศรี ประกอบด้วยยอดรวม 2 รายการ คือ เงินโบราณ 1 ชุด มูลค่า 5,000,000 บาท เครื่องประดับ มูลค่า 18,020,000 บาท
3. เครื่องประดับ มูลค่า 18,020,000 บาท มีทั้งหมด 14 รายการ โดยรายการที่ 8 ระบุว่า มุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท
4. รายการมุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท ไม่ได้ระบุจำนวนหน่วยไว้ ซึ่ง ป.ป.ช. สามารถตรวจสอบได้เองจากรายละเอียดที่ยื่นไว้ แต่จากการตรวจสอบหาข้อมูลใน google พบรูปของประภาศรี สวนใส่สร้อยมุก หลายรายการที่อาจแตกต่างกัน กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบรายการ มุก SOUTH SEA มูลค่า 700,000 บาท ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่า มีทั้งสิ้นกี่รายการ สอดคล้องต้องกันกับรูปภาพที่พบใน google หรือไม่ หากไม่สอดคล้องต้องกัน รายการที่แตกต่าง เป็นทรัพย์สินที่ได้มาก่อนดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา หรือระหว่างดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ถ้าได้มาก่อน จะเป็นการแจ้งรายการครบถ้วน หรือไม่ หากได้มาระหว่างดำรงตำแหน่ง มีหลักฐานการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร
5. ประภาศรี ยังได้แจ้งรายการเงินให้กู้ยืม มูลค่า 5,000,000 บาท ไว้ด้วย โดยเป็นการให้กู้ยืมแก่บุคคลธรรมดา 2 ราย เมื่อ 13/8/2560 และ 25/01/2562 มีโฉนดค้ำประกันด้วย ซึ่งเป็นการให้กู้ก่อนรับตำแหน่ง ส.ว. เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2562 แต่กลับไม่มีการแจ้งรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมทั้งสองรายการไว้แต่อย่างใด กรณี มีเหตุอันควรตรวจสอบว่า การให้กู้ยืมทั้งสองรายดังกล่าว มีการคิดดอกเบี้ย หรือไม่ (ถ้ามี) ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละปี มีจำนวนเท่าใด และได้นำดอกเบี้ยรับไปเสียภาษีให้กรมสรรพากร หรือไม่
“วันนี้จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ทำการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอื่นของประภาศรีว่า มีการยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบว่า การให้กู้ยืมทั้งสองรายดังกล่าว 5,000,000 บาท มีการคิดดอกเบี้ย หรือไม่ ถ้ามี ดอกเบี้ยที่ได้รับในแต่ละปี มีจำนวนเท่าใด และได้นำดอกเบี้ยรับไปเสียภาษีให้กรมสรรพากร หรือไม่” งเรืองไกร กล่าว
ทั้งนี้ ประภาศรีเป็น 1 ใน 13 สว.ที่ลงมติสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และจ่อจะฟ้องกลับเรืองไกร ที่ไปยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สิน 6 สว. ที่โหวตหนุนพิธา เพราะทำให้เสียชื่อเสียง




