สัญญาณเตือน หรือเสียงวิจารณ์ถึง ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ดังขึ้นทันที ภายหลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยอย่างเป็นทางการถึง “8 ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลกรณี การเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต”
โดยเฉพาะประเด็นที่ตัวโครงการฯ อาจขัดต่อข้อกฎหมายหลายข้อ จะทำให้มีช่องทางให้มีนักร้องไปร้องเรียนโครงการดังกล่าวได้ง่ายหรือไม่นั้น
ในเรื่องนี้ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ก็ยืนยันว่า มี ง่าย ถ้ากล้าทำผมก็ไม่รู้ ถือว่าเตือนแล้ว และขอบคุณที่ ป.ป.ช.เตือน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย
เพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่ให้ปล่อยพรรคการเมืองหาเสียงจะพูดอะไรก็ได้ ถึงเวลาก็มาบอกว่าจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้อย่างโน้นอย่างนี้ แบบนี้ ถ้าตระบัดสัตย์ หรือโกหกประชาชนได้ แล้วคุณจะไม่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างอื่นได้หริอ คุณเอาแต่อำนาจ รวมหัวกันหาอำนาจ ทรยศเพื่อนฉีก MOU ขอให้ตระหนักไว้ และผมยังเป็นนักร้อง และนักตรวจสอบอยู่ ส่วนการแสดงบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีที่ผ่านมามีอะไรในกอไผ่ และมี สส.คนหนึ่งแจ้งมาว่า ทำให้ สส.อีก 499 คน จะมีอะไรด้วยเช่นกัน เรื่องนี้ถ้าถึงเวลาเดี๋ยวจะมีลูกค้าส่งไปให้ที่ ป.ป.ช.
เมื่อถามว่าเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะร้องเรียนเองหรือไม่ เรืองไกร กล่าวว่า ร้องเองได้ ทั้งนี้ ในเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต ต้องเข้าใจนโยบายของรัฐบาลที่แถลง และต้องเข้าใจรัฐธรรมนูญ การจ่ายเงินแผ่นดิน รวมถึงต้องเข้าใจกฎหมายวินัยการเงินการคลัง วิธีงบประมาณ ซึ่งผมได้เขียนเรื่องนี้เตือน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ไปแล้ว 4 แผ่น ซึ่งเป็นข้อกฎหมายล้วนๆ
ผมไม่แปลกใจที่กฤษฎีกา และ ป.ป.ช.ให้ความเห็นในครั้งนี้ ซึ่งเงินแผ่นดินท่านจะเอาไปทำอะไร เราทุกคนจะเป็นคนใช้หนี้ เมื่อไหร่ที่ปิดงวด 30 ก.ย. ตัวนี้จะถูกรับรู้เป็นขาดทุน เหมือนจำนำข้าว ซึ่งจำนำข้าวยังเหลือสต๊อกข้าว แต่เรื่องนี้ถ้าไปแล้วจะหายเลย กว่าคุณจะได้ภาษีกลับมา ถ้าข้ามงวดบัญชีปีงบประมาณจะเป็นผลขาดทุนทันที และย้ำว่าเตือนด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จริงๆ ภาษาพระเรียกว่าพึงสังวร ภาษาชาวบ้านเรียกว่าสำเหนียก ไว้ว่า สิ่งต่างๆเหล่านี้ ควรจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติ
เมื่อถามย้ำว่าจะมีโอกาสจะไปร้องด้วยตนเองหรือไม่ เรืองไกร กล่าวว่า แผลยังไม่เกิด ก็ยังไม่ต้องทายา แต่ถ้าทำเข้าข่ายความผิด ก็ใช้กฎหมาย ป.ป.ช.ได้เลย ไม่ต้องห่วง ทำให้ แต่สิ่งที่ผมทำ ผมกล่าวหา ผมจะไม่ใช้อารมณ์ ไม่ใช้ความเห็น เหมือนหลายๆ คน ไปยื่นคำร้องว่าผิดนั่นผิดนี่ ซึ่งรัฐบาลก็มีสิทธิ์แก้ข้อกล่าวหาได้ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ก็ตรวจสอบไป จะถูกจะผิดก็อยู่ที่ฟังคำตัดสิน
ส่วนหากมีการร้องและผิดจริง จะถึงกับหลุดจากตำแหน่งหรือไม่นั้น เรืองไกร กล่าวว่า อยู่ที่ดุลยพินิจ กรณีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีของ ถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ศาลปกครองสูงสุด ว่าอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการ ภายหลังยุบสภาฯ

ศึกนักร้องฟัดนักร้อง! แจง ‘ผู้ใหญ่ใจดี’ ที่ซื้อ ‘รถเบนซ์‘ ให้คือ ‘เมีย’ ลั่นเรื่องเก่าไม่อยากให้ราคา
สำหรับกรณีที่ วัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านฯ ร้องเรียนปมรับรถเบนซ์จาก ‘ผู้ใหญ่ใจดี’ ในช่วงที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณที่ผ่านมานั้น
เรืองไกร ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่า ไม่อยากไปโต้แย้ง หรือให้ราคาค่างวด และผมก็เคยชี้แจงไปแล้วว่า รถเบนซ์ดังคันดังกล่าว ผู้ใหญ่ใจดีซื้อให้ ซึ่งผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นคือภรรยาของผมเอง ซึ่งขณะนี้ ผมมีรถเบนซ์ถึง 4 คัน, ภรรยา 1คัน, ผม 1 คัน และลูกสาว 2 คน คนละคัน ซึ่งเป็นเงินที่ซื้อเอง ไม่ได้ไปตบทรัพย์ใคร กรรโชกทรัพย์ใคร หรือข่มขู่คุกคามใคร และการดำเนินการร้องเรียนก็ทำคนเดียวในห้องนอน
‘เงิน 25 ล้านบาท’ เป็นเงินส่วนตัวโอนเข้าอีกบัญชี
ส่วนเรื่องเช็ค 25 ล้านบาท เคยถูกตรวจสอบตั้งแต่ที่เป็น สว.แล้ว เมื่อปี 2551 อาจเป็นเพราะถูกอิจฉา ซึ่งเงิน 25 ล้านบาทนั้น เป็นแคชเชียร์เช็คในบัญชีของตนเองที่ธนาคารกรุงเทพ เพื่อย้ายเงินไปอีกบัญชีหนึ่ง ซึ่งก็เป็นของตนเองเช่นกัน พร้อมยืนยันว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินให้ตรวจสอบถูกต้อง ไม่ได้เอาของแปลกในอวกาศเอามาอัพราคาแปรสภาพ
ผมเป็นนักบัญชี นักตรวจสอบเดบิต เครดิตตลอด ยืนยันว่าสำเนาแคชเชียร์เช็คนี้ เป็นของแท้ทุกฉบับ มีเงินแปลกตรงไหน ผมก็เสียภาษีมาตั้งแต่ปี 2526




