‘เรืองไกร’ ร้อง กกต.สอบ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ มีเหตุต้องพ้นจาก รมต.หรือไม่

25 ก.พ. 2567 - 15:36

  • ‘เรืองไกร’ ส่ง EMS ร้อง กกต.ตรวจสอบ ‘สุดาวรรณ’ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

  • อาจเข้าข่ายกระทำการต้องห้ามตาม รธน. มาตรา 187 เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่

Rueangkrai_asks_the_Election_Commission_to_investigate_Sudawan_must_be_removed_from_being_a_minister_SPACEBAR_Hero_e678efb34b.jpg

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผย (25 กุมภาพันธ์ 2567) ว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ตรวจสอบนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.ท่องเที่ยวฯ) ว่ายังคงเป็นหรือคงไว้ซึ่งการเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่อาจเข้าข่ายกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 หรือไม่ และจะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรี (รมต.) สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ดังนี้

1.นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งรายได้ ต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 โดยแจ้งรายการซื้อขายหุ้นแต่ยังไม่ได้รับเงิน ไว้ดังนี้

มีรายได้จากการขายหุ้นแต่ยังไม่ได้รับเงิน 459,364,000 บาท

มีเงินให้กู้ยืมเป็นลูกหนี้สัญญาซื้อขายหุ้น 5 ราย รวม 459,364,000 บาท  

2.ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล  ได้รับการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อ ป.ป.ช. ในฐานะรัฐมนตรีอีกกรณี จึงควรใช้บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งรายได้ ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาเป็นข้อมูลในการตรวจสอบรายได้จากการขายหุ้นแต่ยังไม่ได้รับเงิน 

แต่ตั้งเป็นลูกหนี้ไว้ว่านางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ในตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มีการขายหุ้นดังกล่าวจริงหรือไม่ เพราะเหตุใดการขายหุ้นจึงไม่ได้รับชำระเงินเลย และทำไมจึงแจ้งเป็นเงินให้กู้ยืม(ลูกหนี้สัญญาซื้อขายหุ้น) ด้วยจำนวนที่เท่ากัน คือ 459,364,000 บาท

3.หาก กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีเหตุอันควรสงสัยว่า ณ วันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี การซื้อขายหุ้นดังกล่าวยังไม่ได้ชำระเงินซึ่งมีจำนวนสูงมากนั้น จะเข้าข่ายเป็นการทำนิติกรรมอำพรางการถือหุ้นไว้ให้อยู่ในความครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าในทางใดๆ ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 วรรค 4 หรือไม่ 

จะถือได้ว่า นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ในฐานะ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงไว้ซึ่งความเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากถือเกินร้อยละห้าของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ก็ต้องตรวจสอบต่อไปว่าเข้าข่ายกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 วรรค 1 หรือไม่ อันจะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1(5) หรือไม่

4.เนื่องจากนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ได้แสดงรายการหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือไว้ด้วย รวมเป็นเงิน 193,725,000 บาท โดยมี 3 รายการ ซึ่งกู้จากนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล 2 รายการ และ กู้จากนางยลดา หวังศุภกิจโกศล 1 รายการ ที่มีคำอธิบายระบุไว้ว่า เป็นเจ้าหนี้สัญญาซื้อขายหุ้น วันที่ทำสัญญา คือ 17 ก.ค. 62

ดังนั้น เพื่อให้การตรวจสอบครบถ้วนรอบด้าน จึงขอให้ กกต. นำข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล ที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช. ทุกครั้ง มาประกอบการตรวจสอบเพื่อให้ทราบถึงรายการเคลื่อนไหวด้านเดบิทหรือเครดิตทางบัญชี หรือรายการรับ-จ่ายทางการเงิน (ถ้ามี) เกี่ยวกับการการซื้อขายหุ้นหรือจำหน่ายจ่ายโอนหุ้น หรือเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นดังกล่าวด้วยว่า มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐมนตรีของวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล มาก่อนด้วย หรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์