รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และ รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ TH-AI Passport หลังมีการทำประชาพิจารณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รักชนก เปิดเผยถึงท่าทีของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งแสดงท่าทีว่าจะดำเนินโครงการนี้ ว่า ตั้งคำถามว่า นายกฯ ไม่ติดเคยติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะไม่มีใครรายงาน เข้าใจว่านายกฯ งานเยอะ แต่ก่อนนายกฯ จะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร อยากให้ท่านมีความมั่นใจกับข้อมูล เหมือนก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวถามถึงโครงการไทยช่วยไทยและหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งมั่นใจว่า นายกฯ ไม่ทราบรายละเอียด โดยเชื่อว่าโครงการนี้ นายกฯ ก็ไม่ทราบรายละเอียดเช่นกัน จึงอยากให้คนที่อยู่ใกล้ชิดให้ข้อมูลรายละเอียดก่อนที่จะตอบออกมาเหมือน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เมื่อถามว่าสัปดาห์ที่แล้วมีการทำประชาพิจารณ์โครงการดังกล่าวโดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์นั้นอาจจะถูกเกณฑ์มาร่วมรับฟัง รักชนก กล่าวว่า ประชาชนไม่ว่าจะภาคส่วนไหน สามารถเริ่มเข้าฟังประชาพิจารณ์ได้ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการต้องสอบถาม ในการทำประชาพิจารณ์นี้ มีการใช้งบประมาณเดียวกันกับงบประมาณที่จะใช้ในการเปิดตัวหรือไม่ เพราะว่าตาม TOR ระบุไว้ว่า ต้องจัดงานเปิดตัวโครงการที่มีผู้ร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 200 คน ซึ่งจะสอบถามเรื่องนี้ในที่ประชุมวันนี้
ส่วนขั้นตอนหลังจากการประชุมในวันนี้ รักชนก กล่าวว่า วันนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วมประชุม เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง. ) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คิดว่าหลังการประชุมในวันนี้จะได้รวบรวมหลักฐานข้อมูลที่มีอยู่ยื่นตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานะพรรคประชาชนได้ชี้ให้เห็นถึง ความน่าสงสัยในโครงการนี้มาโดยตลอด ความคาดหวังคืออยากให้ยกเลิกโครงการ ซึ่งถ้าหากอยากจะทำจริงๆ จะต้องไปตั้งโครงการเพื่อใช้งบประมาณในปีถัดไป เพื่อทำให้โครงการทุกอย่างถูกต้องไร้ข้อครหานี่คือธงหลักเป็นเป้าหมายของพรรค
“แต่ถ้าไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ดิฉันคิดว่ามีราคาที่ต้องจ่าย”
— รักชนก กล่าว
ด้าน รังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่างกมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมายฯ ที่เปิดให้มีการถ่ายทอดสดเพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนรับได้ฟังตลอด ซึ่งจะได้เห็นท่าทีของแต่ละหน่วยงานต่อโครงการ TH-AI Passport ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงการนี้มีปัญหาไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเองโดยมีภาคประชาชนและกลุ่มคนหลายฝ่ายออกมาคัดค้านเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าโครงการนี้มีปัญหา แต่สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำคือนี่ไม่ใช่เพียงแค่โครงการอย่างเดียว แต่มีปัญหาเรื่องการทุจริต
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปหลังจากนี้หากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงสิ่งที่ตามมาคือการฟอกเงิน เงินจะถูกทำให้ขาวสะอาด และไหลเข้าสู่วงการเมือง รูปแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ต่อการทุจริต แต่เป็นการต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมที่อาจจะมีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าไปเกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับโครงการ TH-AI Passport คือการมีผู้ร้อง ร้องมาว่าอาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทน้ำมันเถื่อน ซึ่งจะต้องดูข้อมูลของผู้ร้องอีกครั้ง แต่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งพวกเราจะติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง
รักชนก และรังสิมันต์ ยังกล่าวกรณีกระแสข่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เตรียมเปิดรายชื่อนักการเมือง และนักแสดงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการชักชวนลงทุน และซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังได้เข้าตรวจค้นเครือข่าย พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่าจำนวนมาก และพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลหลากหลายวงการ ซึ่งหนึ่งในนั้นจะปรากฏชื่อของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนั้น
รักชนก กล่าวว่า เรายังไม่ได้รับข้อมูล และรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เข้าใจว่า การแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ หากมีความเกี่ยวข้องกับคนในพรรคประชาชน ทุกคนพร้อมเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือทุกหน่วยงาน
ด้านรังสิมันต์ กล่าวเสริมว่า ที่มีรายงานข่าวเรื่องภาวุธ ออกมามานั้น มองว่า ภาวุธ ก็เป็นคนหนึ่งที่ขยันขันแข็ง และได้ติดตามเรื่องโครงการ TH-AI Passport อย่างเต็มที่ ซึ่งเมื่อวานก็พูดคุยกับภาวุธ เรื่องดังกล่าวอยู่ และยังคงทำหน้าที่ติดตามเรื่องนี้ เชื่อว่า สุดท้ายพวกเราทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ และเชื่อว่า ภาวุธ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม ภาคส่วนการเงิน จะเป็นหนึ่งในคนที่เป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูล และแก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน
เมื่อถามว่า มีรายงานว่า พรรคประชาชนจะล็อบบี้ให้หน่วยงานรัฐเปิดชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคดี Forex หลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น รังสิมันต์ กล่าวว่า ในแง่ความเป็นไปได้ พวกเราทำไม่ได้อยู่แล้ว และตั้งแต่เช้าเรื่องของภาวุธ ก็อยู่ในหน้าโซเชียลมีเดียเต็มไปหมดแล้ว ดังนั้นความพยายามในการปล่อยข่าวว่า เราจะล็อบบี้ จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ในทางตรงกันข้าม หลังจากที่เรื่องนี้ เชื่อว่า ภาวุธจะเข้าสู่กระบวนการ และย้ำว่า พวกเราไม่มีอำนาจไปสั่งการหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ทำได้คือ ให้ความร่วมมือ และการที่ออกมาพูดแบบนี้ ไม่ได้ต้องการปกป้องใคร เพราะเราก็อยากเห็นกระบวนการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองเพื่อมากลบข่าว ประเด็นของรัฐบาลที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ รังสิมันต์ ยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรักชนก หรือใครอีกหลายคนก็ตามที่ออกมาตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งหนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุดคนหนึ่งก็คือ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนตัวไม่รู้ และไม่อยากไปต่อจิ๊กซอร์ว่า เป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ แต่คาดหวังว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการปล่อยชื่อภาวุธ ออกมานั้น จะไม่ใช่เกมการเมือง จึงรอดูการแถลงของพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า จะมีรายละเอียดอย่างไร เมื่อเราเห็นรายละเอียดของแถลง จะสามารถตอบสนองต่อคำถามของสื่อมวลชน และประเด็นทางสังคม เพราะถึงตอนนี้ยังไม่ชัวร์ 100% ว่า จะมีรายชื่อของภาวุธ หรือไม่ และตอนนี้ยังไม่เห็นข้อกล่าวหาหรือแผนผัง ดังนั้นการให้ข้อมูลทั้งหมดจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่สิ่งที่ยืนยันไปถึงประชาชนได้คือ พรรคประชาชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีอะไรไปแตะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ฝ่ายตรงข้ามก็อาจจะถูกโจมตีด้วยนั้น รังสิมันต์ กล่าวว่า ตอนนี้เราต้องช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ตอบได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำไปหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกย้าย หรือโครงการต่างๆ มันเกี่ยวพันกับเรื่องงบประมาณ และเงินภาษีของเรา รวมถึงหลักคุณธรรมการบริหารราชการ หากไม่มีระบบคุณธรรม คนทำดีไม่ได้ดี คนทำชั่วเติบโต กลายเป็นระบบบ้านใหญ่ของประเทศ ไม่ใช่บ้านใหญ่ของจังหวัด และรวมไปถึงการโกงเงินภาษีของประชาชนไปสู่การการฟอกเงิน ถามว่า เราอยากเห็นประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ วันนี้สิ่งที่เราต้องช่วยคือ การตรวจสอบ จึงยังไม่สามารถสรุป หรือตอบคำถามสื่อมวลชนว่า ตกลงแล้วคือ ความแก้แค้นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ แต่อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบ เป็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องว่า กันตามพยานหลักฐาน อย่างโครงการ TH-AI Passport มีความชัดเจนแล้ว ถ้าประเทศนี้มีหลัก นิติรัฐ นิติธรรม ไม่แน่ใจว่า โครงการแบบนี้ไปต่อได้อย่างไร




