ซัด ‘อนุทิน’ เกรงใจสแกมเมอร์ ? บี้ ‘ไชยชนก’ แจงปมสินบน 40 ลบ.

17 ก.ย. 2569 - 11:36

  • 'โรม' กระทุ้ง 'อนุทิน' ปราบสแกมเมอร์ยึดทรัพย์ชนชั้นนำ

  • 'ไชยชนก' แจงปมสินบน 40 ล้าน ชี้ไร้หลักฐานเข้าข่ายโกหกกลางสภา

ซัด ‘อนุทิน’ เกรงใจสแกมเมอร์ ?  บี้ ‘ไชยชนก’ แจงปมสินบน 40 ลบ.

‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา เสนอต่อกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สอบสวนเพื่อลงโทษคว่ำบาตร 28 คนและ 2 บริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เครือข่ายสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีรายชื่อของ ‘เบน สมิธ - ยิมเลียก - วรภัค ธันยาวงษ์' อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง  

เรื่องนี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย เพราะการที่ ‘วรภัค’ ถูกกล่าวหาร้ายแรงขนาดนี้ แต่สามารถดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้ ก็ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ เพราะตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยในสภาฯ จนถึงวันนี้ ยังมีคำถามว่าวรภัคถูกดำเนินการตามกฏหมายอะไรบ้าง และถ้าหากไม่มีการดำเนินการเลย เป็นเพราะอำนาจบารมีหรือเส้นสาย ที่อยู่ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นสิ่งที่ให้ความคุ้มครองหรือไม่ โดยเชื่อว่าแค่วรภัคลาออกไปก็จะจบ 

เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่มุมมองสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย แต่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลกที่มองต่อเราว่า ตกลงแล้วประเทศไทยมีความสำคัญอะไรบางอย่างกับปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังส่งผลร้ายแรงกับทั่วโลก ที่เกี่ยวข้องและมากไปกว่านั้นบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร BIC ซึ่งมีคนไทยหลายคนเข้าไปเกี่ยวข้อง บางคนเป็นอดีตจเรตำรวจ ซึ่งไม่กี่เดือนก่อนหน้าก็ไปร่วมงานกับนายอนุทินในงานสำคัญงานหนึ่ง จึงกลายเป็นคำถามว่าประเทศไทยจะจัดการปัญหาฟอกเงินและสแกมเมอร์อย่างไรที่ส่งผลร้ายแรงเป็นระบบ เรื่องนี้มีชนชั้นนำ (อีลีท) และนักการเมืองไทยเกี่ยวข้องหลายคน แต่จนถึงวันนี้คดีต่าง ๆ ยังเงียบหาย ทำแค่ยึดทรัพย์ บางรายออกหมายจับ พูดตรงๆ คือยังไม่น่าพอใจ เราต้องสาวไส้ให้หมดต่อไป ระดับนั้นซึ่งเรายังไม่เห็นความคืบหน้าระดับนั้น 

รังสิมันต์ ยกตัวอย่าง ‘ฮุน โต’ หลานชายของ ‘ฮุน เซน’ ประธานวุฒิสภากัมพูชา เราก็เคยพยายามทวงถามว่าทำไมไม่มีการออกหมายจับ เป็นเพราะ เกรงใจหรือฮุน เซนหรือ ทั้งที่ฮุน โต เป็นหนึ่งใน 28 รายชื่อที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ซึ่งเหตุผลที่ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยังล่าช้าเพราะผู้มีอำนาจไม่รู้เกรงใจหรือกลัวอะไร ถึงไม่ใช้โอกาสนี้ในการกวาดล้างเรื่องนี้ให้หมด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลและประเทศไทย

"ดังนั้นต้องถามอนุทินว่า เกรงใจอะไรนักหนาถึงไม่จัดการให้จบสิ้นเสียที"

เมื่อถามว่า การที่สหรัฐฯ กำหนดกรอบเวลาให้ไทยสืบสวน หากเราทำไม่ได้ตามกำหนดจะส่งผลอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สำหรับตนแล้ว เวลา 180 วัน ไม่ใช่ระยะเวลาของสหรัฐฯ แต่เป็นเวลาที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย คำถามคือ รัฐบาลน่าจะรู้ดีที่สุด มีคนการเมืองจำนวนมาก มีคอนเน็คชั่นส์ มีบริษัทใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมัน หากเราไม่ทำอะไรเลยแล้วให้รัฐบาลอื่นขยับจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเราหลายอย่าง ซึ่งคนที่ทำธุรกิจสุจริตก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย  

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนของวรภัค ต้องเอาแฟ้มย้อนกลับไปดูเส้นทางการเงินและคดีความต่าง ๆ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร BIC มาพิจารณา หากมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอย่างน้อยการยึดอายัดเพื่อมาตรวจสอบและยับยั้งการถ่ายโอนเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงบริษัทน้ำมันที่เกี่ยวข้องก็ต้องถูกดำเนินการ เราไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไว้ใต้พรม 

ทั้งนี้วรภัคก็เคยเป็นคณะทำงานต้องเข้ามาทำงานในเรื่องการปราบปรามด้านนี้ ซึ่งรัฐบาลนี้ชอบใช้โจรจับโจร ใช้โจรจับคดีตนเอง จนทำให้เกิดข้อครหา จึงต้องเร่งสะสางเรื่องนี้ โดยเฉพาะนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหานี้ ควรที่จะกลับมาเอาจริงเอาจังได้แล้ว 

ถาม 'ไชยชนก' เข้าใจปัญหาจริงหรือไม่ หรือยกเมฆมาพูดลอยๆ

ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมภายหลัง กมธ.ใช้อำนาจเรียก 'ไชยชนก ชิดชอบ' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับ 'วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์' รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าชี้แจงกรณีการเสนอสินบน 40 ล้านบาท เกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ว่า เบื้องต้นความคืบหน้าของการใช้อำนาจเรียกรัฐมนตรีทั้งสองคน ซึ่งได้รับหนังสือจากนายไชยชนก ว่าไม่สามารถมาได้เนื่องจากติดภารกิจ แต่ได้มีการมอบปลัดกระทรวงดีอีมาชี้แจงแทน ซึ่งที่ผ่านมา กมธ. ได้เชิญมาประชุมไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ส่วนวรศิษฎ์ เมื่อวานได้เดินมาแจ้ง ว่าจะมาด้วยตัวเอง แต่ขอมาช้า แต่หากช้ากว่า 10.00 น.ก็จะถือว่าไม่ได้มา เพราะมีขั้นตอนปฏิบัติตามกฎหมาย 

ตามอำนาจเรียก ในกรณีที่เรามีอำนาจเรียกใครเป็นการเฉพาะ หากมีการมอบบุคคลมา ทางกมธ.จะต้องพิจารณาว่าจะรับบุคคลที่มอบหมายมาหรือไม่ ซึ่งต้องพูดคุยกันใน กมธ. แต่เรื่องนี้มีข้อสังเกตว่าการมอบปลัดกระทรวงดีอีมาจะแตกต่างอย่างไร กับการพิจารณาก่อนหน้านี้ ที่มีตัวแทนมาหลายครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้ประเด็นสินบน 40 ล้าน เป็นเรื่องเฉพาะตัวมากๆ เพราะเป็นการพูดในสภาของรัฐมนตรี และมีการกล่าวอ้างถึงหลายบุคคลที่ดำเนินการออกไปเป็นทอด ๆ 

"ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีดีอีเข้าใจปัญหาประเด็นเรื่องนี้หรือเปล่า ถึงพยายามมอบบุคคลอื่น อย่างที่ผ่านมา ท่านวรศิษฎ์ ที่ผ่านมาเขาไม่มอบใครเลย เพราะเขารู้ว่ามันมอบแทนใครไม่ได้ เนื่องจากคนในกระทรวงอื่นๆ ไม่รู้เรื่องด้วย ดังนั้นต้องเอาให้ชัดว่าตกลงรัฐมนตรีดีอี เขาเข้าใจปัญหาที่กำลังเจอหรือเปล่า ทำไมถึงยังมีการมอบบุคคลอื่นซึ่งน่าจะไม่มีความสามารถในการตอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ได้"

รังสิมันต์ กล่าว 

เมื่อถามว่าหากรัฐมนตรียังไม่มาให้ข้อมูลเรื่องนี้จะจบอย่างไร รังสิมันต์ กล่าวว่า ในแง่ข้อเท็จจริงของข้อมูล เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงข้อความจริงของเรื่องนี้คืออะไร เพราะมีทั้งเรื่องเว็บพนัน ที่จะไปติดสินบนรัฐมนตรี และจ่ายกันเดือนละ 40 ล้านบาท จริง หรือถ้าเรื่องนี้ไม่จริงเป็นแค่การยกเมฆ ยกคำอ้างลอย ๆ สร้างข้อมูลเท็จ โดยรัฐมนตรีดีอีแล้วใช้พื้นที่สภาเป็นโฆษณาชวนเชื่อ แต่หารู้ไม่ว่าการพูดในลักษณะดังกล่าว มาพร้อมหน้าที่ในการทำตามกฎหมายเพื่อจัดการเรื่องเหล่านี้ หากปรากฏว่าไม่มีข้อเท็จจริงใด ๆ เลย ก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดโกหก ซึ่งจะมีปัญหาแน่ ๆในทางกฎหมายที่จะตามมา และเราอยู่ในระหว่างกำลังแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่อยากรีบสรุปว่าตกลงแล้วเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรซึ่งเราพยายามดำเนินการ ข้อความหลายอย่างและการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคน จนถึงตอนนี้คิดว่าเราก็มีข้อมูลมากพอสมควร เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป เพียงแต่เราอยากให้โอกาสกับรัฐมนตรีอย่างถึงที่สุดก่อน 

วันนี้หาก 'วรศิษฎ์' มา มีหลายประเด็นแน่นอนในการถาม เพราะนายวรศิษฎ์เป็นตัวต่อสำคัญก่อนที่จะไปถึงนายไชยชนก ถ้าเกิดเราไล่เรียงไทม์ไลน์ก็คิดว่าจะมีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องนี้ควรจบได้ไม่ยาก การที่คนถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการติดสินบนเรื่องนี้ และในฐานะที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการพนันทั้งหลาย แต่กระบวนการยุติธรรมเดินช้ามาก ก็เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องทวงคำตอบจากผู้มีอำนาจรัฐด้วย 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์