พิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ หรือ คปท. เดินทางมายื่นหนังสือยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลถึงเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้เร่งสร้างความยุติธรรมด้วยการนำตัวนักโทษชายทักษิณ ชินวัตร เข้าคุก หลังจากเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจนานกว่า 23 วัน
โดยพิชิต กล่าวว่า วันนี้ประชาชนคนไทย ไม่เชื่อว่า ทักษิณป่วยจริง เนื่องจากมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่พยายามช่วยปกปิดอาการป่วย ที่แท้จริงของทักษิณ โดยอ้างกฎระเบียบของราชทัณฑ์ ที่ผู้ต้องขังอื่นไม่สามารถใช้ได้ เป็นเอกสิทธิ์พิเศษ ที่มอบให้เฉพาะทักษิณเพียงคนเดียว วันนี้จึงจะมาเรียกร้องต่อนายกฯให้เร่งดำเนินการเพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรมนิติรัฐและหลักคุณธรรมในการบริหารประเทศ คือ เร่งรัดดำเนินการ นำตัวทักษิณกลับเข้าเรือนจำตามคำพิพากษาอันเป็นที่สุดแล้ว รัฐบาลภายใต้แกนนำของเศรษฐาต้องไม่เลือกปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษแก่นักโทษชายเด็ดขาดทักษิณ รวมไปถึงเร่งนำตัวผู้ต้องหาทางการเมืองที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมไทย และให้ดำเนินการไต่สวนตรวจสอบและลงโทษข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ในลักษณะเร่งรีบผิดสังเกตในการร่วมกันนำตัวนักโทษชายเด็ดขาดทักษิณออกมาจากเรือนจำเพื่อนำตัวมาไว้ที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ว่ามีลักษณะการสมคบคิดหรือประพฤติมิชอบตามระเบียบราชทัณฑ์ที่ตามที่ประชาชนมองเห็น
พิชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า เศรษฐาจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ แม้ความสำคัญระหว่างทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะมีความสนิทชิดเชื้อกัน แต่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แน่นอนว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศได้ตามที่เศรษฐาประกาศ ยึดหลักนิติ รัฐนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมต้องได้รับความเท่าเทียมกันในสังคม
เมื่อถามว่า หากทักษิณ รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจจน ครบอายุโทษ จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พิชิต กล่าวว่า สังคมจะต้องตรวจสอบและคปท.จะเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อยู่ตลอด ขณะเดียวกันอยากเรียกร้องให้โรงพยาบาลตำรวจออกมาชี้แจงอาการที่แท้จริงของทักษิณว่า ป่วยหนักจริงหรือไม่ ยอมรับว่า เมื่อป่วยก็ต้องได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาล แต่กฎระเบียบของราชทัณฑ์มีอยู่แล้ว หากป่วยก็ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์
โดยพิชิต กล่าวว่า วันนี้ประชาชนคนไทย ไม่เชื่อว่า ทักษิณป่วยจริง เนื่องจากมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่พยายามช่วยปกปิดอาการป่วย ที่แท้จริงของทักษิณ โดยอ้างกฎระเบียบของราชทัณฑ์ ที่ผู้ต้องขังอื่นไม่สามารถใช้ได้ เป็นเอกสิทธิ์พิเศษ ที่มอบให้เฉพาะทักษิณเพียงคนเดียว วันนี้จึงจะมาเรียกร้องต่อนายกฯให้เร่งดำเนินการเพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักนิติธรรมนิติรัฐและหลักคุณธรรมในการบริหารประเทศ คือ เร่งรัดดำเนินการ นำตัวทักษิณกลับเข้าเรือนจำตามคำพิพากษาอันเป็นที่สุดแล้ว รัฐบาลภายใต้แกนนำของเศรษฐาต้องไม่เลือกปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษแก่นักโทษชายเด็ดขาดทักษิณ รวมไปถึงเร่งนำตัวผู้ต้องหาทางการเมืองที่หลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมไทย และให้ดำเนินการไต่สวนตรวจสอบและลงโทษข้าราชการที่เกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์ในลักษณะเร่งรีบผิดสังเกตในการร่วมกันนำตัวนักโทษชายเด็ดขาดทักษิณออกมาจากเรือนจำเพื่อนำตัวมาไว้ที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 ว่ามีลักษณะการสมคบคิดหรือประพฤติมิชอบตามระเบียบราชทัณฑ์ที่ตามที่ประชาชนมองเห็น
พิชิต กล่าวทิ้งท้ายว่า เศรษฐาจะปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ แม้ความสำคัญระหว่างทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะมีความสนิทชิดเชื้อกัน แต่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แน่นอนว่ารัฐบาลจะบริหารประเทศได้ตามที่เศรษฐาประกาศ ยึดหลักนิติ รัฐนิติธรรม กระบวนการยุติธรรมต้องได้รับความเท่าเทียมกันในสังคม
เมื่อถามว่า หากทักษิณ รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจจน ครบอายุโทษ จะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พิชิต กล่าวว่า สังคมจะต้องตรวจสอบและคปท.จะเคลื่อนไหวในเรื่องนี้อยู่ตลอด ขณะเดียวกันอยากเรียกร้องให้โรงพยาบาลตำรวจออกมาชี้แจงอาการที่แท้จริงของทักษิณว่า ป่วยหนักจริงหรือไม่ ยอมรับว่า เมื่อป่วยก็ต้องได้รับสิทธิ์การรักษาพยาบาล แต่กฎระเบียบของราชทัณฑ์มีอยู่แล้ว หากป่วยก็ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์



