สกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ร่วมกับ นฤมล รัตนาภิบาล ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 14 (บางกะปิ-วังทองหลาง) หมายเลข 5 เพื่อหาเสียงและพบปะประชาชน
โดย นฤมล ระบุว่า ตนเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มา 3 สมัย จึงรู้ปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ดี เขตบางกะปิ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ขาดพื้นที่สีเขียว และปัญหาน้ำท่วมเพราะท่อตัน อีกทั้งยังมีการจราจรหนาแน่น ซึ่งแม้จะมีรถไฟฟ้าเข้ามา 2 เส้นทาง คือสายสีส้ม และสายสีเหลือง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมากอย่างที่ควร
“ปัญหาเหล่านี้ จะหวังพึ่งท้องถิ่นอย่าง กทม. อย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีงบประมาณไม่พอ และบางปัญหาบางพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน หากดิฉันได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงานในฐานะ ส.ส. จะสามารถประสานงานกับทุกหน่วยงานและแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มากกว่าเดิม จึงอยากขอโอกาสจากชาวบางกะปิ วังทองหลางด้วย” นฤมล ระบุ
ด้าน สกลธี กล่าวว่า แม้เขตนี้จะมีคู่แข่งหลายคน แต่มั่นใจว่า นฤมล ก็มีความผูกพันกับคนในพื้นที่มานาน และพรรคพลังประชารัฐ ก็มีชุดนโยบายที่ตอบโจทย์เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง ทั้งการลดราคาน้ำมัน ลดค่าแก๊ส-ไฟฟ้า รวมถึงการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งจะเพิ่มเงินในกระเป๋าให้มีการจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมีเงินจากกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท ใช้สร้างย่านเศรษฐกิจใหม่ทุกเขตในกรุงเทพฯ เพื่อให้มีเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าถึงทุกๆ พื้นที่ได้ดีขึ้น
สกลธี เผยด้วยว่า จากการลงพื้นที่ทุกวัน พบว่าประชาชนยังสับสนในการเปลี่ยนมาใช้บัตร 2 ใบ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงการที่บัตรเลือก ส.ส.เขต ไม่มีชื่อผู้สมัคร ตนมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานแบบเน้นความสะดวกของตนเอง เพราะต้องการพิมพ์บัตรแบบเดียวเพื่อใช้ได้ทั่วประเทศ แต่สร้างความลำบากให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เสี่ยงที่จะมีการกาผิด ไม่ได้เลือกคนที่อยากได้จริงๆ ซึ่งการทำงานของราชการควรปรับเข้าหาประชาชนมากกว่านี้ จึงจะขอให้ กกต. เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเรื่องบัตรเลือกตั้งให้มากขึ้น
โดย นฤมล ระบุว่า ตนเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มา 3 สมัย จึงรู้ปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่ดี เขตบางกะปิ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่น จึงมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ขาดพื้นที่สีเขียว และปัญหาน้ำท่วมเพราะท่อตัน อีกทั้งยังมีการจราจรหนาแน่น ซึ่งแม้จะมีรถไฟฟ้าเข้ามา 2 เส้นทาง คือสายสีส้ม และสายสีเหลือง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกมากอย่างที่ควร
“ปัญหาเหล่านี้ จะหวังพึ่งท้องถิ่นอย่าง กทม. อย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีงบประมาณไม่พอ และบางปัญหาบางพื้นที่ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน หากดิฉันได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงานในฐานะ ส.ส. จะสามารถประสานงานกับทุกหน่วยงานและแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ให้พี่น้องประชาชนได้มากกว่าเดิม จึงอยากขอโอกาสจากชาวบางกะปิ วังทองหลางด้วย” นฤมล ระบุ
ด้าน สกลธี กล่าวว่า แม้เขตนี้จะมีคู่แข่งหลายคน แต่มั่นใจว่า นฤมล ก็มีความผูกพันกับคนในพื้นที่มานาน และพรรคพลังประชารัฐ ก็มีชุดนโยบายที่ตอบโจทย์เรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง ทั้งการลดราคาน้ำมัน ลดค่าแก๊ส-ไฟฟ้า รวมถึงการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งจะเพิ่มเงินในกระเป๋าให้มีการจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมีเงินจากกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท ใช้สร้างย่านเศรษฐกิจใหม่ทุกเขตในกรุงเทพฯ เพื่อให้มีเงินจากนักท่องเที่ยวเข้าถึงทุกๆ พื้นที่ได้ดีขึ้น
สกลธี เผยด้วยว่า จากการลงพื้นที่ทุกวัน พบว่าประชาชนยังสับสนในการเปลี่ยนมาใช้บัตร 2 ใบ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงการที่บัตรเลือก ส.ส.เขต ไม่มีชื่อผู้สมัคร ตนมองว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานแบบเน้นความสะดวกของตนเอง เพราะต้องการพิมพ์บัตรแบบเดียวเพื่อใช้ได้ทั่วประเทศ แต่สร้างความลำบากให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เสี่ยงที่จะมีการกาผิด ไม่ได้เลือกคนที่อยากได้จริงๆ ซึ่งการทำงานของราชการควรปรับเข้าหาประชาชนมากกว่านี้ จึงจะขอให้ กกต. เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจเรื่องบัตรเลือกตั้งให้มากขึ้น



