สกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารและหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดเช้าลาดพร้าวสะพาน 2 พร้อมกับ กานต์ กิตติอำพน ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 5 ห้วยขวาง-วังทองหลาง หมายเลข 4 เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบาย
โดย กานต์ ระบุจากการลงพื้นที่ทำให้ได้รับทราบความต้องการของพี่น้องประชาชนว่า อยากให้แก้ไขเรื่องเพิ่มพื้นที่สีเขียว สถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งในพื้นที่นี้มีน้อยมาก ดังนั้น หากได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงาน พรรคพลังประชารัฐจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท มาช่วยเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ได้
ด้าน สกลธี กล่าวว่า นอกจากเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว ปัญหาของพื้นที่เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง ยังมีเรื่องการจราจร ที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งต้องไปขอคืนพื้นที่ช่วงที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังกั้นบริเวณอยู่ เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจร นอกจากนั้น ยังมีปัญหาขาดโรงพยาบาลที่รับสิทธิ 30 บาท ทำให้ประชาชนต้องเข้าไปรับสิทธิการรักษาถึงโรงพยาบาลกลาง ซึ่งอยู่ในเมือง จึงต้องมีการเพิ่มสิทธิโรงพยาบาลในพื้นที่ ให้คนพื้นที่นี้ใกล้สิทธิรักษาฟรีมากขึ้น
ส่วนกรณีที่ช่วงนี้มีการเปิดเผยโพลการเมืองหลายสำนักนั้น สกลธี มองว่า ในยุคนี้ ต้องเสพสื่อ เสพโพลอย่างระมัดระวัง เพราะมักจะเป็นโพลยุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งผลทางจิตวิทยา ชี้นำสังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มากกว่าจะเป็นโพลของสถาบันที่เป็นกลาง ทั้งนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐ ก็มีการทำโพลกันภายใน ซึ่งมีหลายเขตที่เป็นเขตเป้าหมาย แต่ต้องขึ้นกับการตัดสินใจในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของพี่น้องประชาชน
“เช่นเดียวกับกระแสการให้โหวตตามยุทธศาสตร์ ที่ชี้นำให้คนโหวต ให้คนที่มีโอกาสชนะมากที่สุด แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า คนที่เทคะแนนให้จะชนะ เรื่องนี้มีให้เห็นแล้วตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กระแสแบบนี้ ทำให้กระบวนการประชาธิปไตยบิดเบี้ยว เพราะฉะนั้น หากทุกคนชอบใคร เห็นว่านโยบายของใครตอบโจทย์ในการนำประเทศเดินไปข้างหน้า ก็ขอให้เลือกคนนั้น พรรคนั้น ไม่ต้องสนใจโพลหรือยุทธศาสตร์ใดๆ” สกลธี กล่าว
โดย กานต์ ระบุจากการลงพื้นที่ทำให้ได้รับทราบความต้องการของพี่น้องประชาชนว่า อยากให้แก้ไขเรื่องเพิ่มพื้นที่สีเขียว สถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งในพื้นที่นี้มีน้อยมาก ดังนั้น หากได้รับโอกาสให้เข้าไปทำงาน พรรคพลังประชารัฐจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐ 3 แสนล้านบาท มาช่วยเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ได้
ด้าน สกลธี กล่าวว่า นอกจากเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว ปัญหาของพื้นที่เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง ยังมีเรื่องการจราจร ที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งต้องไปขอคืนพื้นที่ช่วงที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังกั้นบริเวณอยู่ เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจร นอกจากนั้น ยังมีปัญหาขาดโรงพยาบาลที่รับสิทธิ 30 บาท ทำให้ประชาชนต้องเข้าไปรับสิทธิการรักษาถึงโรงพยาบาลกลาง ซึ่งอยู่ในเมือง จึงต้องมีการเพิ่มสิทธิโรงพยาบาลในพื้นที่ ให้คนพื้นที่นี้ใกล้สิทธิรักษาฟรีมากขึ้น
ส่วนกรณีที่ช่วงนี้มีการเปิดเผยโพลการเมืองหลายสำนักนั้น สกลธี มองว่า ในยุคนี้ ต้องเสพสื่อ เสพโพลอย่างระมัดระวัง เพราะมักจะเป็นโพลยุทธศาสตร์ที่ต้องการส่งผลทางจิตวิทยา ชี้นำสังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มากกว่าจะเป็นโพลของสถาบันที่เป็นกลาง ทั้งนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐ ก็มีการทำโพลกันภายใน ซึ่งมีหลายเขตที่เป็นเขตเป้าหมาย แต่ต้องขึ้นกับการตัดสินใจในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของพี่น้องประชาชน
“เช่นเดียวกับกระแสการให้โหวตตามยุทธศาสตร์ ที่ชี้นำให้คนโหวต ให้คนที่มีโอกาสชนะมากที่สุด แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า คนที่เทคะแนนให้จะชนะ เรื่องนี้มีให้เห็นแล้วตอนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กระแสแบบนี้ ทำให้กระบวนการประชาธิปไตยบิดเบี้ยว เพราะฉะนั้น หากทุกคนชอบใคร เห็นว่านโยบายของใครตอบโจทย์ในการนำประเทศเดินไปข้างหน้า ก็ขอให้เลือกคนนั้น พรรคนั้น ไม่ต้องสนใจโพลหรือยุทธศาสตร์ใดๆ” สกลธี กล่าว









