‘สลักจฤฎดิ์’ มั่นใจ ‘เพื่อไทย’ สกรีนเข้ม ไม่กังวลปมขู่ ‘ทักษิณ’โดนใบแดง

29 ม.ค. 2568 - 10:52

  • เชื่อในพรรค ‘สลักจฤฎดิ์’ เชื่อ ‘เพื่อไทย' สกรีนคุณสมบัติเข้ม

  • ไม่กังวลปมขู่ ‘ทักษิณ’ เตรียมโดนใบแดง

Salakjit_is_not_worried_about_Thaksin_getting_a_red_card_SPACEBAR_Hero_d9554be589.jpg

‘สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช’ ** ผู้สมัครชิงนายกอบจ.เชียงราย ให้สัมภาษณ์ กรณี **‘ไทกร พลสุวรรณ’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่า ‘นายทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีพาซวย เพราะขาดคุณสมบัติเป็นผู้ช่วยหาเสียง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้สมัครนายกอบจ. ของพรรคเพื่อไทย ที่ทักษิณ ช่วยปราศรัยหาเสียง จะได้ใบแดง ไปด้วยว่า  

ไม่กังวล เพราะตนเป็นตัวแทนของพรรค ผู้ช่วยหาเสียงก็คือตัวแทนของพรรค ในการมาช่วยดูแล สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในแต่ละจังหวัด  

สลักจฤฎดิ์ กล่าวว่าส่วนตัวแล้ว ก่อนลงสมัคร ก็ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติหลายครั้ง เพื่อให้พรรคส่งลงเป็นผู้สมัคร ชิงนายกอบจ.เชียงราย โดยผ่านขั้นตอนการพิจารณาของพรรคแล้ว ดังนั้นในส่วนของผู้ช่วยหาเสียงก็ต้องเหมือนกัน เพราะจะส่งผลถึงการเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่าไม่กังวลกับเรื่องนี้  

เมื่อถามว่าขณะนี้เป็นช่วงสุดท้ายของการหาเสียง การที่มีการปล่อยข่าวในลักษณะนี้ จะทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน หรือไม่ สลักจฤฎดิ์ กล่าวว่าไม่น่าจะมีผล หากพูดกันตามตรง

ประชาชนมั่นใจในพรรคเพื่อไทย และในตัวอดีตนายกทักษิณ ว่าจะสามารถช่วยดูแล เป็นผู้ช่วยนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อน

รวมทั้งนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เรามั่นใจ และกรณีมีเรื่องแบบนี้ออกมา เชื่อว่าประชาชนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าถูกกลั่นแกล้ง หรือให้ข่าวบิดเบือน เพื่อไม่ให้ประชาชนตัดสินใจเลือก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนมีความเชื่อมั่น  

ทั้งนี้ ส่วนตัวจะไม่มีการร้องกลับในประเด็นนี้ แต่ในส่วนของพรรคนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพรรค ว่าจะดำเนินการอย่างไร

ขณะที่ 'อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด' แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์เรื่องเดียวกัน ว่า พรรคเพื่อไทยมีฝ่ายกฎหมาย โดยเฉพาะที่ทักษิณ มาช่วยหาเสียงได้ศึกษาข้อกฎหมาย ระเบียบของ กกต. ครบถ้วน และ กกต. ไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติผู้ช่วยหาเสียง กำหนดแค่ว่า ผู้ช่วยหาเสียง ต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และไม่ได้กำหนดด้วยว่า ต้องเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตที่ไปหาเสียงดัวย ดังนั้นไม่ถือว่าขาดคุณสมบัติ 

เมื่อถามว่า คิดว่าการมาปล่อยข่าวช่วงโค้งสุดท้ายต้องการอะไร อนุสรณ์ มองว่า กระแสผู้สมัครพรรคเพื่อไทยช่วงออกตัวออกสตาร์ทดี แต่ไม่ดีขนาดนี้ แต่พอผ่านไปหลายเวทีเห็นชัดเจนว่าผู้สมัครที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ผู้สมัครที่ไม่มีส่วนยึดโยงกับรัฐบาล กับผู้สมัครเพื่อไทยที่เป็นพรรครัฐบาล เวลาจะขับเคลื่อนนโยบายสามารถเชื่อมประสานการทำงานร่วมกันได้ หลายนโยบายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน สิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยพูดไว้สามารถทำได้ทุกอย่าง “พูดแล้วทำ” แม้บางอันจะมีอุปสรรคหรือมีคนตั้งข้อสังเกต แต่เราทำได้ จากนายกฯเศรษฐา นายกฯแพทองธาร ช่วงแรกอาจจะขลุกขลักแต่พอนโยบายเริ่มวิ่งได้ ทำให้เห็นว่าผลิดอกออกผล ประชาชนรู้ว่า นายทักษิณ กลับมาประเทศไทย สามารถตัดโจทย์แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ วิกฤตของประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเป็นการ ดิสเครดิตกันหรือไม่ อนุสรณ์  กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นความพยายาม แต่ตอนนี้บ้านเมืองบอบช้ำมากจากการขัดแย้งในสังคม ผู้สมัครลงแข่งขันนายก อบจ. ก็นำเสนอนโยบายตนเอง สุดท้ายก็เป็นการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายที่ร้องก็เป็นสิทธิของท่าน ท่านมีสิทธิร้องก็ร้อง แต่หน้าที่ ในการวินิจฉัยต่างหากที่ กกต. จะเป็นผู้บอกว่าทำได้หรือไม่ได้

เมื่อถามว่า นักร้องจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง อนุสรณ์ กล่าวว่า

อยากให้ไปย้อนฟังคำปราศรัยหรือคำให้สัมภาษณ์ของทักษิณ เวลาโดนร้องมากๆ ว่า เสียเวลา เสียบรรยากาศ ทำลายบรรยากาศความสมานฉันท์ มองความเป็นจริงไม่มีมูลเหตุ ไม่มีข้อมูลก็ต้องรับผิดชอบ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์