ตร. กำลังเข้ายุค นรต.50 ภายหลัง ‘บิ๊กราญ’พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ตท.34) ขึ้นเป็น ผบ.ตร. คนใหม่ 1 ต.ค.นี้ แม้จะ ‘อาวุโส’ ลำดับที่ 3 นั่งยาว 7 ปี เกษียณฯปี 2576 ปาดหน้ารุ่นพี่ 2 คน ที่อาวุโสกว่า คือ ‘บิ๊กไมค์’พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี (ตท.27-นรต.43) เกษียณฯ ก.ย. 2571 และ ‘บิ๊กหวาน’พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีลบุตร (ตท.28 – นรต.42) รอง ผบ.ตร. เกษียณฯ ก.ย. 2570
เท่ากับเป็นการปิดประตู ‘นรต.หลักสี่’ หรือ นรต.41-49 เรียบร้อยแล้ว ในการขึ้นเป็น ผบ.ตร. ในอนาคต ซึ่ง นรต. ที่เป็นเลข 4 มีเพียวคนเดียว คือ ‘บิ๊กต่าย’พล.ต.อ.กิตต์รัฐ พันธุ์เพ็ชร (ตท.25 - นรต.41) เกษียณฯ ก.ย.69
อีกทั้งมีการมองว่า หลังจาก ‘บิ๊กราญ’ เกษียณฯ ปี 2576 จะต่อด้วย ‘บิ๊กก้อง’ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อน ตท.34 นรต.50 ที่จะเกษียณฯ ก.ย.2579 หากเป็นไปตามนี้ เท่ากับว่า นรต.50 จะครองอำนาจ ตร. ยาว 10 ในตำแหน่ง ผบ.ตร. และเป็น ยุคทอง ตท.34 ที่กำลังเติบโตในรั้ว ตร. หลายตำแหน่ง
ในอีกแง่ก็จะทำให้ภายใน ตร. เกิดสภาวะ ‘เกียร์ว่าง’ ในระดับ รอง ผบ.ตร หลังจากนี้
สำหรับชื่อ ‘บิ๊กไมค์’พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เคยมีกระแสข่าวถูกโยกมานั่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนเกษียณฯ ก.ย.2571 จึงทำให้ พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเกมไม่ ‘สมัครใจ’ โอนออก ตร.
งัด มาตรา 93 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 อยู่ในลักษณะ 8 (ระเบียบข้าราชการตำรวจ) หมวด 3 การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขันเงินเดือน
“การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจ และ ส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรอหน่วยงานที่ขอรับโอนทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”
หลักเกณฑ์การ ‘โอน’ ข้าราชการตำรวจออกไปรบราชการในหน่วยงานอื่น (เช่น กระทรวง กรม หรือหน่วยงานราชการอื่นนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) มีเงื่อนไข 2 ประการ
1. ตัวข้าราชการตำรวจผู้นั้นต้องสมัครใจ (ไม่ใช่การบังคับโอน)
2. หน่วยงานปลายทางต้องการรับโอน และต้องทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน
ซึ่งตามกระแสข่าวดังกล่าวนี้ เคยมีโมเดลนี้ในอดีต คือ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ขณะนั้น) ที่อาวุโสอันดับ 1 แต่ ‘บิ๊กแป๊ะ’พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ได้ขึ้นเป็น ผบ.ตร. ทำให้ พล.ต.อ.เอก ถูกโยกไปรับตำแหน่งซี 11 เป็น ‘ปลัดสำนักนายกฯ’ ก่อนเกษียณฯ นั่นเอง
ต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร. ชี้แจงว่า ยังไม่ได้รับหนังสือฉบับที่ปรากฏเป็นข่าวดังกล่าว ขอยืนยันว่าตนไม่เคยทาบทาม หรือพูดคุย พล.ต.อ.นิรันดร ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นแต่อย่างใด รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคุยกับตน ในเรื่องดังกล่าวเลย
ส่วนสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.อ.ธัชชัย กับ พล.ต.อ.สำราญ มีรายงานว่า ในวงประชุม ก.ตร. ครั้งล่าสุด พล.ต.อ.สำราญ กล่าวกับ พล.ต.อ.ธัชชัย ว่า “ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันนะครับพี่”
ก่อนขึ้นเป็น ผบ.ตร. ของ พล.ต.อ.สำราญ เจอฉายาว่า “สำราญ นอนมา” และ “สำราญ นานไป” ซึ่งทั้ง 2 คำนี้ คือ บทพิสูจน์ของ พล.ต.อ.สำราญ ตลอด 7 ปีนับจากนี้ จะวางทิศทาง ตร. ไปทางใด โดยเฉพาะโจทย์การ ‘ปฏิรูป ตร.’ เพื่อฟื้น ‘ศรัทธา’ จากสังคม แต่สิ่งที่ พล.ต.อ.สำราญ ต้องเผชิญอีก คือ สภาวะ ‘เกียร์ว่าง’ ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้




