ศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เซ็นลงนามในคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 77/2569 เห็นชอบให้ ทรงชัย นกขมิ้น พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ โดยเนื้อหาคำสั่งมีรายละเอียดดังนี้
ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงตามความเห็นและหลักฐานว่า นายอำเภอบางพลีได้มีคำสั่งลับที่ 323/2568 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ทรงชัย นกขมิ้น ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ โดยกล่าวหาว่า การกระทำของ ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามหรือจงใจปกปิดข้อเท็จจริงไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญาและไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ และ/หรือจงใจปกปิดไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญา ตามมาตรา 93 ประกอบมาตรา 81 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 น่าเชื่อว่ามีเจตนาส่อไปในทางละเลยไม่ปฏิบัติการตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ผลการสอบสวนปรากฏ ดังนี้
1. คณะกรรมการสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วปรากฏรายละเอียดว่า กรณีนี้มีมูลอันเป็นความผิดมาจากการที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ และ/หรือจงใจปกปิดไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญา คณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหากับพยานหลักฐานที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาแล้ว พบว่า พยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหารับฟังได้ แต่ไม่เพียงพอที่จะหักล้างข้อกล่าวหา คณะกรรมการสอบสวนมีความเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด ในกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น แล้วส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าว และศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว บุคคลดังกล่าวไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 81 ประกอบมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 อีกทั้งมีการปกปิดข้อเท็จจริงไม่รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลตามกฎหมายทราบ
1.1 ประเด็นข้อกล่าวหาว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ มีการฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ และ/หรือจงใจปกปิดไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญา ปรากฏข้อเท็จจริงว่า
1.1.1 กรณีมีการฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ประกอบกับไม่มีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานอื่นประกอบให้เชื่อได้ว่ามีพฤติการณ์ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่
1.1.2 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำสั่งประทับฟ้องตามคดีหมายเลขดำที่ อท.72/2568 ระหว่างอัยการสูงสุด โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 1 โจทก์ กับ ทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 9 คน โดยที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 93 วรรคสอง บัญญัติให้นำเรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 81 มาใช้บังคับกับการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยโดยอนุโลม
ดังนั้น เมื่อศาลประทับฟ้องโดยไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น จำเลยจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา สำนักงาน ป.ป.ช. จึงแจ้งคำสั่งประทับฟ้องดังกล่าวแก่ผู้ถูกกล่าวหาเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
1.2 ประเด็นข้อกล่าวหาว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จงใจปกปิดไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญา ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกกล่าวหามีการปกปิดข้อเท็จจริงไม่รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลตามกฎหมายทราบ ซึ่งกรณีนี้มีมูลอันเป็นความผิดมาจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหา ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ กับพวก กรณีจัดทำโครงการเสาไฟฟ้ากินรี ไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ 91-1-410/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0384-1-50/2567 และมีมติชี้มูลและส่งเรื่องให้อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 1 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เลขคดีหมายเลขดำที่ อท.72/2568 ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งประทับฟ้องดังกล่าวไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้ ทรงชัย นกขมิ้น หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 93 วรรคสอง ประกอบมาตรา 81 และมีหนังสือแจ้งคำสั่งประทับฟ้องดังกล่าวไปยัง ทรงชัย นกขมิ้น ด้วยแล้ว สำหรับการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นให้ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นตามที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งเวียนให้ปฏิบัติ
2. คณะกรรมการสอบสวนได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานบุคคลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ประกอบคำชี้แจงของ ทรงชัย นกขมิ้น ผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติกรรมอันเชื่อได้ว่า มีการฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ และ/หรือจงใจปกปิดไม่รายงานการถูกฟ้องคดีอาญา การกระทำของ ทรงชัย นกขมิ้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ผู้ถูกกล่าวหา จึงเป็นการฝ่าฝืนไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ
อีกทั้งมีการปกปิดข้อเท็จจริงไม่รายงานผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลตามกฎหมายทราบ จึงรายงานผลการสอบสวนและความเห็นดังกล่าวข้างต้นเพื่อเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการพิจารณาและสั่งให้ ทรงชัย นกขมิ้น ผู้ถูกสอบสวน พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562
3. นายอำเภอพิจารณาแล้ว เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการสอบสวน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 จึงให้ ทรงชัย นกขมิ้น พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ
อนึ่ง การโต้แย้งคำสั่งนี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครอง หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองที่มีเขตอำนาจ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำสั่ง ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทรงชัย นกขมิ้น ถือเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่และยังเป็นบิดา จาตุรนต์ นกขมิ้น ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับ 63 อีกด้วย





