มั่นใจ! ‘พลังประชารัฐ’ โวคว้าปาร์ตี้ลิสต์ 20 ที่นั่ง หลังทำโพลแล้วได้ 6 ล้านเสียง

22 มี.ค. 2566 - 17:04

  • ‘สันติ’ ยัน ‘ลุงป้อม’ นั่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 ส่วนตัวเองลำดับ 2

  • มั่นใจได้ ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ 20 ที่นั่ง หลังทำโพลแล้วได้ 6 ล้านเสียง

  • ไม่วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ แต่โวทีมเศรษฐกิจ ‘พลังประชารัฐ’ รวมอดีตขุนคลังเพียบ

  • ด้าน ‘สกลธี’ รับ ‘สุวัฒน์ ม่วงศิริ’ ทิ้งพรรคกระชั้นชิด เชื่อมีดีลดีกว่า

  • ยอมรับกระทบฐานเสียง เพราะเป็นพื้นที่เป้าหมาย

Santi_confident_that_Palang_Pracharat_Party_will_get_20_party_list_M_Ps_SPACEBAR_Hero_b21d9be671.jpeg
สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันได้ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค ครบทั้ง 400 เขตแล้ว ส่วนบางเขตที่ผู้สมัคร ส.ส.เกิน จะมีการสรุปความชัดเจน เพื่อทำการรับรองและจัดส่งไปทำไพรมารีโหวต  
ส่วนรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ครบ 100 คนแล้วเช่นกัน โดยลำดับที่ 1 คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่วนลำดับที่ 2 ตามธรรมเนียมน่าจะเป็นชื่อตน ในฐานะเลขาธิการพรรค ส่วนผู้สมัคร ส.ส. ที่ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตนั้น ในแต่ละพื้นที่ แต่ละภาค จะต้องปรับมาให้ที่ส่วนกลาง จากนั้นจะดูความเหมาะสมว่าจะดันขึ้นเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้หรือไม่ ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็น พล.อ.ประวิตร คนเดียว  

ส่วนการประเมินลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใน ‘โซนปลอดภัย’ จะต้องอยู่ถึงลำดับที่เท่าไหร่นั้น สันติ มองว่า ประมาณลำดับที่ 20 เพราะครั้งที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐได้คะแนนรวม 8 ล้านเสียง แต่ครั้งนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนเก่าไปอยู่พรรคอื่นแล้ว จึงคาดว่าจะได้ 6 ล้านเสียงโดยประมาณ ส่วนการประเมินตัวเลข 6 ล้านเสียงนั้น มีความมั่นใจจากเสียงสะท้อนที่ลงพื้นที่ รวมถึงการทำโพลที่เชื่อถือได้ ไม่ได้รับจ้าง ซึ่งระบุว่าจะได้ตัวเลข 6 ล้านเสียง แต่ยอมรับว่า บางครั้งโพลก็มีปัญหา  

อย่างไรก็ตาม หากเรียงคะแนนแต่ละพรรค การคำนวณว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 คน ยังน้อยไป ทั้งนี้ยืนยันว่า ยังตั้งเป้าหมาย ส.ส. ไว้ที่ 150 ที่นั่ง เหมือนเดิม และตัวเลขของผู้สมัคร ส.ส.ที่มั่นใจว่าจะชนะ ยังอยู่ในระดับนั้น ส่วนจะถึงตามเป้าหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนและคู่แข่ง แต่ขอย้ำว่า ทุกนโยบายที่พูดออกไปว่า ทำจริง ทำทันที จะได้รับการตอบรับ ขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งหมด เนื่องจากอำนาจที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เป็นของนายกฯ

เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าจะได้ 6 ล้านเสียงหรือไม่ เพราะคะแนนของพรรคเพื่อไทย ตีตื้นขึ้นมา สันติ ตอบว่า จากการลงพื้นที่และการนำเสนอนโยบาย รวมถึงหัวหน้าพรรค ยังลงพื้นที่ไปพบประชาชน 76 จังหวัด กระแสตอบรับของประชาชนดีมาก โดยเฉพาะพี่น้องชาวรากหญ้าและในชนบท ตอบรับ พล.อ.ประวิตร เป็นอย่างดี  

“ไม่มีใครหรือใครมาต่อต้านหัวหน้าพรรค เพราะเราเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์ พรรคมุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจนให้คนชนบท ทั้งเรื่องราคาพืชผลทางเกษตร ปาล์ม น้ำท่วม น้ำแล้ง เช่น ในฤดูแล้งนี้ กำลังดูว่าพื้นที่ไหนที่การแก้ไขปัญหายังไปไม่ถึง จะรับฟังไว้ หากครั้งนี้ได้จัดตั้งรัฐบาล จะลงไปแก้ปัญหาเฉพาะในจุดนั้นทันที” สันติ ระบุ 

ทั้งนี้ สันติ ปฏิเสธให้ความเห็นถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมเปิดตัวทีมเศรษฐกิจ ซึ่งมีชื่อของ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมต.พลังงาน เป็น 1 ในทีมดังกล่าว โดยระบุเพียงว่า ไม่พูดถึงพรรคอื่น เพราะเสียมารยาท ขณะเดียวกันจะทำพรรคพลังประชารัฐให้ดีที่สุด เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนให้มากที่สุด เท่านี้พอใจแล้ว  

เมื่อถามย้ำว่า ทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมชนกับทีมเศรษฐกิจของทุกพรรค ใช่หรือไม่ สันติ ตอบว่า “เราไม่ได้คุย แต่เรามีอดีต รมต.คลัง 2 คน, รมช.คลัง 2 คน เป็นอดีต 1 คน และปัจจุบัน 1 คนคือตน ฉะนั้น เรามุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจน เงินทุนของประชาชนที่เป็นคนจนที่ต้องการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี หาบเร่แผงลอย ที่ต้องดูแลไม่ให้กู้เงินที่ดอกเบี้ยแพงเกินไป” 

อีกด้าน สกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่า สุวัฒน์ ม่วงศิริ ได้ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ หลังจากเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นการแจ้งกระชั้นชิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยตอนที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 33 คน ก็คิดว่าทุกคนลงตัวหมดแล้ว ซึ่งเตรียมเข้าสู่กระบวนไพรมารีฯ และไปสมัคร 

“เชื่อว่าหลังการยุบสภาฯ เปิดช่องให้ย้ายพรรค จึงคิดว่าได้มีการพูดจา หรือเจรจาโดยบางคนอาจได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่า จึงตัดสินใจย้ายพรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ก็เสียดาย เพราะจะกระทบต่อฐานเสียง เนื่องจากเป็นพื้นที่เป้าหมาย และเห็นว่าควรจะบอกกันตั้งแต่เนิ่นๆ การมาบอกกระชั้นชิด ถึงแม้จะหาตัวคนใหม่มาแทนได้ แต่ก็จะเหนื่อยหน่อย ซึ่งพรรคพลังประชารัฐ กำลังพูดคุยเพื่อหาตัวว่าที่ผู้สมัครมาแทน โดยจะพิจารณาจากคนที่อยู่ในบัญชีสำรอง” สกลธี ระบุ 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า สุวัฒน์ น่าจะไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์