เปิดประวัติ ‘เซี้ยม ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

15 ต.ค. 2569 - 19:01

  • “ปฏิรูปประกันสังคม เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ”

เปิดประวัติ ‘เซี้ยม ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า

เปิดประวัติ ‘เซี้ยม ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ผู้ได้อันดับหนึ่ง 8,942 คะแนน เป็นว่าที่ 1 ใน 7 บอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง 

Info-Sararin-ruengpanyawut-14Oct2026.jpg

เธอเป็นคุณแม่ ที่มีบุตรสาว 1 คน และบุตรชาย 1 คน เติบโตในฐานะพี่สาวคนโตของครอบครัว เรืองปัญญาวุฒิ บิดาคือ สุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ และมารดา และมารดาคือ สุนา เรืองปัญญาวุฒิ มี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นน้องเล็กของบ้าน พบประวัติการศึกษาที่ Babson F.W. Olin Graduate School of Business 

ทำอาชีพ ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์, รับเหมาก่อสร้าง,โรงพยาบาลสัตว์ และเป็นคนก่อตั้งแบรนด์ natural & organic ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก และมีรายชื่อเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นในหลายบริษัท อาทิ บริษัท คณนพัฒน์ จำกัด, บริษัท ปารมิตา พลัส จำกัด, บริษัท วินน์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด, บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด

ศราริน มีความตั้งใจ ต้องการมีส่วนร่วมผลักดันนโยบายประกันสังคมที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยสาเหตุที่ตัดสินใจเข้ามา เพราะรู้สึกโกรธต่อการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคม ที่ถูกนำไปใช้จ่ายแบบผิดๆ ซึ่งเธอมักยกตัวอย่างกรณีลูกจ้างของตนเองที่เจอปัญหาเรื่องการรักษาพยาบาลเสมอ 

ส่วนหากจะตั้งคำถามว่า ศรารินเป็นนายจ้าง ไม่เคยเป็นผุ้ประกันตน จะรู้ได้อย่างไรนั้น สามีตนเอง เมื่อครั้งอดีตที่ยังเป็นวิศกรโรงงาน เคยเป็นผุ้ประกันตนมาก่อน มีอยู่วันหนึ่ง เกิดอาการปวดท้องรุนแรง จนหมดสติในห้องน้ำ เมื่อนำส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ไม่ใช้ที่ระบุตามสิทธิประกันสังคม จึงเดินทางไปขอเงินคืนจากประกันสังคม แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธกลับมา ด้วยคำถามที่ว่า ฉุกเฉินอย่างไร จนเกิดคำถามว่า ส่งประกันสังคมทุกเดือน ถึงเวลาจะใช้ ใช้ไม่ได้ ทำไมต้องทำให้ยากขนาดนี้ หลายครั้งที่เราต้องการใช้ ประกันสังคมพึ่งพาไม่ได้

ไม่ใช่แค่เรื่องจ่ายเงินสมทบของนายจ้าง หรือลูกจ้าง แต่เป็นเรื่องชีวิตคน คนใกล้ตัว คนในครอบครัว ประกันสังคมที่ดี ต้องเป็นหลักประกันความเป็นอยู่ที่ดีของคนทำงานในสังคมจริงๆ สวัสดิการที่ควรจะรองรับชีวิตคน มีบุตร เจ็บป่วย จนเสียชีวิต ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะใช้ทุกคะแนนเสียง เราจะทำงานให้มีค่า และมีความหมายที่สุด เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปด้วยกัน การต่อสู้ของพวกเรา ไม่ได้ส่งผลแค่ประกันสังคม จึงอยากให้เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขความผิดปกติ ความบิดเบี้ยวของประเทศนี้ให้ถูกต้อง

— ศราริน กล่าวในการปราศรัยครั้งสุดท้าย

อย่างไรก็ดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้คะแนนสูงสุด ในการสมัครคณะกรรมการประกันสังคม ทั้งฝั่งลูกจ้าง และฝั่งนายจ้าง รวม 14 คน นำเสนอ 77 นโยบาย เพื่อ “ปฏิรูปประกันสังคม เปลี่ยนประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการ” ถือเป็น 2 ใน 3 ของบอร์ดประกันสังคม

ศราริน ประกาศภายหลังผลคะแนนไม่เป็นทางการว่า สิ่งแรกที่จะทำคือ ต้องการให้กองทุนเงินประกันสังคม มีความโปร่งใส ทั้งในเรื่องของการบริหาร และเงิน ทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ เพื่อให้กองทุนมีความยั่งยืน และกลับไปเป็นสวัสดิการให้กับผู้ประกันตน

โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้า จะปฏิบัติภารกิจการบริหาร ในฐานะกรรมการประกันสังคม เมื่อได้รับการรับรองคะแนนอย่างเป็นทางการ ลงนามหนังสือแต่งตั้ง และประกาศราชกิจจานุเบกษา เสร็จสิ้น ทำนโยบาย 7 วันแรก ประกอบไปด้วย 6 ด้าน

ดังนี้ ด้านงบประมาณ ตั้งกรอบงบประมาณการบริหารสำนักงานปีละไม่เกิน 3% ของรายรับจากเงินสมทบ จากเดิมตั้งไว้ 10% วางเงื่อนไขติดตามหนี้รัฐบาล ให้สำนักงบประมาณ ต้องรายงานความคืบหน้าการชำระหนี้เงินสมทบจากรัฐบาล หากมีการตั้งงบประมาณประเภทอุดหนุน จะต้องเปิดทำประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็น และเปิดเผยรายงานสู่สาธารณะ เช่น งบจากการอบรม งบจัดงานวันสำคัญต่าง ๆ

ด้านการตรวจสอบป้องกัน จัดตั้งอนุกรรมการตรวจสอบโครงการที่มีความเสี่ยงในการทุจริต เช่น โครงการทางด้านการลงทุน โครงการทางด้านไอที และทำการถอดบทเรียน วางมาตรการป้องกันความเสี่ยง พร้อมส่งข้อมูลความผิดให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

ด้านบำนาญ ผลักดันการใช้สูตร CARE คืนสิทธิ์ความเป็นธรรมให้กับผู้ส่งเงินประกันสังคมมาตลอดทั้งชีวิต

ด้านการเปิดเผยข้อมูล และสร้างการมีส่วนร่วม ถ่ายทอดสดการประชุมบอร์ดประกันสังคม และอนุกรรมการ เปิดเผยการทำงาน และเปิดเผยมติ รวมถึงบันทึกการประชุมของบอร์ดประกันสังคม และอนุกรรมการ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนและความโปร่งใส

ด้านสุขภาพ ทำการประชาสัมพันธ์สิ่งที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค P&P (Promotion and Prevention) เช่น การตรวจสุขภาพเชิงรุก การฉีดวัคซีนป้องกันโรค เป็นต้น

ด้านเทคโนโลยีบริการความสะดวกเข้าถึงง่าย วางกรอบงบประมาณทางด้านไอที ลดงบประมาณจากเดิม 1,500 ล้านบาท เหลือไม่เกิน 300 ล้านบาท เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ลงทุนระบบเอง โดยจะใช้วิธีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และใช้ระบบร่วมกับส่วนกลางของภาครัฐให้ได้มากที่สุด เพื่อประหยัดงบประมาณ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


เปิดประวัติ ‘เซี้ยม ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า