สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงเรื่องข้อเสนอที่ให้เชิญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยหาเสียงการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการนัดกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาก่อน แต่ทางหัวหน้าพรรคฯ ได้มีการตอบรับแล้ว หลังจากนั้น คาดว่าคงมีการหาวิธีไปเชิญอย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นลักษณะพูดคุย หรือส่งหนังสือไป ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคฯ และเห็นว่าการเดินหน้าไปสู่ภาวะทางการเมืองที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งนั้น ทุกพรรคการเมืองก็ต้องช่วยกันทำเพื่อทำให้ได้ทุกคะแนนเสียงกลับมาสนับสนุนพรรคของตัวเอง
พร้อมปฏิเสธว่า สถานการณ์ของประชาธิปัตย์ ขณะนี้ไม่ได้เป็นวิกฤติ แต่แค่ไม่ได้เหมือนเดิม และเปรียบว่าตอนนี้ เหมือนการเข้าสู่ลู่การแข่งขัน พร้อมยืนยันว่า อภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้ลาออกไปไหน และยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ เพียงแต่อดีตหัวหน้าพรรคฯ มีหลักการและสัจจะที่ได้ประกาศลาออกหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อยังเป็นสมาชิกพรรคและตนเองเป็นผู้บริหารพรรคคนหนึ่ง ก็คิดว่า อภิสิทธิ์ มีศักยภาพที่จะทำให้คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ดีขึ้นได้ พร้อมเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยังคงเป็นสถาบันทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งวันนี้มี จุรินทร์ เป็นหัวหน้าพรรคฯ จึงมั่นใจว่าพรรคมีบุคลากรที่เป็นที่ยอมรับ ทั้ง ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคฯ และ อภิสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณา ซึ่งหวังว่าจะให้พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นเหมือนเดิม
สาธิต ยอมรับด้วยว่า ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ ควรจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกี่คน และควรจะมีชื่อ อภิสิทธิ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกหรือไม่ เป็นเรื่องที่ตนเองคิดอยู่แล้ว และอาจจะมีการเสนอในที่ประชุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.พ. 2566) ว่าควรจะเป็นอย่างไร
“ส่วนตัวเห็นว่าควรจะทีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของ กกต. เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้ก็มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ด้วยการเป็นสถาบันทางการเมือง หัวหน้าพรรคควรจะเป็นอันดับหนึ่งในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนก็คิดว่าอีก 2 ที่ ควรไม่ปล่อยให้ว่างต้องทำให้เกิดประโยชน์” สาธิต ระบุ
เมื่อถามย้ำว่าจะเสนอชื่อ อภิสิทธิ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคใช่หรือไม่ สาธิต ก็ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพียงแต่มองว่าหลักการ หากมีใครเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคเป็นหลัก พร้อมเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีประชุมกรรมการบริหารพรรค พร้อมแก้ไขระเบียบบางข้อบังคับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน จากนั้น จุรินทร์ จะไปเทียบเชิญ อภิสิทธิ์ มาลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้งต่อไป
พร้อมปฏิเสธว่า สถานการณ์ของประชาธิปัตย์ ขณะนี้ไม่ได้เป็นวิกฤติ แต่แค่ไม่ได้เหมือนเดิม และเปรียบว่าตอนนี้ เหมือนการเข้าสู่ลู่การแข่งขัน พร้อมยืนยันว่า อภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้ลาออกไปไหน และยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ เพียงแต่อดีตหัวหน้าพรรคฯ มีหลักการและสัจจะที่ได้ประกาศลาออกหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อยังเป็นสมาชิกพรรคและตนเองเป็นผู้บริหารพรรคคนหนึ่ง ก็คิดว่า อภิสิทธิ์ มีศักยภาพที่จะทำให้คะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ดีขึ้นได้ พร้อมเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะยังคงเป็นสถาบันทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งวันนี้มี จุรินทร์ เป็นหัวหน้าพรรคฯ จึงมั่นใจว่าพรรคมีบุคลากรที่เป็นที่ยอมรับ ทั้ง ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคฯ และ อภิสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณา ซึ่งหวังว่าจะให้พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นเหมือนเดิม
สาธิต ยอมรับด้วยว่า ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ ควรจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกี่คน และควรจะมีชื่อ อภิสิทธิ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกหรือไม่ เป็นเรื่องที่ตนเองคิดอยู่แล้ว และอาจจะมีการเสนอในที่ประชุมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (23 ก.พ. 2566) ว่าควรจะเป็นอย่างไร
“ส่วนตัวเห็นว่าควรจะทีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของ กกต. เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้ก็มีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ด้วยการเป็นสถาบันทางการเมือง หัวหน้าพรรคควรจะเป็นอันดับหนึ่งในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตนก็คิดว่าอีก 2 ที่ ควรไม่ปล่อยให้ว่างต้องทำให้เกิดประโยชน์” สาธิต ระบุ
เมื่อถามย้ำว่าจะเสนอชื่อ อภิสิทธิ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคใช่หรือไม่ สาธิต ก็ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ เพียงแต่มองว่าหลักการ หากมีใครเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่ควรจะทำ แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรคเป็นหลัก พร้อมเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีประชุมกรรมการบริหารพรรค พร้อมแก้ไขระเบียบบางข้อบังคับ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน จากนั้น จุรินทร์ จะไปเทียบเชิญ อภิสิทธิ์ มาลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพื่อช่วยหาเสียงเลือกตั้งต่อไป



