‘สาทิตย์’ ฟาดกลับ ‘ธรรมนัส’ จ้อยืดยาวแต่ไม่เคลียร์ปม ‘เรื่องเทาๆ’

25 ธ.ค. 2568 - 15:45

  • ‘สาทิตย์’ สวนแรง ‘ธรรมนัส’ ชี้แถลงยืดยาวแต่ไม่เคลียร์ปมเอี่ยว ‘เรื่องเทาๆ’

  • ย้ำ ‘ประชาธิปัตย์’ ไม่ได้ดีแต่พูด แต่พูดเรื่องดี เปรียบการเมืองวันนี้คล้ายยุค ‘เทพ-มาร’ ปี 35

  • ปัดแค้นส่วนตัวปม สส.เก่าย้ายพรรค ไม่หวั่นเจอขู่ฟ้องเพราะไม่ได้กล่าวหา-ใส่ร้าย

‘สาทิตย์’ ฟาดกลับ ‘ธรรมนัส’ จ้อยืดยาวแต่ไม่เคลียร์ปม ‘เรื่องเทาๆ’

กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาสวนกลับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรมว่า “ดีแต่พูด ทั้งที่ตอนเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ทำอะไรให้กับประเทศ” นั้น

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโต้กลับว่า การเสนอจุดยืนทางการเมืองเป็นเรื่องที่ทุกพรรคการเมืองจะต้องมี และในสถานการณ์การเมืองที่ความเชื่อมั่นต่อการเมืองของประชาชนตกต่ำลง เพราะกังวลเรื่อง “การเมืองสีเทา” ทุกพรรคการเมืองจำเป็นต้องมีจุดยืน ซึ่ง อภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นพรรคแรกที่ประกาศจุดยืนทางการเมืองว่าไม่สามารถทำงานกับพรรคกล้าธรรมได้ ไม่ได้มีประสงค์จะสร้างความขัดแย้งหรือแตกแยก และไม่ใช่เรื่องที่จะไปเปิดวิวาทะกับพรรคกล้าธรรม

เมื่อ อภิสิทธิ์เปิดไปแล้วเช่นนี้ พรรคอื่นก็สามารถที่จะกำหนดจุดยืนตัวเองได้ และถ้าพรรคกล้าธรรมจะประกาศจุดยืนว่าไม่สามารถร่วมทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ เราก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องโกรธกัน

ที่คุณธรรมนัสตั้งโต๊ะแถลงยืดยาว จริงๆ แล้วสิ่งที่ผมอยากฟังที่สุดคือจะเคลียร์ตัวเอง เรื่องที่หลายฝ่ายเกิดความสงสัยในความคลุมเครือไม่โปร่งใสในเรื่องการมีสีเทาๆ เข้ามาเกี่ยวข้องได้อย่างไรบ้าง ในประเด็นใดบ้าง ซึ่งยังได้ยินไม่ชัด มีแต่คำวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ เช่น เรื่องดีแต่พูด ซึ่งเราก็พูดแต่เรื่องดี ไม่ใช่ดีแต่พูด

สาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่ถือเป็นวิวาทะและไม่ตอบโต้อะไร แต่ก็เตรียมข้อเท็จจริงที่จะชี้แจงไว้แล้ว เพราะสิ่งที่กล่าวหาเป็นเรื่องที่เกิดต่างกรรมต่างวาระ และย้อนรอยถอยหลังกลับ 20-30 ปี แล้วจับมาพูดแบบสับสนมาก ยังยืนยันว่าจุดยืนของการไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมของอภิสิทธิ์เป็นมติพรรคประชาธิปัตย์แล้ว

และจะเป็นจุดยืนที่ท้าทายเกมอำนาจทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ไม่ใช่คลุมเครือ อ้ำอึ้ง หรือกั๊ก เพื่อจะรอร่วมรัฐบาล แต่จุดยืนของพรรคการเมืองที่จะยืนหยัดอยู่ในการเมืองที่สุจริตจำเป็นต้องประกาศจุดยืนว่าเป็นอย่างไร

ก็ดีที่พรรคประชาชนที่อ้ำอึ้งในตอนแรก ก็ออกมาพูดชัดเจนขึ้นว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเช่นเดียวกัน และเห็นธรรมนัสอ้างถึง อนุทิน ว่า สมมุติว่าไม่มีใครเอา ก็ไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย อันนี้ก็อยากฟังเหมือนกันว่าภูมิใจไทยจะตอบอย่างไร

ส่วนประเด็นที่ ร.อ.ธรรมนัส ออกมาระบุว่าการที่ออกมาพูดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นการ “เสียมารยาท” นั้น สาทิตย์กล่าวว่า ต้องแยกระหว่างจุดยืนทางการเมืองกับมารยาททางการเมืองจากกัน การไปบูลลี่คนอื่นว่าฟันน้ำนมยังไม่หัก นี่คือมารยาททางการเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส อ้างว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศอย่างนี้ เพราะ “ไม่พอใจ เนื่องจาก สส. ของพรรคย้ายไปอยู่พรรคกล้าธรรมจำนวนมาก” นั้น สาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นประเด็นเลย เพราะ สส. เก่าของพรรคประชาธิปัตย์ย้ายไปหลายพรรค และเราไม่ได้พูดถึงพรรคอื่นเลย ดังนั้นในความคิดของ อภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจจุดยืนเรื่องนี้โดยไม่มีเรื่องการเมืองใดๆ และความแค้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

ลองกลับไปดูการเมืองยุคปี 35 ที่เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ยุคนั้นเรียกว่า ‘เทพ-มาร’ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้จะใกล้เคียง เพราะคนต้องการการเมืองสุจริต แต่ในยุคนั้นเขาต้องการการเมืองที่ต้องปฏิรูป ไม่ต้องการนักการเมืองที่ไม่ชัดเจน ไม่โปร่งใส ฉะนั้นจากวันนี้ไปผมขอเรียกร้องประชาชนว่า ขอให้ติดตามถ้อยแถลงทางการเมืองกับจุดยืนของแต่ละพรรคผ่านช่องทางต่างๆ เพราะการเมืองเราจะสร้างภาพหรือนโยบายอย่างใดก็ได้ แต่จุดยืนทางการเมืองและอุดมการณ์ต่างหากที่จะชี้ว่าพรรคการเมืองนั้นฟังเสียง และเคารพความคิดเห็นประชาชนแค่ไหน

ส่วนเรื่องที่ ร.อ.ธรรมนัส เตรียมจะฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาท” นั้น สาทิตย์กล่าวว่า การฟ้องกันทางการเมืองก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่เรามั่นใจในจุดยืนที่จะประกาศทางการเมืองว่าไม่ใช่เรื่องที่จะหมิ่นประมาทหรือใส่ร้ายใคร เพราะไม่ได้บอกว่าเขาผิดในเรื่องใด แต่เป็นเพราะความไม่โปร่งใส คลุมเครือ เทาๆ เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเจตนารมณ์ของจริยธรรมทางการเมืองในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์