‘สาธิต’ ยุโหวต ‘พิธา’ โชว์จุดยืนปิดสวิตช์ ‘ส.ว.’

16 พ.ค. 2566 - 12:28

  • ‘สาธิต’ รับ ‘ประชาธิปัตย์’ พ่ายยับ เพราะปัจจัยภายใน-ภายนอก

  • ชี้หลังแพ้ส่งครามต้องรวมไพร่พลเร่งกอบกู้พรรค

  • ชู ‘อภิสิทธิ์’ เหมาะกลับมานั่งหัวหน้า พร้อมยุโหวต ‘พิธา’ โชว์จุดยืนปิดสวิตช์ ‘ส.ว.’

Satit_agreed_to_vote_for_Pita_to_turn_off_the_Senator_SPACEBAR_Hero_fde24dc5d5.jpeg
สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนน้อยกว่าที่คิด โดยย้ำต้องยอมรับเสียงของประชาชนที่กำหนดทิศทางประเทศ แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คงต้องไปนั่งพูดคุยกันว่าจะเดินหน้าทำให้เป็นพรรคการเมืองที่เป็นที่เชื่อใจของประชาชนได้อย่างไรต่อไป  

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงพรรคประชาธิปัตย์ต้องไปเป็นฝ่ายค้านใช่หรือไม่ สาธิต ตอบว่า ทั้งหมด ต้องมีการกำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่าจะกำหนดทิศทาง เป้าหมาย จุดยืน ทางการเมืองอย่างไร เพราะต้องมีการถอดบทเรียนว่าจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนมีหลายกลุ่มที่เป็นทั้งกลุ่มสวิงโหวต กลุ่มที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราต้องสื่อสารให้เข้าถึงเขา ทั้งหมดเป็นมิติการกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะเดินต่อไปทางการเมืองหลังจากนี้

เมื่อถามว่า ผลการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกมาเช่นนี้ เป็นเพราะปัญหาการจัดการภายในหรือเพราะกระแสภายนอก สาธิต ตอบว่า ทั้งหมด มาจากทุกปัจจัย รวมถึงประชาชนรู้สึกว่าถูกกดมานานจนทำให้อยากเปลี่ยนแปลง และถ้าย้อนกลับไปได้ ก็ไม่ควรให้ประชาชนรู้สึกแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ มีความยากในการเข้าถึงกลุ่มคนที่เลือกรับข้อมูลเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เราจึงต้องนำเรื่องนี้มาคิดและปรับแนวทางการทำงานว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนหันมาดูข้อมูลของเรา เพราะไม่ได้หมายความว่าข้อมูลที่ถูกต้องจะถูกส่งไปถึงคนที่เราต้องการสื่อสาร จึงต้องทำให้ประชาชนหันมาสนใจเสียก่อน แล้วเราค่อยนำข้อมูลที่ถูกต้องสื่อสารออกไป เพราะข้อมูลที่อยู่ในสื่อต่างๆ มีความหลากหลาย จะทำอย่างไรให้เขามาสนใจข้อมูลจากเรา เป็นโจทย์สำคัญในการทำพรรคการเมืองใหม่   

“เวลาแพ้สงคราม ก็ต้องไปรวบรวมไพร่พลที่ยังไม่ได้หรือได้รับบาดเจ็บเอาไปรักษา และต้องรวบรวมยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด แล้วมาตั้งหลัก จากนั้นก็ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา การทำการเมืองนั้น มีทั้งคนอยู่ข้างหน้าและข้างหลัง โดยคนที่อยู่ข้างหลัง ทำหน้าที่เป็นคลังสมอง ที่อาจไม่ต้องมีบทบาท แต่ทั้งหมดร่วมกันทำในเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้ประชาชน ที่จริงเราอาจทำตรงนี้อยู่แล้ว แต่ประชาชนไม่เห็น หลังจากนี้ต้องทำให้เขาเห็นว่าเราเป็นสถาบันการเมืองแล้วทำประโยชน์ให้ประชาชน” สาธิต กล่าว  

เมื่อถามว่า คนที่จะเข้ามากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ หรือไม่ สาธิต ตอบว่า อภิสิทธิ์ มีความเหมาะสมที่จะเข้ามากอบกู้ แต่ก็ต้องมีการพูดคุยกันภายในพรรค และตนคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่คนซึ่งเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์แล้วย้ายออกไปอยู่พรรคอื่นๆ ควรกลับมาร่วมกันทำให้พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นสถาบันทางการเมืองที่ทันสมัยและยึดอุดมการณ์ 

“หลักการของประเทศไม่ใช่แค่ต้องมีคนรุ่นใหม่อย่างเดียว คนทุกรุ่นมีความสำคัญเหมือนกันหมด เพียงแต่เราจะสื่อสารอย่างไรให้คนที่เป็นคนรุ่นเก่ามาอยู่เบื่องหลัง เป็นคลังสมองมีประสบการณ์ ส่วนคนรุ่นกลาง คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแหลมคม ก็ออกมามีบทบาท แต่ถ้าปล่อยให้คนส่วนนี้ทำอย่างเดียว ก็อาจเกิดข้อผิดพลาด ดังนั้น การทำงานต้องผสานคนทุกรุ่น แล้วนำคนเหล่านี้ไปสื่อสารในรูปแบบใหม่ที่มีความชัดเจน แต่การสื่อสารกับประชาชนต้องเข้ากับบริบทนั้นด้วย ดังนั้น พรรคการเมืองต้องมีความเปลี่ยนแปลงความยืดหยุ่น” สาธิต กล่าว 

เมื่อถามว่าจะต้องจัดประชุมใหญ่สมัยวิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคฯ เร็วแค่ไหน สาธิต ตอบว่า ข้อบังคับพรรคฯ กำหนดไว้ภายใน 60 วัน แต่ส่วนตัวอยากให้จัดเร็วที่สุด ก็ต้องไปคุยกันในพรรคฯ อีกครั้ง เมื่อถามว่าจะเชิญ อภิสิทธิ์ มาชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ หรือไม่ สาธิต ตอบว่า ต้องพูดคุยกับ ส.ส. และคนอื่นๆ ที่อยู่ในพรรคฯ ให้มีความชัดเจน แต่ส่วนตัวคิดว่า อภิสิทธิ์ มีความเหมาะสม และตอนนี้ในพรรคฯ ไม่มีอำนาจเก่า มีแต่อำนาจเริ่มต้นนับหนึ่งที่ทำให้พรรคฯ ไปสู่การได้รับการยอมรับจากประชาชน

เมื่อถามว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรคฯ จะต้องลาออกจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือไม่ เพราะการเป็น ส.ส.มากับการเป็นหัวหน้าพรรคฯ สาธิต ตอบว่า “มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ตนตอบแทนไม่ได้”

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ เลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ เพื่อเป็นการปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ สาธิต ตอบว่า เรื่องนี้เป็นแนวทางเชิงอุดมการณ์อย่างหนึ่งของการปิดสวิตช์ ส.ว. ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ พูดมาตลอด แต่ส่วนตัวตน เป็น ส.ส.สอบตก น้ำหนักในการพูดก็น้อยลง แต่ด้วยอุดมการณ์ส่วนตัว คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเดินไปในแนวทางที่ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น และเรื่องดังกล่าวคงมีการนำไปพูดคุยกันในพรรคฯ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์