ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางศาล มีคำสั่งยกฟ้องชั้นตรวจฟ้อง คดีที่ สว.สำรอง ยื่นฟ้องกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน และ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า
คดีนี้ อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวม 8 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
สืบเนื่องจากกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ถูกกล่าวหาว่าดำเนินการล่าช้า และไม่มีความคืบหน้า
ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2) และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 วรรคแรก
เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 88 กำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้เสียหาย โดยมาตรา 67–87 เป็นบทกำหนดโทษกรณีผู้สมัคร กรรมการ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิด และมิได้ให้อำนาจโจทก์ในการฟ้อง กกต. ในการดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนตามอำนาจหน้าที่
หาก กกต. ใช้อำนาจสืบสวนหรือไต่สวนโดยมิชอบ รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหาย และ ’พนักงานอัยการ’ เท่านั้นที่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งแปด
นอกจากนี้ โจทก์ยังไม่ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 88 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561
หาก กกต. ไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน และโจทก์เป็นผู้เสียหาย โจทก์สามารถดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่ทำให้ตนได้รับความเสียหายได้ อีกทั้งโจทก์ยังไม่ได้เป็น สว. ความเสียหายที่อ้าง จึงยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอนาคต ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง
ภายหลังฟังคำสั่ง อัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คนมีอำนาจฟ้องจะต้องเป็น ‘อัยการสูงสุด’ ซึ่งคดีนั้น สน.ทุ่งสองห้องทำสำนวนส่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปเเล้ว
หลังจากนี้จะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ อาจมีการยื่นต่อศาลฎีกา เเต่จะเป็นประเด็นใด ขอยังไม่เปิดเผย ส่วนจะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ หรือใช้ช่องทางอื่น จะไปพิจารณากันอีกครั้ง




