กกต.ส่งพยานหลักฐาน ‘คดียุบก้าวไกล’ เพิ่มแล้ว

15 มิ.ย. 2567 - 12:53

  • ‘แสวง’ เผย กกต.ส่งพยานหลักฐาน ‘คดียุบพรรคก้าวไกล’ เพิ่มแล้ว ยันไร้ใบสั่ง ปัดตอบ ‘ชัยธวัช’ กล่าวหาเป็น ‘ศรีธนญชัย’ รับมีแผนให้ประชาชนเชื่อมั่น

  • ระบุ ไม่ได้ยื้อเวลา ‘คดียุบภูมิใจไทย’ แค่หน่วยงานตรวจสอบปมเงินบริจาค ชี้ กรณีต่างจาก ‘ก้าวไกล’ ระบุ ที่ยื่นศาลฯ ไม่เกี่ยวยุบพรรค แต่มีคนโยงกันไปเอง

  • ไม่กังวล ‘ทนายอั๋น’ ฟ้อง ป.ป.ช. ร่ำรวยผิดปกติ แจง ไม่แจ้งรถยนต์ส่วนตัวในบัญชีทรัพย์สิน เพราะมีรถประจำตำแหน่ง

saweang_15jun2024_SPACEBAR_Hero_61f0fa2bdb.jpg

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต. ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมกรณียุบพรรคก้าวไกลว่า กกต.ได้ส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติมไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนที่ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาให้ความเห็นว่า กกต.ตีความเป็น ‘ศรีธนญชัย’ นั้น แสวงไม่ขอแสดงขอความเห็น ขอให้รอฟังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

ส่วนการที่คู่กรณีออกมาแสดงความเห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจ หรือ ลุแก่อำนาจจะทำให้ขาดความเชื่อมั่นต่อ กกต.หรือไม่ แสวง กล่าวว่า เรารู้ว่าต้องทำอะไร ทำผิดทำเกินทำน้อยคงไม่ได้ ทุกเรื่องมีการกระทำมีข้อเท็จจริง คนที่ได้รับผลดีผลร้าย สิ่งนี้เกิดจากกฎหมายกำหนดไว้ก่อนว่า ลักษณะเช่นไรที่เป็นความผิด เมื่อมีข้อเท็จจริง กกต. ก็ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ท่านไม่ได้รับผลร้าย หรือผลดีจากการตัดสินของ กกต. ท่านได้รับผลร้าย จากข้อเท็จจริงที่ท่านทำ 

“เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร ส่วนความเชื่อมั่นผมว่า เราก็ทำตามกฏหมาย ประชาชนจะสงสัยก็เป็นจุดที่ทำให้เรา ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นเป็นหน้าที่ เราก็ทำอย่างดีที่สุดเท่าที่กฎหมายให้เราทำ” แสวง กล่าว

แสวง ยังยืนยันว่า ตั้งแต่มารับตำแหน่งเลขาธิการ กกต. ก็ไม่มีใบสั่ง หรือคำชี้นำจาก กกต. หรือจากข้างนอก

เลขาฯ กกต. ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย ว่าเรื่องที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวกับการยุบพรรคเลย หรือเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมืองอะไรเลย แต่มีคนเอามาโยงว่า สามารถที่จะยุบพรรคได้หรือไม่ จึงทำให้มีคนคิดว่า การที่พรรคภูมิใจไทยก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลก็ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสองกรณีนั้นแตกต่างกันมาก ส่วนฐานความผิดของพรรคภูมิใจไทย คือการอำพรางเรื่องหุ้น ไม่ได้เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองตามกฏหมายพรรคการเมืองเลย แค่มีการเอาไปโยงกันเท่านั้น 

ทั้งนี้ เมื่อมีคนร้องต่อกกต.มาก็ต้องมีการดำเนินการ ตรวจสอบเงินบริจาคว่ามีที่มาจากไหน เป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากเป็นเงินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้ตัดสินที่คนบริจาคแต่ตัดสินด้วยกฏหมาย และคนที่มีอำนาจชี้ ซึ่งต้องรอหน่วยงานที่มีอำนาจ เป็นคนตัดสินซึ่งก็ไม่ใช่กกต. หรือนายทะเบียน โดยขณะนี้ มีการตรวจสอบและถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ จนกว่าจะได้ข้อยุติ 

แสวง ยังยกตัวอย่างกรณีการบริจาคของนายตู้ ห่าว ที่บริจาคให้กับพรรคพลังประชารัฐ มีคนบอกว่าเงินชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องมีการพิสูจน์ว่า เงินชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ก็ต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทรัพย์สินเช่น ปปง. หรือป.ป.ส. เป็นผู้ตัดสินมาก่อน จึงจะนำคำตัดสินมาใช้ได้ ทั้งนี้ โดยกฎหมายพรรคการเมือง ไม่ได้ให้นายทะเบียนเป็นคนวินิจฉัยว่า เงินนี้ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีอำนาจตัดสิน พร้อมยืนยันว่า กรณีการยื่นร้องพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นการยื้อเวลา เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งยื่นมาตามช่องทางของนายทะเบียนจึงมีการตรวจสอบตามมาตรา 93 ไม่ได้เข้าเกณฑ์ในมาตรา 92 ซึ่งกฎหมายก็มีหลายวิธี 

ส่วนกรณีที่ ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการแจ้งรายการบัญชีทรัพย์สินของแสวง ซึ่งมีเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยขอให้ตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปีตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2565 นั้น แสวง กล่าวว่า ตนเองอยู่ในที่สว่าง ไม่ว่าเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน การที่ทนายอั๋นยื่นคำร้องก็ถือว่าเป็นการตรวจสอบไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด แต่เห็นว่า ถ้าใช้ความรู้ความสามารถไปทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองก็น่าจะดีกว่านี้

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า แสวงได้แสดงบัญชีทรัพย์สินเพียงรถ 1 คันและมอเตอร์ไซค์ 2 ซึ่งเป็นในส่วนของภรรยา แสวง กล่าวว่า ตนเองมีรถประจำตำแหน่ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์