แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ ถึงการเตรียมความพร้อมและซักซ้อมสำหรับสนามเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา ซึ่งการเลือกตั้งครบวาระว่า ได้มีการประสานงานมาโดยตลอดโดยเฉพาะเตรียม กปน. ปฎิบัติหน้าที่โดยตั้งเป้าว่าไม่ให้เกิดความผิดพลาดเลย มีความมั่นใจทั้งการจัดการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จากที่ได้เตรียมงานมาจนถึงวันนี้ เชื่อว่าจะออกมาได้ดี โดยไม่มีข้อกังวลใดเกี่ยวกับการการเลือกตั้ง แต่หากเมื่อถึงหน้างานวันเลือกตั้งจริงด้วยจำนวนคน กทม. มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 6,000 หน่วย ประชาชนอาจจะออกมาใช้สิทธิ์จำนวนเยอะ พยายามไม่ให้เกิดความผิดพลาด และ กทม. เอง มีบุคลากรที่มีความพร้อมในการทำ กปน. ได้อย่างดีคาดว่าจะมีความเรียบร้อย ไม่ได้หนักใจอะไร
ส่วนบัตรเลือกตั้งที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดมาก่อนนั้น เลขา กกต. กล่าวว่า บัตรเลือกตั้งท้องถิ่น ใช้เหมือนอย่างที่เคยดำเนินการมา ที่จะมีระบบป้องกันบัตรปลอม รวมทั้งมาตรการบัตรข้ามหน่วย บัตรผิดหน่วยมีมาตรการป้องกัน ซึ่งการเลือกตั้งแบบท้องถิ่นลักษณะตรวจสอบง่ายกว่า จึงไม่มีเรื่องนี้
“บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นกับบัตรเลือกตั้ง สส. คนละประเภทกันเราพิมพ์อยู่ตลอดเพราะมีการเลือกตั้งเทศบาล อบต. อยู่ตลอดเวลา สัปดาห์นึงมี 30-40 แห่ง ก็จะพิมพ์บัตรอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้พอเพียงซึ่งจะเป็นบัตรคนละประเภทกับบัตรเลือกตั้งระดับชาติ”
— แสวง กล่าว
แสวง กล่าวถึง ข้อควรระวังของผู้สมัคร ที่ขณะนี้มีการทยอยเปิดตัวกันไปบ้างแล้วว่ากฎหมายเลือกตั้งไม่ว่าระดับชาติระดับท้องถิ่น มีวิธีการหาเสียงเหมือนกัน เชื่อว่าพรรคการเมืองและผู้สมัครเข้าใจดี เพียงแต่อยู่ที่เงื่อนเวลา ว่าครบวาระหรือก่อนหมดวาระทำอะไรได้บ้าง ซึ่ง กกต.ได้ติดตามตลอดทั้งการลงพื้นที่และในโซเชียลมีเดีย โดยได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งปัจจุบันยังปกติดี
ส่วนเรื่องการนับคะแนนที่เกี่ยวกับอุปกรณ์นั้น ต้องมีการกำชับหรือไม่ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า จากการเลือกตั้งสส.ที่ผ่านมาอาจมีการเข้าใจผิดจากกปน. บัตรเลือกตั้ง สส. การกาบัตรอาจจะไม่ได้อยู่ในหน้าเดียวเพราะมี 70 พรรค แต่บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น อยู่ในหน้าเดียวกันอยู่แล้ว ประชาชนเห็นได้อย่างชัดเจนเพียงแต่ กปน. เวลาอ่านขานคะแนนเสียงต้องชัดเจน และชูให้เห็นทุกใบ ว่ากาให้ใคร เป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย จะได้ลดข้อครหาได้
แสวง ยังกล่าวถึงการหาเสียงของผู้สมัครว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงการเปิดตัวแบบประปราย ยังไม่ชัดว่าใครจะสมัครอย่างไร ซึ่งกกต. มีข้อมูลอยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล
เมื่อถามว่าในพื้นที่พัทยามีการแข่งขันสูงจะต้องมีมาตรการใดเพิ่มเติมหรือไม่ แสวง กล่าวว่า พัทยาเป็นพื้นที่เมืองและแคบ สามารถเอ็กซเรย์ได้ทุกจุด ซึ่งอยู่ในสายตาทั้งประชาชน สื่อมวลชนและกกต. หากผู้สมัครทำอะไรเกินกฎหมายก็ต้องระมัดระวัง โดยเน้นย้ำว่าอยากให้การเลือกตั้งออกมาดี ประชาชนก็อยากให้ทีมที่ตัวเองเชียร์ชนะ แต่กกต. ต้องการให้การเลือกตั้งออกมาดี และมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ถึงแม้คนจะสงสัยกกต. ก็แล้วแต่ พร้อมยืนยันว่า คนในกกต. อยู่ในแถวทุกคน แต่กปน. 1.6 ล้านคน กกต. ไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง แต่ก็มีมาตรการ หากมีการทำผิด หรือปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามกฏหมายก็ระบบตรวจสอบ ซึ่งรู้เห็นก็สามารถตรวจสอบได้เท่ากัน เพราะอยู่ในสายตาของประชาชนและสื่อ
แสวง ยอมรับว่า ปัญหาการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นบทเรียน เพราะทุกครั้งการจัดของ กปน. ก็มีปัญหา ซึ่งในครั้งนี้ตัวบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ หาได้ง่ายกว่า ทั้งกรุงเทพมหานครและพัทยา เชื่อว่ามีศักยภาพ และมีคนพอที่จะมาทำงาน และสามารถทำความเข้าใจกฎระเบียบได้ แต่ต้องย้ำให้ใส่ใจและตระหนักต่อการทำหน้าที่ เมื่อประชาชนท้วงก็ต้องฟัง ที่ได้มีการอบรม กปน.มาแล้วหนึ่งเดือน ประธานหน่วยต้องรู้ทุกอย่าง ส่วนเรื่องอุปกรณ์นั้นมีระเบียบดำเนินการอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกอย่างจะถูกต้อง 100% แต่สามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือคะแนนในแต่ละบัตร ก็ต้องขอให้ประชาชนช่วยเฝ้าดู เพื่อความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม ว่ามีการทำความผิดเพื่อประโยชน์ต่อพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่
ส่วนความพร้อมการจัดการเลือกตั้งในช่วงฤดูฝน แสวง กล่าวว่า นี่คือปัญหาใหญ่โดยเฉพาะกทม. เพราะส่วนมากหน่วยเลือกตั้งจะจัดบนฟุตบาท หากมีฝนพายุแรงๆ เต็นท์ก็จะเอาไม่อยู่ เวลานับคะแนนเต็นท์อาจจะปลิวได้ ซึ่งเราก็พยายามจะหาอาคารสถานที่ ที่มั่นคงและแข็งแรง ให้ประชาชนเห็นการนับคะแนนอย่างชัดเจน ปัญหานี้ สำนักงานกกต. รับรู้มาโดยตลอด และเห็นว่าถ้าเกิดขึ้นก็จะส่งผลกระทบค่อนข้างเยอะ จะย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าไปในอาคารทั้งหมด เหมือนจะไม่พอ ก็แปลกเหมือนกันที่กทม. หาสถานที่ ที่แข็งแรงไม่ได้ ไม่เหมือนต่างจังหวัด




