การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากสมาชิกได้อภิปรายแสดงความโดยกว้างขวางแล้ว แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ตอบชี้แจงการอภิปรายของสมาชิก
แสวง ระบุว่า สำหรับการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ของ กกต. ที่มีสมาชิกสอบถามถึงการป้องกันการทุจริต รวมถึงกรณีที่ผู้สมัคร สว. ลงสมัครผิดกลุ่มอาชีพนั้น สำนักงาน กกต. ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลงสมัครมากที่สุดผ่านสายอาชีพต่างๆ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ได้ขยายสิทธิของประชาชนออกไปด้วยคำว่า ‘หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน’ เป็นการขยายสิทธิให้ประชาชนสามารถสมัครลงในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายเปิดโอกาสให้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีกติกาการเลือกไขว้ จึงจำเป็นต้องมีการสมัครเข้ามาในแต่ละกลุ่มเป็นจำนวนมากเพียงพอสำหรับรอบเลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม การที่มีผู้มาสมัครจำนวนมากก็อาจกระทบกับความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งทั้ง 2 ประการเป็นหน้าที่ของ กกต. ได้การดำเนินการ ขณะเดียวกัน ศาลฎีกาก็ได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่การเลือก สว. ตามบทเฉพาะกาลเมื่อปี 2562 ว่าห้ามมีการแลกคะแนน และห้ามขอคะแนน
ต่อมา เมื่อมีการเลือก สว. ในช่วงเวลาที่ไม่มีบทเฉพาะกาล สำนักงาน กกต. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาว่าผู้สมัครที่มีจำนวนมากอาจกระทำเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงได้ออกระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการแนะนำตัวให้เป็นไปตามใบ สว. 3 เท่านั้น ซึ่งต้องอ่านจากประวัติของผู้สมัครเท่านั้น ไม่สามารถขอคะแนนกันได้ รวมถึงเอกสารที่นำเข้า หรือที่เข้าใจกันว่าคือ ‘โพย’ สำนักงาน กกต. จึงได้ออกระเบียบดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้คนมาพบกัน แต่ให้ดูจากเอกสาร
“แต่สุดท้ายระเบียบนี้ถูกยกเลิก แต่เราไม่ได้อุทธรณ์ เพราะจะทำให้ขยายเวลาในการเลือก สว. ออกไปอีก เป็นการที่ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกมีสิทธิเสรีภาพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการแนะนำตัวได้ เช่น ทั้งบริษัทเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกันมา นอนโรงแรมเดียวกัน คุยกันได้ ประชุมร่วมกันได้ เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย”
— แสวง กล่าว
แสวง ระบุว่า ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ได้มีการเดินตรวจตราและร้องเรียนว่ามีการใช้โพย สำนักงาน กกต. จึงได้เก็บหลักฐานทั้งหมด พร้อมย้ำว่า สำนักงาน กกต.ไม่ได้นิ่งนอนใจ อีกทั้งได้มองบริบททางการเมืองแล้วว่า หากปล่อยให้มีการใช้สิทธิเสรีภาพในแบบที่ผู้มีกำลังมากกว่า สามารถทำอะไรได้มากกว่า สำนักงาน กกต. จึงได้ออกระเบียบแบบนั้น แต่เมื่อมีการยกเลิกระเบียบ จึงได้มีการร้องเรียนตามมา
ทั้งนี้ แสวง ยังยืนยันว่า มติของ กกต. ในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จะมีคำอธิบายทุกอย่างตามที่สมาชิกได้อภิปรายในวันนี้ และทางสำนักงาน กกต. ได้ส่งเอกสารไปยังศาลฎีกาทั้งหมดทุกแผ่น ไม่ว่าจะเป็นรายงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26, ความเห็นของเลขาธิการ กกต. และความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาด ชุดที่ 36
ส่วนข้อเรียกร้องของ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ให้ดำเนินการสืบสวนหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏต่อสาธารณะไปแล้ว แต่ไม่ได้ปรากฏในสำนวนคดี แสวงระบุว่า ตามระเบียบสามารถดำเนินการเป็นกรณีความปรากฏได้ แต่หากเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ถือเป็นความลับที่ยังไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ หรือเปิดเผยได้ตามที่ระเบียบปฏิบัติกำหนดไว้

พริษฐ์ ได้สอบถามเพิ่มเติมว่า กรณีการเผยแพร่คำวินิจฉัยของ กกต. ระหว่างที่กำลังจัดทำ ขอถามและขอคำยืนยันว่า จะมีการเปิดเผยการลงมติทุกครั้งของ กกต. หรือไม่ อย่างเมื่อวาน (15 กันยายน) มีการเผยแพร่มติของทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า กกต. แต่ละคนลงมติอย่างไร
พริษฐ์ ยังได้ถามถึงคลิปเหตุการณ์ในโรงแรมบีทู ซึ่งมีนายกท้องถิ่นจากหนองคายยอมรับว่า เป็นเจ้าของเสียงในคลิปที่พูดว่า “เราทำเพื่อข้างบน” และ “จะมีเจ้าหน้าที่ข้างในมาดูแลพวกเรา” จึงขอสอบถามว่า บุคคลนี้ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี แล้ว กกต. จะสืบสวนต่อไปหรือไม่
ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดเผยข้อมูลในแต่ละช่วง หน่วยงานสืบสวนของเราก็มีการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปเหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ปรากฏข้อมูลในสำนวนอยู่แล้ว ทั้งนี้ ได้รายงานเลขาธิการ กกต. และ กกต. เพื่อทราบแล้ว อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลที่เปิดเผยออกมายังไม่ปรากฏในสำนวน เราสามารถตั้งเป็นสำนวนเพื่อดำเนินการได้

ขณะที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลุกขึ้นชี้แจงถึงกรณีที่ตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ว่า ในขณะนั้นการเลือก สว. เราได้ตั้งชุดกรรมการสืบสวนไต่สวนส่วนกลางจำนวน 24 คณะ ซึ่งมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามาก กกต. จึงมีมติให้ตั้งเพิ่ม 2 คณะ คือคณะที่ 25 และคณะที่ 26 เพราะเห็นว่าเป็นคดีใหญ่ และมีความซับซ้อน จึงตั้งคณะพิเศษขึ้นมา เช่นเดียวกับที่ตั้งคณะอนุวินิจฉัยชี้ขาดคณะที่ 36 ก็เป็นลักษณะเดียวกัน ส่วนเหตุผลที่ต้องมีดีเอสไอร่วมด้วยนั้น เพราะตามกฏหมายให้อำนาจ กกต. เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่ต้องดำเนินการช่วยเหลือ และให้การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง การสนับสนุนการเลือกตั้ง หรือการสืบสวนไต่สวน และให้เจ้าที่ของรัฐ เมื่อได้รับการร้องขอแล้วให้ส่งมา โดยไม่ใช่ครั้งแรกที่ดึงหน่วยงานนอกเข้ามาช่วย แต่เคยดึงทั้งตำรวจหน่วยงานฝ่ายปกครอง ปปง. เข้ามาสืบสวนในคดีต่างๆ เป็นปกติ
ส่วนการรับเรื่องจากดีเอสไอมาดำเนินการสืบสวนไต่สวนนั้น ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมาตรา 49 เพื่อความปรากฏ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ โอน หรือส่งสำนวนให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อได้รับแจ้งจากว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งกกต. จึงมีมติให้ดีเอสไอส่งเรื่องมาให้ กกต. ดำเนินการ และการแต่งตั้ง คณะอนุฯ 26 นั้น มี เจ้าหน้าที่กกต. 17 คน และมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 คน ดังนั้น ในเรื่องการโหวตหรือชี้นำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ กกต. ก็มีมากกว่า
ส่วนการให้ความเป็นธรรมในการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาทุกฝ่ายให้คำชี้แจง เราได้ทุกคนที่ถูกกล่าวหา มาแสดงเหตุผลทุกท่าน สำหรับผู้ที่อภิปราย เราก็ได้มีหนังสือแจ้งท่านไปในวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ให้มาชี้แจงวันที่ 17 มิถุนายน 2568 แต่ผลปรากฏว่ายื่นคำชี้แจงเป็นหนังสือวันที่ 23 มิถุนายน 2568
ทั้งนี้ สำนวนในการเลือกส.ว. อีก 3 สำนวนนั้น ได้นำเสนอกกต. แล้ว ได้มีการสั่งสอนเพิ่มเติม และจะทราบผลเร็วๆ นี้ ส่วนเรื่องเอกสารหลุดก็แจ้งความดำเนินคดี หลุดทีไร ก็ถูกสอบทุกที เพราะเป็นต้นน้ำ ส่วนเอกสารที่ดีเอสไอส่งมาภายหลัง และกกต. มีมติ 3 ต่อ 4 ไม่รับ เนื่องจากในขณะนั้นที่ดีเอสไอส่งเอกสาร กกต. ยังไม่ได้รับสำนวนจากคณะที่ 36 แล้วก็ยังไม่ทราบว่าสำนวนที่ส่งมาเพิ่ม มีรายละเอียดอะไรบ้าง ทำให้ กกต. เสียงข้างมากเห็นว่าเอกสารเหล่านี้ สามารถเรียกมาได้ในภายหลังจึงมีมติไม่รับสำนวน
ด้าน กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ต้องการอภิปรายแต่ต้องการคำตอบ พร้อมขอบคุณประธานคณะอนุไต่สวน ชุดที่ 26 ที่มาชี้แจง แต่ต้องการคำตอบจากท่านในฐานะที่เคยเป็นผู้ถูกกล่าวหาและเคยได้รับความเสียหายจากการทำงานของท่าน อยากยืมคำพูดของเพื่อนสมาชิกเมื่อเช้านี้ ท่านในฐานะที่เป็นประธานคณะอนุไต่สวน ชุดที่ 26 ทำงานไม่ได้เรื่อง ที่ปล่อยให้ข้อมูลความลับที่อยู่ในขั้นตอนกระบวนการหลุดไปถึงบุคคลภายนอก มีอย่างที่ไหน ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือขอข้อมูล แต่ท่านไม่ตอบ กลับกลายเป็นสำนวนไปอยู่ในมือของบุคคลภายนอก ท่านจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร
นอกจากนี้ที่ กกต.บอกว่าไม่มีใครไปชี้แจง กรวีร์ ถามกลับว่า จะไปชี้แจงอย่างไร เพราะท่านก็ไม่ได้ตอบหนังสือกลับมาว่า ควรเตรียมประเด็นไหนไปต่อสู้ในข้อกล่าวหา ท่านมีส่วนรู้เห็นเต็มใจที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านี้หลุดไปจนถึงมือของบุคคลภายนอกและมาทำความเสียหายกับพวกตนเองและพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ท่านในฐานะประธานคณะอนุไต่สวน ชุดที่ 26 จะรับผิดชอบต่อการทำงานที่สะเพร่าอย่างไร
ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงถึงกรณีเอกสารหลุดว่า ขณะที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวน สำนวนอยู่ที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ ประมาณ 4 เดือน ไม่ได้หลุดไปไหน เก็บอย่างดี “ไข่ในหิน” ส่วนข้อกล่าวหาได้ชี้แจงไปในหนังสือละเอียดมาก ทั้งพฤติการณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่จะทำให้ท่านเข้าใจ ซึ่งคิดว่าทำละเอียดที่สุดแล้ว
ภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย จึงกล่าวต่อว่า เอกสารที่ กกต.ส่งมาให้ไปชี้แจง มีจำนวน 20 คน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ข้อกล่าวหาเหมือนกันทุกคน กรวีร์ จึงทำหนังสือส่งกลับไปขอให้ชี้แจงให้ชัดว่า ไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร เพราะไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจน เป็นเพียงข้อกล่าวหารวม จะให้พวกตอบแบบไหน
ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายในประเด็นต่อเนื่องว่า กรณีเอกสารหลุดที่เก็บไว้ในตู้ 4 เดือน หากมีสำนวนอื่นที่นอกเหนือจากคณะอนุฯ ที่ 26 แล้ว สำนวนไปอยู่ที่ดีเอสไอด้วยหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 คน ที่มาเป็นกรรมการในชุดดังกล่าว เท่าที่ตรวจสอบสำนวนที่ถูกเปิดมานั้นปรากฏว่า เห็นชื่อของบุคคลบางคน ซึ่งก็ตรวจสอบและพบว่าผู้ที่ถือเอกสาร และครอบครองเอกสารฉบับนี้มี นามสกุลด. เด็ก สองตัว เป็นหนึ่งในคณะอนุฯ ชุดนี้ด้วย ดังนั้น สำนวนการสอบสวนมีอยู่ 2 ชุด มีคนคัดลอกเก็บเอาไว้แต่ละชุดใช่หรือไม่ และถามอีกว่าวิธีปฏิบัติของกกต. ในการแจ้งข้อกล่าวหาเป็นอย่างที่ภราดรถามใช่หรือไม่ หนังสือแจ้งข้อกล่าวหาของท่านปรากฏว่าเป็นเอกสารที่เหมือนกันข้อกล่าวหาเหมือนกันเพียง แต่เปลี่ยนชื่อจาก นาย ก.เป็นนาย ข. เท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าความผิดเป็นอย่างไร เพียงแค่แจ้งให้มาชี้แจงข้อกล่าวหา จึงขอถามวิธีการปฏิบัติว่าเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่หรือต่างจากคดีอื่นๆ

แสวง จึงชี้แจงกรณีเอกสารหลุด ระบุว่า บุคคลที่ผ่านเอกสารมีหลายชั้น ตั้งแต่คณะกรรมการฯ ชุดที่ 26, ความเห็นเลขาธิการ กกต., คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 และ กกต. ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยในแต่ละชั้น ซึ่งคงยังตอบอะไรมากไม่ได้ เป็นเรื่องภายในที่สำนักงาน กกต. มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสิ่งที่กระทบกับบุคคลภายนอก และสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการสืบสวน
ขณะที่จะมีการเปิดเผยข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกหรือไม่นั้น แสวงกล่าวว่า สำหรับข้อกล่าวหาต่อไปที่มีบุคคลผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก และต้องมีการลงมติ สำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างดำเนินการ และจะเผยแพร่เหมือนกับข้อกล่าวหาที่ 1 ในรูปแบบเดียวกัน

ร.ต.อ.ชนินทร์ ชี้แจงเหตุผลที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการชี้ขาดชุดที่ 36 เข้ามา ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการชุดที่ 26 เพื่อมารับผิดชอบคดีที่มีความซับซ้อนและจำนวนมาก และเมื่อ กกต. มีมติแล้ว สำนักงาน กกต. ก็ต้องทำความเห็นเสนอไปยัง กกต. พิจารณาว่าจะยกเลิกการกันไว้เป็นพยาน หรือการดำเนินคดีอาญา หรือถ้ามีความจำเป็น ก็อาจจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น เพื่อให้กกต. มีมติอีกครั้ง




