เสียงปืนกลางโรงเรียน! โศกนาฏกรรมสะเทือนประเทศ จับตาคำถามใหญ่ “เด็กเข้าถึงอาวุธได้อย่างไร”

7 ส.ค. 2569 - 14:00

  • “เหตุกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี” สะเทือนสังคมไทย

  • นายกฯ สั่งเร่งช่วยผู้ได้รับผลกระทบ ตำรวจสอบเส้นทางอาวุธปืน

เสียงปืนกลางโรงเรียน! โศกนาฏกรรมสะเทือนประเทศ จับตาคำถามใหญ่ “เด็กเข้าถึงอาวุธได้อย่างไร”

เสียงปืนที่ดังขึ้นภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี กลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจอีกครั้งของสังคมไทย เมื่อพื้นที่ซึ่งควรเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้และความปลอดภัย กลับเกิดเหตุความรุนแรงที่นำมาซึ่งความสูญเสีย พร้อมทิ้งคำถามสำคัญถึงต้นตอของอาวุธปืน การเข้าถึงปืนภายในครอบครัว และมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ

นายกฯ สั่งเร่งช่วยผู้ได้รับผลกระทบ ชี้เหตุผลคุมเข้มใบอนุญาตปืน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีแล้ว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ทันที

“แย่มากเลย เป็นเหตุที่ไม่น่าเกิดขึ้น”

นายกรัฐมนตรียังแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต และตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศไทย พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลที่รัฐบาลมีนโยบายไม่ผ่อนปรนการต่อใบอนุญาตพกพาและครอบครองอาวุธปืน เนื่องจากต้องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงในลักษณะนี้ขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงแนวทางดำเนินการกับผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุในประเด็นอาวุธปืน นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

‘มหาดไทย’ เร่งตรวจสอบที่มาอาวุธปืน สั่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์

อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในโรงเรียน ทำให้มีทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างควบคุมพื้นที่และตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมระบุว่าต้องรอข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ก่อนดำเนินมาตรการเพิ่มเติม

หลังรับทราบสถานการณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เข้ารายงานต่อนายกรัฐมนตรีทันที ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้ พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์

ด้าน พลพีร์ ระบุว่า ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นของใคร ได้มาอย่างไร มีการขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบเลขทะเบียนปืน เพื่อย้อนกลับไปถึงแหล่งที่มา

พร้อมย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลคือการทำให้กระบวนการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนมีความเข้มงวดมากขึ้น และขณะนี้ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อน

ตำรวจยุติเหตุรุนแรง เร่งสอบแรงจูงใจ-เส้นทางเข้าถึงอาวุธ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบสาเหตุ และให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

แต่ทางตำรวจยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจในการก่อเหตุได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบรายละเอียดหลายด้าน ทั้งพฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุ สภาพแวดล้อม และข้อมูลส่วนตัวของผู้ก่อเหตุ

สำหรับประเด็นสำคัญคืออาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นพบว่าเป็นปืนที่มีชื่อผู้ครอบครองเป็นบุคคลในครอบครัว โดยเป็นปืนของคุณปู่ของผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบว่า ผู้ก่อเหตุสามารถนำอาวุธปืนและกระสุนออกมาได้อย่างไร มีการเก็บรักษาอาวุธไว้ในลักษณะใด รวมถึงตรวจสอบที่มาของกระสุนและเส้นทางการเข้าถึงอาวุธทั้งหมด

“ตอนนี้ทราบเพียงว่าอาวุธปืนมีชื่อผู้ครอบครองเป็นบุคคลในครอบครัว ส่วนผู้ก่อเหตุนำอาวุธออกมาได้อย่างไร และมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวน”

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่กำกับการตรวจสอบ พร้อมเร่งเก็บหลักฐานและจัดทำแผนผังจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้ทีมจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจากโรงพยาบาลตำรวจ ลงพื้นที่ดูแลครู นักเรียน และผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยเยียวยาสภาพจิตใจหลังเหตุการณ์

ศธ.เร่งดูแลนักเรียน-ครู พร้อมขอหยุดเผยแพร่ข้อมูลอ่อนไหว

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า แม้อยู่ระหว่างปฏิบัติราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มกำลัง

กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรเป็นอันดับแรก พร้อมเร่งสำรวจและช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและสื่อมวลชน งดเผยแพร่ภาพผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ นักเรียน หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เนื่องจากอาจกระทบต่อสิทธิ ความเป็นส่วนตัว และสภาพจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย

‘พรรคประชาชน’ ชี้เป็นสัญญาณเตือนต้องทบทวน ‘มาตรการปืน’

พรรคประชาชนออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย นักเรียน ครู และบุคลากรทุกคน

พรรคประชาชนระบุว่า แม้ยังไม่ทราบแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ แต่เหตุการณ์ความรุนแรงภายในสถานศึกษาซึ่งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของสังคม เป็นสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยต้องทบทวนมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจังและเป็นระบบ

พร้อมเสนอให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ที่มีประชาชนรวมตัวจำนวนมาก เช่น โรงเรียนและโรงพยาบาล รวมถึงสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

เร่งขยายผลถึงบ้านพักผู้ก่อเหตุ ตรวจสอบทุกมิติ

มีรายงานยอดความสูญเสียรวม 7 คน เป็นครู 3 คน นักเรียน 3 คน และผู้ก่อเหตุ 1 คน ซึ่งเป็นนักเรียนชาย ชั้น ม.2 ขณะที่บาดเจ็บ 15 คน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ขยายการตรวจสอบไปยังบ้านพักของผู้ก่อเหตุ และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 2 ราย ซึ่งเป็นปู่กับย่าผู้ก่อเหตุ จึงคาดเจ้าตัวใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันสังหารทั้งคู่ก่อนเดินทางไปที่โรงเรียน

ขณะที่ตำรวจได้นำตัวบิดาของผู้ก่อเหตุเข้าสอบปากคำ เพื่อขยายผลถึงที่มาของอาวุธปืน วิธีการเก็บรักษาอาวุธภายในบ้าน และประเด็นแวดล้อมที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งภายในโรงเรียนและบ้านพักอย่างละเอียด เพื่อประกอบการสืบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมด

เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรม แต่เป็นภาพสะท้อนคำถามใหญ่ของสังคมไทย ทั้งเรื่องการเข้าถึงอาวุธปืน การเก็บรักษาปืนภายในครอบครัว การดูแลสภาพจิตใจ และระบบความปลอดภัยในสถานศึกษา

ขณะที่ตำรวจยังเดินหน้าคลี่คลายข้อเท็จจริง ทุกฝ่ายต่างจับตาว่าบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้จะนำไปสู่มาตรการที่จริงจังเพียงใด เพราะสิ่งที่สังคมต้องการหลังความสูญเสีย ไม่ใช่เพียงคำตอบว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่คือคำตอบว่า “จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์