กลายเป็นประเด็นพอสมควร สำหรับกรณีมีกระแสข่าวการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า อาจถูกเลื่อนออกไป ไม่สามารถดำเนินการตามญัตติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุไว้ เนื่องจากมีการตรวจสอบพบญัตติของฝ่ายค้าน มีปัญหาเรื่องความถูกต้อง จากการแค่เพียง ‘ขีดฆ่า’ ชื่อของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วเปลี่ยนเป็น “บุคคลในครอบครัว” ก่อนเซ็นกำกับโดย ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’
เรื่องดังกล่าว ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า วานนี้ (20 มี.ค.) มีหนังสือจากสมาชิกที่เห็นต่างรายหนึ่งส่งถึงประธานสภาฯ เพื่อแจ้งข้อห่วงใยในเรื่องดังกล่าวว่าจะผิดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมองว่า กรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นญัตติที่เสนอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ทุกคนจึงมีสถานะเป็นผู้เสนอร่วมกันในจำนวนผู้เสนอ แตกต่างจากญัตติทั่วไป ที่ไม่ได้มีการรับรองลายมือชื่อ
สมาชิกคนดังกล่าวที่ห่วงใย จึงมองเทียบเคียงกับกรณีการเสนอ ‘ร่าง พ.ร.บ.’ ที่ถือเป็นญัตติอย่างหนึ่งที่มีผลทางกฎหมาย มีข้อบังคับข้อ 112 กำหนดชัดว่า การแก้ไขร่างพ.ร.บ. ต้องเป็นการแก้ไขโดยผู้เสนอจะต้องมีการรับรองลายมือชื่อจากผู้เสนอทุกคน
แต่ในตัวญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้กำหนดไว้ในลักษณะแบบนี้ ต่างจาก ‘ร่าง พ.ร.บ.’ ที่ต้องมีชื่อผู้รับรองในกรณีมีการแก้ไข ทางสำนักการประชุมฯ จึงได้นำเสนอความเห็นเรียนประธานฯ ยืนยันในความถูกต้อง
หากย้อนหลังไปในวันที่ประธานฯ ประชุมกับผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อหารือเรื่องการแก้ไขญัตติ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้สอบถามประเด็นดังกล่าวต่อประธานฯ ว่าจะดำเนินการแก้ไขในลักษณะเดียวกับเมื่อยุคของ ชวน หลักภัย เป็นประธานสภาฯ เคยดำเนินการ คือมีหนังสือนำยืนยันว่า ไม่มีข้อบกพร่องในญัตติ แต่ขอแก้ไขเพื่อให้การประชุมผ่านพ้นไปได้ และแก้ไขตัวญัตติในลักษณะเดียวกันกับที่เคยดำเนินการในยุค ชวน หลักภัย ได้หรือไม่
สำนักการประชุมฯ ยืนยันในวันนั้นว่าสามารถดำเนินการได้ ถ้าเป็นกรณีของญัตติ ไม่ใช่การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. แม้ว่าจะเป็นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ที่แตกต่างจากญัตติทั่วไป
แต่ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ได้กำหนดไว้ว่า จะต้องแก้ไขและมีชื่อผู้รับรอง หากจะนำมาเทียบเคียงกับข้อบังคับข้อ 112 ก็ไม่ตรง เพราะเป็นกรณีสมาชิกเสนอแก้ไข แต่ญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ขอแก้ไขเป็นกรณีที่ประธานสภาฯ ขอให้แก้ไข จะตรงกับข้อบังคับข้อ 111 มากกว่า ดังนั้น สำนักการประชุมฯ ยืนยันว่าดำเนินการด้วยความถูกต้องชอบด้วยข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญ
— ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์ที่ถึงนี้ ดำเนินการได้ตามปกติ แต่ถ้าในการประชุม มีสมาชิกลุกขึ้นท้วงติง ทางประธานฯ และสำนักการประชุมฯ จะชี้แจงเพื่อยืนยันความถูกต้องในการแก้ไขญัตติของผู้นำฝ่ายค้านฯ รวมถึงการอนุญาตให้บรรจุระเบียบวาระการประชุม ส่วนจะมีปัญหาในการอภิปรายหรือไม่นั้น ต้องไปดูว่าจะมีสมาชิกนำเรื่องนี้มาท้วงติงหรือไม่
ทางสำนักการประชุมฯ ยืนยันว่า เป็นกระบวนการที่อยู่ในการดำเนินการระหว่างประธานฯ กับผู้นำฝ่ายค้านฯ ในการแก้ไขข้อบกพร่องของญัตติ หากสมาชิกมีข้อสงสัย ก็มีกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองว่า ประธานฯ ใช้ดุลยพินิจใช้อำนาจถูกต้องหรือไม่
— ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามถึงกรณีเมื่อครั้งที่ อุดมเดช รัตนเสถียร สส. ในขณะนั้น สับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่เสนอต่อประธานรัฐสภา โดยไม่มีสมาชิกลงชื่อรับรอง จนเกิดเป็นคดีฟ้องร้องต่อศาล?
เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นที่มาที่ทำให้เกิดการแก้ไขข้อบังคับข้อ 112 ที่ได้มากำหนดไว้ว่าหากมีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ในสาระสำคัญ ซึ่งเป็นการแก้ไขของสมาชิกต้องมีสมาชิกร่วมลงชื่อรับรอง แต่กรณีการโต้แย้งดังกล่าวเป็นการนำการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. มาเทียบเคียงกับการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้เกิดข้อกังวลขึ้น
ซึ่งจะนำมาเทียบเคียงกันไม่ได้ เพราะข้อบังคับเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ได้กำหนดไว้ เป็นเพียงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านที่คณะรัฐมนตรีจะต้องมาชี้แจงแก้ไข แต่ร่างพ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายที่จะไปบังคับใช้กับประชาชนในสิ่งที่เกิดขึ้น มันซับซ้อนกว่า




