เรียกได้ว่า กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันซ้ำซากสำหรับกรณีอาคารรัฐสภา มีน้ำรั่วซึม หลังมีฝนตกลงมา
ขณะที่วันนี้ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกำกับดูแลอาคารสถานที่ของอาคารรัฐสภา นำคณะสื่อมวลชนตรวจสอบบริเวณชั้น 8 ของอาคารรัฐสภา หลังมีการเผยแพร่ข่าว เกิดน้ำรั่วหลังฝนตกหนัก เมื่อค่ำวานนี้ (10 ต.ค.)

สาธิต ชี้แจงว่า จากข่าวที่ว่า มีน้ำรั่วจากชั้น 8 และชั้น 4 ของอาคารรัฐสภา ทำให้โซฟาเสียหายนั้น ขอชี้แจงว่า ตามรูปแบบที่สร้างอาคาร มีจุดรองรับน้ำตั้งแต่ชั้น 11 ที่มีเครื่องยอด และมีสระมรกต ซึ่งสระดังกล่าว หากมีน้ำปริมาณมาก จะไหลลงตะแกรงระบายน้ำทิ้ง หรือ floor drain ทำให้มีการระบายน้ำจากสระมรกต มาชั้น 8 ซึ่งมีถังรับน้ำ
โดยหากน้ำมาก ก็จะมีตัวระบายไปที่ชั้น 7 ซึ่งเหมือนเป็นสะดืออ่างน้ำ ที่จะปล่อยระบายลงไป และบริเวณชั้น 8 จะมีปั๊มน้ำอยู่ 3 ตัว ที่สามารถปั๊มน้ำเพื่อระบายออกนอกอาคารได้

แล้วปรากฏว่า เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) มีฝนตกลงมากะทันหัน ในขณะที่เป็นเวลาเลิกงานแล้ว ข้าราชการเดินทางออกไปหมด ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่มีจำนวนมาก ล้นสระมรกต แล้วเข้ามาที่แท้งค์น้ำ ชั้น 8 แต่ไม่ได้มีการระบายน้ำออกไปข้างนอก ทำให้น้ำล้นไหลออกมาจากห้องควบคุมแล้วลงไปที่ชั้น 4 โดยยืนยันไม่ใช่อาคารรั่ว แต่เกิดจากเป็นระบบที่ออกแบบไว้
ตอนนี้ มีมาตรการป้องกันแล้ว โดยในช่วงฤดูฝน จะเปิดจุดระบายน้ำ เพื่อให้น้ำที่ถูกกักไว้ระบายออกไป ดังนั้น ต่อไปในช่วงฤดู ไม่ว่าฝนจะตกมาอย่างไร เมื่อน้ำมาอยู่ที่ชั้น 8 น้ำก็จะไหลออกข้างนอก จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นที่ผ่านมาอีก
เหตุการณ์เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) ไม่ใช่น้ำรั่ว แต่เกิดจากระบบน้ำที่เราผิดพลาดเอง ที่ไม่ได้เปิดจุดระบายน้ำให้น้ำระบายไหลออกไป ดังนั้น เมื่อสะดือน้ำไม่ได้เปิด ก็ทำให้ปริมาณน้ำมากขึ้น จึงล้นออกมา ทำให้เกิดความเสียหาย
— สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

สาธิต เผยว่า ได้เรียกทีมช่างเข้ามาเพื่อตรวจสอบ โดยช่างบอกว่า ต่อไปนี้ในช่วงฤดูฝนให้เปิดสะดือ ระบายน้ำ เพื่อให้น้ำระบายออกไป เพราะในช่วงฤดูฝน สระมรกต น้ำไม่แห้งแน่นอน แต่พอถึงฤดูร้อนจะปิดสะดือระบายน้ำไว้ เพื่อให้มีน้ำเลี้ยงสระ
นี่คือสาเหตุว่าไม่ใช่น้ำรั่ว ที่ต้องชี้แจงไว้ เพราะกลัวว่าจะมีพวก ‘นักร้อง’ เข้ามาแล้ว ‘ร้องว่า สภาฯ มีน้ำรั่ว’ ยืนยันว่า โครงสร้างของอาคารรัฐสภา ไม่ได้มีปัญหา แต่เป็นปัญหาของระบบ ที่ทางแบบเขามีมา
— สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

สาธิต ยังกล่าวถึงกรณีที่ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ชี้เป้ามีฝ้าถล่มที่บริเวณ ชั้น B2 ของอาคารรัฐสภา ว่า ห้อง B2 เป็นห้องที่ไม่เคยใช้งาน แต่เปิดแอร์ไว้ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นแอร์รวม หากปิดต้องปิดทั้งระบบ ทำให้เกิดการสะสมความชื้น จนทำให้ฝ้าถล่มลงมา เนื่องจากไม่ได้มีการเปิดประตูระบายอากาศ ซึ่งเคยเกิดขึ้นที่ชั้น 10 ฝั่งอาคารวุฒิสภามาแล้ว
จึงบอกว่า เวลาห้องไหนที่มีการเปิดแอร์ทิ้งไว้ จะต้องมีการเปิดประตูให้ระบบความชื้นระบายออกมา ซึ่งทราบปัญหาตรงนี้แล้ว และฝ่ายบริษัทผู้รับจ้าง กำลังติดต่อผู้ดำเนินการให้เข้ามาแก้ปัญหา
ยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝ้าถล่ม แต่เกิดจากการที่เราไม่ได้ดูแลรักษาเอง เนื่องจากที่ผ่านมา ยังไม่มีการเซ็นรับมอบอาคาร รัฐสภา และหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบทั่วทั้งอาคารรัฐสภา ว่ามีจุดใดที่มีปัญหา เนื่องจากขณะนี้ ยังอยู่ในระยะเวลารับประกัน 2 ปี และจะหมดอายุในปี 2569 โดยบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบ
— สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
สาธิต กล่าวอีกว่า พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 รับทราบเรื่องนี้แล้ว และได้โทรศัพท์มาหา เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาของงบประมาณปี 2569
เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซมทั้งอาคาร รวมถึงเสาด้านหน้าอาคาร ที่ปัจจุบัน เมื่อมองจากภายนอกเข้ามา จะไม่สวยงาม เนื่องจากเป็นสีไม้ธรรมชาติ พิเชษฐ์ จึงอยากให้มีการทาสี ซึ่งต้องพิจารณาให้ดี พูดคุยกันหลายฝ่าย รวมทั้งสมาชิกด้วย เพราะต้องหาผู้รับจ้างมาดำเนินการ




