‘สภาฯ’ เคลียร์ปมน้ำรั่ว! รับผิดพลาดไม่ได้เปิดระบบระบายน้ำ

11 ต.ค. 2567 - 12:14

  • ‘สภาฯ’ ยันน้ำไม่ได้รั่ว​! รับผิดพลาดไม่ได้เปิดระบบระบายน้ำ มั่นใจจะไม่เกิดเหตุซ้ำ

  • แจงเหตุ ‘ฝ้าถล่ม’ เกิดจากเปิดแอร์ จนความชื่นสะสม

  • เตรียมสำรวจทั่วอาคารหาจุดบกพร่อง เพื่อเคลมประกัน ก่อนหมดอายุอีก 2 ปี​

  • พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบของบฯ ปี 69 ใช้ซ่อม

Secretary_General_of_hor_Clarifying_case_parliament_building_water_leak_SPACEBAR_Hero_783f599df6.jpg

เรียกได้ว่า กลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันซ้ำซากสำหรับกรณีอาคารรัฐสภา มีน้ำรั่วซึม หลังมีฝนตกลงมา

ขณะที่วันนี้ ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์​ สุขะนันท์​ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกำกับดูแลอาคารสถานที่ของอาคารรัฐสภา นำคณะสื่อมวลชนตรวจสอบบริเวณชั้น 8 ของอาคารรัฐสภา หลังมีการเผยแพร่ข่าว เกิดน้ำรั่วหลังฝนตกหนัก เมื่อค่ำวานนี้ ​(10 ต.ค.)

Secretary_General_of_hor_Clarifying_case_parliament_building_water_leak_SPACEBAR_Photo01_0fddd5afce.jpg

สาธิต ชี้แจงว่า จากข่าวที่ว่า​ มีน้ำรั่วจากชั้น 8 และชั้น 4 ของอาคารรัฐสภา ทำให้โซฟาเสียหายนั้น ขอชี้แจงว่า​ ตามรูปแบบที่สร้างอาคาร มีจุดรองรับน้ำตั้งแต่ชั้น 11 ที่มีเครื่องยอด และมีสระมรกต ซึ่งสระดังกล่าว หากมีน้ำปริมาณมาก จะไหลลงตะแกรงระบายน้ำทิ้ง​ หรือ floor drain ทำให้มีการระบายน้ำจากสระมรกต มาชั้น 8​ ซึ่งมีถังรับน้ำ

โดยหากน้ำมาก ก็จะมีตัวระบายไปที่ชั้น 7 ซึ่งเหมือนเป็นสะดืออ่างน้ำ ที่จะปล่อยระบายลงไป และบริเวณชั้น 8 จะมีปั๊มน้ำอยู่ 3 ตัว ที่สามารถปั๊มน้ำเพื่อระบายออกนอกอาคารได้

Secretary_General_of_hor_Clarifying_case_parliament_building_water_leak_SPACEBAR_Photo02_7d259dabf1.jpg

แล้วปรากฏว่า เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) มีฝนตกลงมากะทันหัน ในขณะที่เป็นเวลาเลิกงานแล้ว ข้าราชการเดินทางออกไปหมด ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่มีจำนวนมาก ล้นสระมรกต แล้วเข้ามาที่แท้งค์น้ำ ชั้น 8 แต่ไม่ได้มีการระบายน้ำออกไปข้างนอก ทำให้น้ำล้นไหลออกมาจากห้องควบคุมแล้วลงไปที่ชั้น 4 โดยยืนยันไม่ใช่อาคารรั่ว แต่เกิดจากเป็นระบบที่ออกแบบไว้

ตอนนี้ มีมาตรการป้องกันแล้ว โดยในช่วงฤดูฝน จะเปิดจุดระบายน้ำ เพื่อให้น้ำที่ถูกกักไว้ระบายออกไป ดังนั้น ต่อไปในช่วงฤดู ไม่ว่าฝนจะตกมาอย่างไร เมื่อน้ำมาอยู่ที่ชั้น 8 น้ำก็จะไหลออกข้างนอก จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นที่ผ่านมาอีก​

เหตุการณ์เมื่อวานนี้ (10 ต.ค.) ไม่ใช่น้ำรั่ว แต่เกิดจากระบบน้ำที่เราผิดพลาดเอง ที่ไม่ได้เปิดจุดระบายน้ำให้น้ำระบายไหลออกไป​ ดังนั้น เมื่อสะดือน้ำไม่ได้เปิด ก็ทำให้ปริมาณน้ำมากขึ้น จึงล้นออกมา ทำให้เกิดความเสียหาย

สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

Secretary_General_of_hor_Clarifying_case_parliament_building_water_leak_SPACEBAR_Photo03_3e12cc3d2a.jpg

สาธิต เผยว่า ได้เรียกทีมช่างเข้ามาเพื่อตรวจสอบ โดยช่างบอกว่า ต่อไปนี้ในช่วงฤดูฝนให้เปิดสะดือ ระบายน้ำ เพื่อให้น้ำระบายออกไป เพราะในช่วงฤดูฝน สระมรกต น้ำไม่แห้งแน่นอน แต่พอถึงฤดูร้อนจะปิดสะดือระบายน้ำไว้ เพื่อให้มีน้ำเลี้ยงสระ

นี่คือสาเหตุว่าไม่ใช่น้ำรั่ว ที่ต้องชี้แจงไว้ เพราะกลัวว่าจะมีพวก ‘นักร้อง’ เข้ามาแล้ว ‘ร้องว่า สภาฯ มีน้ำรั่ว​’ ยืนยันว่า โครงสร้างของอาคารรัฐสภา ไม่ได้มีปัญหา แต่เป็นปัญหาของระบบ​ ที่ทางแบบเขามีมา

สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

Secretary_General_of_hor_Clarifying_case_parliament_building_water_leak_SPACEBAR_Photo04_b495cf9ecf.jpg

สาธิต ยังกล่าวถึงกรณีที่ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.​กทม. พรรคประชาธิปัตย์​ ชี้เป้ามีฝ้าถล่มที่บริเวณ ชั้น B2 ของอาคารรัฐสภา ว่า ห้อง B2 เป็นห้องที่ไม่เคยใช้งาน แต่เปิดแอร์ไว้ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นแอร์รวม หากปิดต้องปิดทั้งระบบ​ ทำให้เกิดการสะสมความชื้น จนทำให้ฝ้าถล่มลงมา เนื่องจากไม่ได้มีการเปิดประตูระบายอากาศ ซึ่งเคยเกิดขึ้นที่ชั้น 10 ฝั่งอาคารวุฒิสภามาแล้ว

จึงบอกว่า เวลาห้องไหนที่มีการเปิดแอร์ทิ้งไว้ จะต้องมีการเปิดประตูให้ระบบความชื้นระบายออกมา ซึ่งทราบปัญหาตรงนี้แล้ว และฝ่ายบริษัทผู้รับจ้าง กำลังติดต่อผู้ดำเนินการให้เข้ามาแก้ปัญหา

ยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝ้าถล่ม แต่เกิดจากการที่เราไม่ได้ดูแลรักษาเอง​ เนื่องจากที่ผ่านมา ยังไม่มีการเซ็นรับมอบอาคาร รัฐสภา​ และหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบทั่วทั้งอาคารรัฐสภา ว่ามีจุดใดที่มีปัญหา เนื่องจากขณะนี้ ยังอยู่ในระยะเวลารับประกัน 2 ปี และจะหมดอายุในปี 2569 โดยบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)​ เป็นผู้รับผิดชอบ

สาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

สาธิต กล่าวอีกว่า พิเชษฐ์​ เชื้อเมืองพาน​ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 รับทราบเรื่องนี้แล้ว ​และได้โทรศัพท์มาหา เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาของงบประมาณปี 2569

เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีงบประมาณ​ในการซ่อมแซมทั้งอาคาร รวมถึงเสาด้านหน้าอาคาร ที่ปัจจุบัน เมื่อมองจากภายนอกเข้ามา จะไม่สวยงาม เนื่องจากเป็นสีไม้ธรรมชาติ พิเชษฐ์ จึงอยากให้มีการทาสี ซึ่งต้องพิจารณาให้ดี พูดคุยกันหลายฝ่าย รวมทั้งสมาชิกด้วย เพราะต้องหาผู้รับจ้างมาดำเนินการ​

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์