รัฐสภา (14 ส.ค.2567) ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงขั้นตอนในการเลือกนายกรัฐมนตรี แทนนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ว่า ต้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้กำหนดวาระเลือกนายกฯ โดยประธานสภาฯ จะต้องสอบถามความพร้อมของประธานวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านว่าพร้อมเมื่อใด
เลขาฯ สภา กล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่แน่ใจว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ จะมอบหมายให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เรียกวิปทั้ง 2 ฝ่ายมาประชุมหรือไม่ เพื่อกำหนดความพร้อมในการเลือกประชุมดังกล่าว เนื่องจากสภาฯ มีวาระเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ค้างอยู่
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่าจะเลือกนายกฯ ก่อนหรือไม่ เพราะตามหลักถ้าเลือกนายกฯ ก่อน คนที่รับสนองพระบรมราชโองการคือ ประธานสภาฯ แต่ถ้าเลือกรองประธานสภาฯ ก่อน ผู้ที่จะรับสนองพระบรมราชโองการคือนายกฯ ฉะนั้นที่ประชุมสภาฯ ก็ต้องชั่งน้ำหนักตรงนี้ให้ดี ส่วนรายชื่อที่จะนำมาให้ที่ประชุมโหวตเลือกนายกฯนั้น จะเป็นรายชื่อตามบัญชีที่แต่ละพรรคเสนอไว้
‘พิเชษฐ์’ เรียกประชุมวิป 3 ฝ่าย หลัง ‘เศรษฐา’ หลุดนายกฯ
วันเดียวกัน (14 ส.ค.2567) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสินให้นายเศรษฐา ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั้น พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ขณะกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บางฉบับที่หมดความจำเป็น และไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ…
พิเชษฐ์ ได้กล่าวกับที่ประชุมก่อนสั่งปิดการประชุม ว่า ขอเชิญวิปฝ่ายรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน และตัวแทนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประชุมที่ห้อง 205 ข้างหลังบัลลังก์ เนื่องจากนายเศรษฐาได้พ้นจากตำแหน่ง และเรื่องการพิจารณา พ.ร.บ.ต่างๆ เรายังไม่ชัดเจน ครม.ที่รักษาการสามารถที่จะเป็นกรรมาธิการได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้มีเรื่องที่คลุมเครืออยู่หลายเรื่อง จึงต้องให้วิปมาประชุมกันก่อน จากนั้นจึงสั่งปิดประชุมในเวลา 16.17 น.




